วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
3 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ เรียกว่า ปฏิบัติการมหากาพย์โกรธา (Operation Epic Fury) โจมตีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งยืดเยื้อระดับภูมิภาค โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า ปฏิบัติการมหากาพย์โกรธา อาจกินเวลานาน 4 - 5 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯจะสามารถรักษาภาวะสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลางได้หรือไม่ และสุดท้ายแล้วอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด
ปฏิบัติการ Epic Fury คืออะไร ?
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ ออกยืนยันในวิดีโอความยาวแปดนาทีที่โพสต์บน ทรูธ โซเชียล ว่าสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมในสิ่งที่เขาเรียกว่า "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" ภายในอิหร่าน ต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่าภารกิจนี้มีชื่อว่า Operation Epic Fury เป้าหมายคือ เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่ได้รับอาวุธนิวเคลียร์ และจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขาและทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง มันจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง
กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,250 แห่ง ในอิหร่านนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ในแถลงการณ์แยกต่างหาก กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่าได้โจมตีและทำลายเรืออิหร่าน 11 ลำ และ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านซึ่งปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 1989 ถูกสังหารเมื่อที่พำนักของเขาในกรุงเตหะราน

จากรายงาน Costs of War ปี 2025 ของมหาวิทยาลัยบราวน์ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลเป็นจำนวนเงินประมาณ 2.17 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6.85 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันยังได้ให้เงินสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนอิสราเอลในเยเมน อิหร่าน และตะวันออกกลางโดยรวม เป็นจำนวนเงิน 9.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3.04 แสนล้านบาท ถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3.78 แสนล้านบาท
นั่นทำให้ยอดรวมค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้อยู่ที่ระหว่าง 3.135 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 9.89 แสนล้านบาท ถึง 3.377 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1.06 ล้านล้านบาท และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีก
ตามรายงานของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) Operation Epic Fury เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธมากกว่า 20 ระบบ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ มีการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน โดยใช้ระบบต่างๆ มากกว่า 20 ระบบ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ ประกอบด้วย ...
ระบบโจมตีทางอากาศ
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1
เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2: ใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ
เครื่องบินขับไล่ล่องหนขั้นสูง F-35 Lightning II และ F-22 Raptor
เครื่องบินขับไล่ F-15 โดยสูญเสียไป 3 ลำในเหตุการณ์ที่คูเวต
เครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet และ A-10 มีบทบาทในการโจมตีและสนับสนุน
EA-18G Growler ใช้สำหรับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์และการปราบปรามระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู
เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ดูแลการบังคับบัญชา การควบคุม และการจัดการพื้นที่การรบ

โดรนและระบบโจมตีระยะไกล
โดรน LUCAS ปฏิบัติการนี้ถือเป็นการใช้งานในการรบครั้งแรกของโดรน “ระบบโจมตีทางอากาศไร้คนขับราคาประหยัด” แบบบินทางเดียว ซึ่งถูกลอกเลียนแบบมาจากแบบของอิหร่าน
โดรน MQ-9 Reaper ปฏิบัติการในบทบาทการเฝ้าระวังและการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ระบบจรวดปืนใหญ่เคลื่อนที่เร็ว M-142 (HIMARS) ปืนใหญ่จรวดภาคพื้นดิน
ขีปนาวุธร่อน Tomahawk ยิงจากเรือรบ
ระบบป้องกันขีปนาวุธ
ระบบขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot และ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ใช้ในการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
ระบบต่อต้านโดรน
ระบบป้องกันทางทะเล
กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสองกลุ่ม นำโดยเรือ USS Gerald R Ford และ USS Abraham Lincoln
เครื่องบิน P-8 Poseidon ปฏิบัติการลาดตระเวนและสอดแนมทางทะเล
เครื่องบินขนส่งและเติมเชื้อเพลิง เครื่องบิน C-17 Globemaster, C-130 Hercules และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ

สงครามกับอิหร่านอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน?
การคาดการณ์ต้นทุนทั้งหมดของปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นเรื่องยาก ตามที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าสงครามครั้งใหม่นี้อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด
คริสโตเฟอร์ พรีเบิล นักวิจัยอาวุโสของศูนย์สติมสัน กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลนั้น ดังนั้นเราจึงทำได้เพียงคาดเดา แต่มีหลายส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ และเราสามารถคาดเดาต้นทุนของอาวุธแต่ละชนิดได้ เราสามารถคาดเดาต้นทุนของการปฏิบัติการ การปฏิบัติการทางทะเลได้
เบื้องต้นมีการประเมินว่า สหรัฐฯ อาจใช้จ่ายเงินไปประมาณ 779 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 2.46 หมื่นล้านบาท เฉพาะช่วง 24 ชั่วโมงแรกของ Operation Epic Fury
การเสริมกำลังทางทหารก่อนการโจมตี ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าสิบลำ และการระดมกำลังในภูมิภาค คาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีก 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 1.99 หมื่นล้านบาท

จากข้อมูลของศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for New American Security) ระบุว่า การปฏิบัติการของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี เช่น เรือ USS Gerald R Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 205 ล้านบาท ต่อวัน
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียยุทโธปกรณ์ด้วย รวมถึงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ 3 ลำที่ถูกยิงตกในคูเวต ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อธิบายว่าเป็นเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าอาจไม่ใช่ความยั่งยืนทางการเงิน แต่เป็นจำนวนยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่
ประเด็นคือเกี่ยวกับจำนวนอาวุธที่มีอยู่จริงในคลังแสงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธสกัดกั้น เช่น ขีปนาวุธแพทริออต หรือ SM-6 ซึ่งเป็นขีปนาวุธมาตรฐานที่ใช้สกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดเดาว่า อัตราการปฏิบัติงานในขณะนี้ ในแง่ของจำนวนการสกัดกั้นนั้น ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ อย่างแน่นอน และอาจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นานเกินกว่า 2-3 สัปดาห์
คริสโตเฟอร์ พรีเบิล ตั้งข้อสังเกตว่า ความกังวลที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้ง 12 วันกับอิหร่านในเดือนมิถุนายน เมื่อมีการคาดการณ์ว่ากองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น แม้ว่าอาจมีการเติมยุทโธปกรณ์บางส่วนแล้ว แต่ขีปนาวุธสกัดกั้นก็ถูกจัดสรรไว้สำหรับสมรภูมิอื่นๆ ด้วย
ขีปนาวุธสกัดกั้นเหล่านี้บางส่วนมีจุดประสงค์ที่จะส่งไปยังยูเครนเพื่อรับมือกับการโจมตีของรัสเซีย บางส่วนถูกนำไปใช้ในเอเชีย ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พวกมันจะมีความสำคัญในกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นที่นั่นดังนั้น การถอนอาวุธเหล่านั้นออกจากพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล
การผลิตชิ้นส่วนทดแทนไม่ได้เกิดขึ้นทันที ขีปนาวุธแพทริออตหรือ SM-6 เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนมากไม่ใช่ว่าพวกเขาผลิตออกมาเป็นร้อยหรือพันชิ้นต่อวันหรอกนะ นั่นไม่ใช่จังหวะการผลิตปกติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี