วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
28 มกราคม 2569 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากองค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู หรือ BAS ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เข็มของ "Doomsday Clock" หรือ "นาฬิกาวันสิ้นโลก" ถูกขยับมาอยู่ที่ 85 วินาทีก่อนถึงเที่ยงคืนแล้ว
ซึ่งช่วงเวลา 'เที่ยงคืน' เป็นตัวแทนของช่วงเวลาที่มนุษย์จะทำให้โลกไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป และตัวเลข 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืนถือเป็นจุดที่ใกล้เวลาเที่ยงคืนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นใกล้กว่าที่ตั้งไว้เมื่อปีที่แล้วถึง 4 วินาที นับตั้งแต่องค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู สร้าง นาฬิกาวันสิ้นโลกขึ้นมาในปี 2490 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่ามนุษยชาติเข้าใกล้การทำลายล้างโลกมากเพียงใด
เข็มนาฬิกาที่เคยหยุดนิ่งในปี 2566-2567 กลับถูกปรับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้น 2 ปีติดต่อกัน เนื่องจากความก้าวหน้าที่ไม่เพียงพอในการต่อสู้หรือควบคุมความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ โดยอ้างถึงพฤติกรรมก้าวร้าวของประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์อย่างรัสเซีย จีน และสหรัฐอเมริกาการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ที่อ่อนแอลง ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ , ภัยคุกคามทางชีวภาพ และความก้าวหน้าของ หรือจะเป็นเทคโนโลยีที่พลิกผันโลก (AI) เป็นปัจจัยที่ผลักดันความเสี่ยงต่อภัยพิบัติระดับโลก
อเล็กซานดรา เบลล์ ประธานและซีอีโอของ BAS ยังระบุว่า การแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ การบิดเบือนข้อมูล และทฤษฎีสมคบคิด เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติด้วยเช่นกัน มนุษยชาติยังไม่มีความก้าวหน้าเพียงพอในการรับมือกับความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ซึ่งเป็นอันตรายต่อเราทุกคน
อเล็กซานดรา เบลล์ ได้ให้เหตุผลเบื้องหลังการปรับเข็มนาฬิกาในปีนี้ นาฬิกาวันสิ้นโลกเป็นเครื่องมือสื่อสารว่าเราเข้าใกล้การทำลายล้างโลกด้วยเทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นเองมากเพียงใด ความเสี่ยงที่เราเผชิญจากอาวุธนิวเคลียร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีที่พลิกผันโลกนั้นต่างกำลังเพิ่มสูงขึ้น ทุกวินาทีมีค่า และเวลาของเรากำลังจะหมดลง มันเป็นความจริงที่ทำใจได้ยาก แต่นี่คือความจริงที่เรากำลังเผชิญ
ดร. แดเนียล โฮลซ์ ประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงของ BAS กล่าวต่ออีกว่า เมื่อปีที่แล้ว BAS ขยับเข็มนาฬิกาเป็น 89 วินาทีก่อนถึงเที่ยงคืน และเตือนว่า นานาประเทศจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ และดำเนินการจัดการกับความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ที่วิกฤตที่สุด แทนที่จะรับฟังคำเตือนนี้ บรรดาประเทศมหาอำนาจกลับยิ่งมีท่าทีที่ก้าวร้าว เผชิญหน้า และยึดมั่นในลัทธิชาตินิยมมากขึ้น
"ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2568 โดยมีการปฏิบัติการทางทหารหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง นอกจากนี้ สนธิสัญญาฉบับสุดท้ายที่ควบคุมคลังแสงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษที่จะไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่อาจบานปลายจนเกินควบคุมได้เลยความอันตรายร้ายแรงยังคงปรากฏชัดในสาขาชีววิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในด้านที่กำลังเกิดขึ้นใหม่อย่างการพัฒนา สิ่งมีชีวิตกระจกเงาสังเคราะห์ แม้จะมีคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ตาม"
ดร. แดเนียล โฮลซ์ ทิ้งท้ายว่า "ประชาคมระหว่างประเทศยังไม่มีแผนการทำงานที่ประสานกัน และโลกยังคงขาดความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางชีวภาพที่อาจสร้างความเสียหายย่อยยับได้ การเติบโตและการใช้เครื่องมือ AI อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการขาดระเบียบข้อบังคับ ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับการแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดและการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อความพยายามในการจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้ และยังทำให้ภัยพิบัติอื่น ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเลวร้ายลงไปอีก"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี