วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
อิหร่านยกระดับสงครามสั่งปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ห้ามเรือแล่นผ่านสะเทือนน้ำมันทั่วโลก ด้านพลังงานไทยสั่งเตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านราคาและปริมาณสำรองสามารถรับมือได้ 61 วันส่วนนักวิชาการเตือนรับแรงกระแทก ทุกอย่างจะพาเหรดขึ้นราคา-เงินเฟ้อทั่วโลก ยกเว้นสถานการณ์จบเร็ว
สถานการณ์โลกปั่นป่วนอย่างหนักหลังสหรัฐอเมริกา จับมือกับอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ภายใต้ชื่อรหัส»ปฏิบัติการสิงห์คำราม»หรือ «ไลออนส์รอร์» (Lion’s Roar)และมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้ถูกสังหารแล้ว
เมื่อวันที่ 1มีนาคม269 เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซและบริษัทผู้ค้ารายใหญ่หลายแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามที่อิหร่านประกาศปิดการเดินเรือในช่องแคบนี้ หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีครั้งใหญ่
เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานด้านการเดินเรือของสหภาพยุโรปหรืออียูเปิดเผยว่าเรือจำนวนมากได้รับแจ้งจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC)ห้ามเรือล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกถึง 1 ใน 5 รวมถึงน้ำมันผลิตจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และอิหร่าน นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางขนส่ง LNG จำนวนมากจากกาตาร์ด้วย
คำประกาศดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานจากสหภาพยุโรป (Aspides) ที่พบว่า เรือพาณิชย์ได้รับสัญญาณวิทยุจาก IRGC สั่งห้ามเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว
ขณะที่สำนักข่าวของอิหร่าน“ทัสนิม” รายงานว่า ช่องแคบฮอร์มุซปิดไปแล้วโดยปริยาย เมื่อกองกำลัง IRGC เตือนเรือทั้งหลายว่า การเล่นผ่านช่องแคบนี้ไม่ปลอดภัย
ต่อมา บริษัทเดินเรือขนส่งสินค้าของเยอรมนี Hapag-Lloyd AG กล่าวว่ากำลังระงับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเนื่องจาก “ปิดอย่างเป็นทางการ”
ด้านเว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงาน เรือหลายลำได้ยินรายงานทางวิทยุจากกองทัพเรืออิหร่านว่า ห้ามแล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซ
กระทรวงการเดินเรือของกรีซแนะนำให้หลีกเลี่ยงการล่องเรือผ่านอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวอาหรับ อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซที่เชื่อมระหว่าง 2 อ่าวนี้ ด้านกองทัพเรือของอังกฤษประกาศว่า คำสั่งของอิหร่านไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายและแนะนำให้เรือต่าง ๆ ล่องเรืออย่างระมัดระวัง
ขณะที่ อินเตอร์แทงโก สมาคมผู้เดินเรือบรรทุกน้ำมันแจ้งว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เตือนว่าไม่ควรล่องเรือผ่านน่านน้ำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุมตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวอาหรับทั้งหมด ช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวโอมาน ไปจนถึงทะเลอาหรับตอนเหนือ เนื่องจากไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้
โพเทนแอนด์พาร์ตเนอร์ ที่ปรึกษาและนายหน้าด้านการค้าพลังงานแจ้งลูกค้าว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง แต่เริ่มมีปัญหาขัดข้องอย่างรวดเร็ว ขณะที่ฮาแพค-ลอยด์ บริษัทขนส่งทางเรือของเยอรมนีได้ระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด ส่วนการแวะเทียบท่าเรือต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวอาหรับอาจล่าช้าหรือต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง
ด้านเมอสก์ของเดนมาร์กกำลังประสานกับบริษัทรักษาความปลอดภัยให้ดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ส่วนซีเอ็มเอ (CMA) ของฝรั่งเศสแจ้งให้เรือหาที่หลบภัยเพื่อความปลอดภัย
สำหรับ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดขนส่งสำคัญในตลาดพลังงาน แต่ละวันน้ำมันที่ต้องขนส่งทางทะเลและก๊าซปริมาณหนึ่งในห้าของโลก หากปิดลงกระทบต่อเศรษฐิจโลกอย่างแน่นอนตั้งแต่เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ไปจนถึงเรือขนส่งเฟอร์นิเจอร์
ส่วนผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการ ได้โพสต์ผ่านเฟชบุ๊กสรุปผลกระทบสงครามที่มีต่อไทยในเบื้องต้นว่า น้ำมันขึ้นราคาแน่นอน แต่หวังว่าจะไม่ขาดแคลน เรามีน้ำมันสำรอง 61 วัน กำลังมาส่งอีก 18 วัน (กระทรวงพลังงาน)
น้ำมันคือพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย น้ำมันแพง ทุกอย่างย่อมขึ้นราคาผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า หากปิดช่องแคบยืดเยื้อ น้ำมันอาจขึ้นไป 100-120-150 เหรียญ (ขึ้นกับความนาน)ตอนนี้ราวๆ 70 เหรียญ (ก่อนเริ่มยิงกัน) หากยืดเยื้อ ลิตรละ 50-60 บาทหรือกว่านั้นอาจเป็นไปได้
เคราะห์ดีที่กองทุนน้ำมันอยู่ในสภาพดี คงพอรับแรงกระแทกได้บ้าง แต่ถ้าแรง/นานก็คงลำบาก
ก๊าซธรรมชาติ = ไฟฟ้า/หุงต้ม การ์ตาส่งออกก๊าซผ่านช่องแคบ มีผลกระทบต่อราคาแน่นอน
โชคดีที่เราผลิตก๊าซธรรมชาติเองได้จากไทยและแหล่งใกล้เคียงจนเกือบพอใช้ แม้ว่าต้องนำเข้าบ้าง อาจได้รับผลกระทบจากราคาขึ้น แต่น่าจะตรึงไว้ได้นาน
ผศ. ดร.ธรณ์ระบุว่า การเดินทาง ตะวันออกกลางคือฮับการบินโลก มีสายการบินเพียบ เมื่อไปไม่ได้ จะส่งผลกระทบรุนแรง และจะยิ่งมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น มีรายงานว่าสนามบินเริ่มถูกโจมตี (ตามข่าวกันนะครับ)ใครต้องไปตะวันออกกลางเพื่อเปลึ่ยนเครื่อง เตรียมการไว้ล่วงหน้าได้เลย ตราบใดที่สงครามยังยืดเยื้อและเป็นแบบนี้
หากน้ำมันขึ้นราคา ส่งผลต่อการเดินทางทุกรูปแบบ รวมถึงค่าเครื่องบินเศรษฐกิจท่องเที่ยว - ในระยะสั้น นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางได้รับผลกระทบแน่นอน ในระยะยาวต้องติดตาม แต่เมื่อค่าเดินทางขึ้นตามค่าน้ำมัน เงินเฟ้อทั่วโลก นักท่องเที่ยวอาจต้องคิดก่อนเที่ยว
ลูกค้าตะวันออกกลางยังสำคัญต่อหลายกิจการในไทย เช่น การแพทย์ อาจได้รับผลกระทบ
สินค้าทั่วโลก - อาจขึ้นราคา (ค่าขนส่ง ฯลฯ) ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้เงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ต้องระมัดระวังเงินทองที่ใช้และรายได้ที่อาจไม่มั่นคงจากผลกระทบเศรษฐกิจ
ยังมีอีกหลายอย่าง ผมเคยผ่านตั้งแต่สมัยวิกฤตน้ำมัน ต้องมีถังเก็บน้ำมันที่บ้าน ผ่านสงครามใหญ่ๆ ในตะวันออกกลาง ฯลฯ บอกได้ว่าเราต้องรัดกุมกับการใช้จ่ายให้มากขึ้น เตรียมเงินสำรองในครอบครัว เตรียมรับความเสี่ยงในด้านต่างๆ“ทั้งหมดนี้ จะไม่เกิดขึ้นหากสงครามยุติในไม่กี่วัน แต่ยิ่งนานยิ่งส่งผลแรงขึ้นขอให้คนไทยในตะวันออกกลางทุกท่านไม่ว่าที่ไหน ปลอดภัยแคล้วคลาดทุกคนครับ”ผศ. ดร.ธรณ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รมว.พลังงาน สั่งการติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่เริ่มขึ้นและคาดว่ามีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกระทบซับพลาย 20% ของความต้องการโลก
โดยกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศ จะต้องมีเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,746 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,124 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 23 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,795 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 61วัน ในส่วนแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ของเดือนมีนาคม 2569 จำนวนทั้งหมด 4 ลำ ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุชแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ระหว่างการลำเลียง คาดว่าจะไม่กระทบปริมาณสำรอง ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะมีการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรองเพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นภายในประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี