วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
26 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางออกจากรัฐมินนิโซตา หลังจากที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ก่อเหตุยิง 'อเล็กซ์ เพรตติ' วัย 37 ปี พยาบาลห้องไอซียูจนเสียชีวิต เป็นพลเมืองรายที่ 2 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯยิงเสียชีวิต ต่อจาก 'เรเน กู๊ด' ที่ถูกยิงเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา
'ทิม วอลซ์' ได้กล่าวว่า แผนของคุณคืออะไร โดนัลด์ ทรัมป์? เราต้องทำอะไรบ้างเพื่อนำเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเหล่านี้ออกจากรัฐของเรา? ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ คุณสามารถยุติเรื่องนี้ได้ในวันนี้ ถอนเจ้าหน้าที่เหล่านี้กลับไป ควบคุมการเข้าเมืองอย่างมีมนุษยธรรม ตรงประเด็น และมีประสิทธิภาพ คุณได้รับการสนับสนุนจากพวกเราทุกคนในการทำเช่นนั้น โปรดแสดงความมีน้ำใจบ้าง ถอนเจ้าหน้าที่เหล่านี้ออกไป

อีกทั้งรัฐมินนิโซตายังได้ขอให้ผู้พิพากษารัฐบาลกลางออกคำสั่งระงับการกระทำที่เกินขอบเขตและขัดต่อรัฐธรรมนูญในปฏิบัติการของทรัมป์ พร้อมทั้งได้วิงวอนอย่างจริงจังต่อสาธารณชนชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยกล่าวว่าแม้ว่าพวกเขาเคยเข้าข้างปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ICE แต่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องต่อต้านพวกเขา
"คุณอยากอยู่ข้างไหน? ข้างรัฐบาลกลางที่ทรงอำนาจซึ่งสามารถฆ่า ทำร้าย ข่มขู่ และลักพาตัวพลเมืองของตนไปจากท้องถนน หรือข้างพยาบาลที่เสียชีวิตขณะเป็นพยานเห็นการกระทำของรัฐบาลเช่นนั้น" นายทิม วอลซ์ กล่าว
การโต้แย้งเกิดขึ้นท่ามกลางความสงสัยหลังรัฐบาลของทรัมป์ อ้างว่า ผู้ตาย 'อเล็กซ์ เพรตติ' เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง และพวกเขาได้กระทำการป้องกันตัว สวนทางกับหลักฐานวิดีโอจากหลายมุมมองที่แสดงให้เห็นว่า 'อเล็กซ์ เพรตติ' ไม่เคยชักอาวุธ และดูเหมือนว่าเขาถูกปลดอาวุธปืนที่เขามีใบอนุญาตพกพา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเปิดฉากยิงใส่เขาในระยะประชิด
เกรกอรี โบวิโน ผู้บัญชาการหน่วยลาดตระเวนชายแดนสหรัฐฯ กล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า เพรตติขู่ว่าจะก่อการสังหารหมู่ก่อนที่จะถูกปลดอาวุธ โดยทิม วอลซ์ กล่าวหา เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางว่า "พยายามกวาดล้างหลักฐาน"

ทิม วอลซ์ อ้างถึงหลักฐานวิดีโอที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง โดยบอกว่า คุณรู้ว่าคุณเห็นอะไร และจากนั้นคุณก็ได้ยินบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกบรรยายให้คุณฟังว่า สิ่งที่คุณเห็นคือผู้ก่อการร้ายในประเทศ ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาเสื่อมเสียภายในไม่กี่นาทีหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
ซึ่งวิดีโอเหตุการณ์สังหาร 'อเล็กซ์ เพรตติ' ได้รับการยืนยันจากรอยเตอร์ แสดงให้เห็นว่า ผู้ตายถือโทรศัพท์อยู่ในมือไม่ใช่ปืน ขณะที่เขาพยายามช่วยเหลือผู้ประท้วงคนอื่นๆ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ผลักล้มลง จะเห็นเขากำลังถ่ายวิดีโอขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางผลักผู้หญิงคนหนึ่งออกไปและผลักผู้หญิงอีกคนล้มลง เขาเคลื่อนตัวเข้าไปขวางระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้หญิงทั้งสอง จากนั้นยกแขนซ้ายขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองขณะที่เจ้าหน้าที่ฉีดสเปรย์พริกไทยใส่เขา จากนั้นเจ้าหน้าที่หลายคนก็เข้าจับกุม 'อเล็กซ์ เพรตติ' ซึ่งดิ้นรนขัดขืน และบังคับให้เขานอนคว่ำลงกับพื้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรึงเขาไว้ มีคนตะโกนบางอย่างที่ฟังดูเหมือนเป็นการเตือนเกี่ยวกับปืน
จากนั้นวิดีโอแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดึงปืนพกออกจากบริเวณเอวของ 'อเล็กซ์ เพรตติ' และเดินออกไปจากกลุ่มพร้อมกับปืน ไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเล็งปืนไปที่ด้านหลังของเขาและยิง 4 นัดติดต่อกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นยังได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งดูเหมือนจะยิงใส่เขา

เจ้าหน้าที่รัฐมินนิโซตากล่าวว่า 'อเล็กซ์ เพรตติ' มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมายของรัฐ ซึ่งศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญในปี 2022
ต่อมา ไบรอัน โอฮารา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองมินนิอาโพลิส กล่าวว่า วิดีโอได้พูดด้วยตัวมันเองแล้ว โดยเรียกเรื่องเล่าจากฝ่ายรัฐบาลทรัมป์ว่าน่าตกใจอย่างยิ่ง เขาบอกว่าเขาไม่เห็นหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่าเขาชักปืนออกมา
การกระทำของเจ้าหน้าที่ ICE จึงเป็นเหตุให้ชาวอเมริกันหลายพันคนออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนในเมืองมินนิอาโพลิสอีกครั้ง เพื่อต่อต้านการเพิ่มจำนวนของเจ้าหน้าที่ ICE โดยตะโกนและโบกป้ายที่มีข้อความว่า "ICE ออกไป!"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี