วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
“นิโกลัส มาดูโร” ผู้นำเวเนซุเอลา ถูกสหรัฐฯ จับกุมและนำตัวมาถึงแผ่นดินสหรัฐฯ หลังทรัมป์สั่งปฏิบัติการทางทหารโจมตีเวเนซุเอลาแบบช็อกโลกเมื่อวันเสาร์ ก่อนเตรียมถูกนำตัวขึ้นศาลสหรัฐในวันจันทร์นี้ ข้อหาเกี่ยวข้องยาเสพติด-ค้าอาวุธ ขณะที่จีน-รัสเซียเรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโรทันที ผู้นำสหรัฐฯ ลั่นจะเข้าไปบริหารจัดการเวเนซุเอลาและหาประโยชน์จากแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาล ขณะที่ประชาคมโลกส่งเสียงประณามเป็นส่วนใหญ่
ความคืบหน้าหลังปฏิบัติการทางทหารจากคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการโจมตีกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 3 มกราคม เพื่อจับกุมตัว ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภริยา และนำตัวออกนอกประเทศ มีรายงานด้วยว่าสหรัฐจะนำตัวมาดูโรขึ้นพิจารณาคดีที่ศาลสหรัฐวันที่ 5 มกราคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เรียกประชุมด่วนในประเด็นดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงการเมืองในอีกประเทศหนึ่ง โดยไม่สนกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 มกราคมว่า เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐฯ (3 มกราคม) มาดูโรและภริยาถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินไปนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นการเดินทางแบบมาราธอน เป็นการเดินทางไกลกว่า 3,300 กิโลเมตร หลังถูกนำตัวมาถึงสหรัฐฯ มาดูโรและภริยาถูกนำตัวไปยังสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ หรือดีอีเอ ในย่านแมนฮัตตัน เพื่อเตรียมส่งฟ้องดำเนินคดีหลายข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อการร้าย และสมคบคิดเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ ก่อนถูกนำตัวกลับไปคุมขังยังสถานที่คุมขังในย่านบรูคลิน คาดว่ามาดูโรและภริยา จะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางอย่างเร็วที่สุดในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ (5 มกราคม)
ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯแถลงว่า สหรัฐฯ จะเข้าไปบริหารจัดการเวเนซุเอลา จนกว่าจะถึงเวลาที่ดำเนินการเปลี่ยนผ่านอำนาจได้ปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ หลังการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และซีเลีย ฟลอเรส ภริยา
ทรัมป์เรียกปฏิบัติการจับกุมมาดูโรและภริยาว่าเป็นการโจมตีที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการแสดงแสนยานุภาพ ความแข็งแกร่ง และความสามารถของอเมริกาที่น่าตื่นตะลึงและมีประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์ ปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งกองกำลังทางอากาศ ทางบก และทางทะเลของสหรัฐ เข้าร่วมประสบความสำเร็จ โดยไม่เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตทหารและยุทโธปกรณ์
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ มีแผนที่เปิดทางให้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา และจะใช้รายได้จากน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลาเป็นค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ ส่วนมาดูโรและภริยา ถูกตั้งข้อหายาเสพติดและก่อการร้ายที่เกี่ยวกับยาเสพติดในนครนิวยอร์ก และยังกล่าวหารัฐบาลเวเนซุเอลาของมาดูโรรณรงค์ใช้ความรุนแรง การก่อการร้าย และบ่อนทำลายสหรัฐฯ อีกทั้งยังซ้ำเติมด้วยการลักลอบค้ายาเสพติดอย่างกว้างขวาง ทำลายล้างชีวิตมนุษย์อย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ควรเป็นสัญญาณเตือนต่อผู้ใดที่คุกคามอธิปไตยของชาวอเมริกันหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตของชาวอเมริกัน
ด้าน เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีหญิงของเวเนซุเอลา แถลงที่กรุงการากัส ยืนยันว่า นิโกลัส มาดูโร ยังคงเป็นประธานาธิบดีที่ถูกกฎหมายและชอบธรรมเพียงคนเดียวของเวเนซุเอลา รัฐบาลเวเนซุเอลาชุดปัจจุบันยังมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะมีใครสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในตอนนี้ก็ตาม และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวมาดูโรและภริยาเป็นอิสระโดยทันที พร้อมยืนยันว่าเวเนซุเอลาดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ และจะไม่ยอมตกเป็นอาณานิคมของประเทศใดอีกต่อไป
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าศาลฎีกาเวเนซุเอลามีคำสั่งแต่งตั้งโรดริเกซทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี
อีกด้านหนึ่ง มีท่าทีจากนานาชาติต่อการกระทำของสหรัฐในการโจมตีเวเนซุเอลา ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นไปในทิศทางวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ โดยเฉพาะจีน รัสเซีย และหลายประเทศเพื่อนบ้านในละตินอเมริกา ทั้งบราซิล โคลอมเบีย เม็กซิโก ชิลี อิหร่าน รวมถึงสหประชาชาติ ที่มองว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดรัฐอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง อีกทั้งเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายมากในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ และหยุดพฤติกรรมการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอื่นโดยทันที รวมถึงเรียกร้องสหรัฐฯ ให้ปล่อยตัวมาดูโรและภริยาทันที
ส่วนผู้นำฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ยังคงสงวนท่าทีในเรื่องนี้ หลายประเทศทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และสหภาพยุโรปบอกตรงกันว่าแม้จะยินดีที่เห็นจุดจบของระบอบการปกครองของมาดูโร และต้องการให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของชาวเวเนซุเอลาอย่างแท้จริง แต่ก็เน้นย้ำเรื่องการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
สำหรับท่าทีของมารีอา โกรีนา มาชาโด แกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาที่เพิ่งคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2568 จากการต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนในเวเนซุเอลา และขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในยุโรป ออกถ้อยแถลงว่า จะหาทางฟื้นฟูประเทศและพร้อมเข้าบริหารประเทศ เนื่องจาก เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ พันธมิตรของเธอเป็นผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 แต่รัฐบาลมาดูโรไม่ยอมรับ นายกอนซาเลซจึงควรได้รับการรับรองเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แต่ทรัมป์แสดงความเห็นต่อถ้อยแถลงของเธอว่า คงเป็นเรื่องยากเพราะเธอไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในประเทศ
สถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ จึงทำให้ชาวเวเนซุเอลาโดยเฉพาะในกรุงการากัสเริ่มสับสนและไม่แน่ใจว่า ใครเป็นผู้นำประเทศที่แท้จริงในตอนนี้ และพากันกักตุนสินค้าและเติมน้ำมันรถให้เต็มเนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แม้ว่าในภาพรวม ชาวเวเนซุเอลาส่วนใหญ่ รวมถึงส่วนชาวเวเนซุเอลาพลัดถิ่นในหลายประเทศ ทั้งในโคลอมเบีย ชิลี อาร์เจนตินา คอสตาริกา สเปน และในสหรัฐฯ จะแสดงความยินดีและเฉลิมฉลองที่สหรัฐฯ จับกุมตัวมาดูโรและภริยาก็ตาม หลายคนบอกว่า แม้พวกเขาจะไม่ชอบประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ แต่ก็ต้องขอขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ ที่ช่วยจับกุมตัวมาดูโรและปลดปล่อยเวเนซุเอลาเป็นอิสระ เชื่อว่าหลังจากนี้ เวเนซุเอลาจะได้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน ชาวเวเนซุเอลาทั้งประเทศจะได้มีอนาคตที่สดใส และพวกเขาจะได้เดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี