วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ตกลงหยุดยิงเมียนมา
ย่างกุ้ง/ปักกิ่ง - แกนนำที่ขอสงวนนามของกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ ตะอางหรือทีเอ็นแอลเอ (TNLA) ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตร 3 ภารดรภาพ (Three Brotherhood Alliance) และกองทัพเมียนมาเห็นพ้องกันเรื่องหยุดยิงโดยไม่รุกคืบไปข้างหน้า พันธมิตรจะงดการบุกโจมตีค่ายหรือเมืองของศัตรู ขณะที่กองทัพจะงดการโจมตีด้วยปฏิบัติการทางอากาศ การระดมถล่ม หรือการใช้อาวุธหนัก ด้านกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมาหรือเอ็มเอ็นดีเอเอ (MNDAA) และกองทัพอาระกันหรือเอเอ (AA) ซึ่งเป็นอีก 2 กลุ่มในพันธมิตรยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ขณะเดียวกันโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงว่า มีการเจรจาสันติภาพที่เมืองคุนหมิงของจีนเมื่อวันที่ 10-11 มกราคม ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องเรื่องหยุดยิงโดยทันทีและระงับสงคราม อีกทั้งยังรับปากว่าจะไม่ทำอันตรายผู้อาศัยบริเวณพรมแดนจีนด้วย จีนหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเมียนมาจะปฏิบัติตามอย่างจริงจังต่อข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุแล้ว และใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด จีนแถลงเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องเรื่องหยุดยิงชั่วคราวและคงไว้ซึ่งการเจรจา แต่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในรัฐฉานที่อยู่ทางเหนือและอีกหลายพื้นที่ของเมียนมา โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลุ่มชาติพันธุ์สามารถยึดเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นเมืองการค้าสำคัญบริเวณพรมแดนด้านจีน
ญี่ปุ่นยันไร้กัมมันตรังสีรั่ว
โตเกียว - บริษัทโฮคุริกุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เอชอีพีซีโอ (HEPCO) ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชิกะ ในจังหวัดอิชิกาวะเปิดเผยว่า พบน้ำมันรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชิกะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดกับศูนย์กลางแผ่นดินไหวรุนแรงในจังหวัดอิชิกาวะ ภาคกลางของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากหม้อแปลงจ่ายไฟภายนอก 2 ตัวสำหรับยูนิต 1 และ 2 ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชิกะ ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบในด้านลบและระดับรังสีภายนอกยังคงไม่ได้รับผลกระทบ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชิกะซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 65 กิโลเมตร ได้ปิดให้บริการไปตั้งแต่เกิดหายนะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ในปี 2554 แม้ว่าโฮคุริกุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ จะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเปิดใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ แต่แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เมื่อกลับมาดำเนินการอีกครั้ง
ร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ
กัวลาลัมเปอร์ - นายราฟีซี รามิล รัฐมนตรีเศรษฐกิจของมาเลเซียและนายกัน กิมยง รัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ แถลงหลังจากลงนามข้อตกลงในพิธีที่รัฐยะโฮร์ โดยมีผู้นำของทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยานว่า ทั้ง 2 ประเทศจะทำให้ข้อตกลงมีผลอย่างเต็มที่ด้วยการร่วมมือกันด้านพลังงานหมุนเวียนและอำนวยความสะดวกให้แก่กระบวนการต่างๆ ตั้งแต่การอนุมัติทางธุรกิจไปจนถึงการผ่านด่านศุลกากร แถลงการณ์ระบุด้วยว่า สิงคโปร์เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 2 ของรัฐยะโฮร์ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565 และครองสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติทั้งหมดในภาคการผลิตของรัฐนี้ นายราฟีซีกล่าวว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษจะสร้างโอกาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จะส่งเสริมการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าข้ามพรมแดนอันจะเสริมให้ธุรกิจแข็งแกร่ง และจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซียและนายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ได้ร่วมในพิธีเสร็จสิ้นการก่อสร้างรถไฟรางเบาเชื่อมเมืองยะโฮร์ บารู ที่เป็นเมืองเอกของรัฐยะโฮร์กับสิงคโปร์ ระยะทาง 4 กิโลเมตร โครงการนี้มีมูลค่า 10,000 ล้านริงกิต (ราว 75,500 ล้านบาท) จะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569 หลังจากเผชิญกับการล่าช้าหลายครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี