วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
11 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเดินทางตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด 1 ใน 3 ท่าเรือพาณิย์หลักของอิสราเอล เพื่อประเมินความต่อเนื่องเกี่ยวกับการค้าทางทะเลของอิสราเอล
สำนักข่าวอิสราเอล รายงานว่าการปรากฏตัวครั้งนี้ของ เนทันยาฮู มีขึ้นหลังจากเกิดข่าวลือไปทั้งโลกโซเชียลมีเดีย รวมไปถึง 'ทาสนิม' (Tasnim News Agency) สำนักข่าวเอกชนรายใหญ่ของประเทศอิหร่าน ออกมาหนุนข่าวลือว่า เบนจามิน เนทันยาฮู อาจเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ท่ามกลางสงครามอิหร่าน
.jpg)
ทั้งนี้ทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ Prime Minister of Israel ซึ่งเป็นบัญชีของสำนักงานนายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล ได้ออกมาโพสต์ภาพ เนทันยาฮู ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด พร้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอิสราเอล มิริ เรเกฟ
ซึ่งก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้แถลงในวันจันทร์ (10 มี.ค.) ขณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ศูนย์ควบคุมสุขภาพแห่งชาติ
โดยผู้นำอิสราเอลระบุว่าจากการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลกำลังบดขยี้ยุทธศาสตร์ของอิหร่านอย่างหนักหน่วง และยืนยันว่าจะมีปฏิบัติการที่รุนแรงกว่านี้ตามมาอีกในอนาคต
.jpg)
เนทันยาฮู กล่าวว่า ความปรารถนาสูงสุดของอิสราเอลคือการเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านได้ปลดแอกจากการปกครองที่กดขี่ แม้ในท้ายที่สุดการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับประชาชนชาวอิหร่านเองก็ตาม แต่เขามั่นใจว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับโครงสร้างอำนาจของอิหร่านแล้ว
อีกทั้งยังเน้นย้ำว่า หากอิสราเอลและประชาชนชาวอิหร่านสามารถร่วมมือกันได้สำเร็จ จะนำไปสู่จุดจบของความขัดแย้งอย่างถาวรในระดับที่ความวุ่นวายเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โดยเขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ และในขณะนี้จุดยืนรวมถึงสถานะของอิสราเอลบนเวทีโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยินยอมให้น้ำมันแม้เพียงลิตรเดียวถูกส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตี ซึ่งคำขู่นี้ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่าสหรัฐฯ พร้อมจะโจมตีอิหร่านให้หนักขึ้นหลายเท่าหากมีการปิดกั้นเส้นทางส่งออกพลังงานสำคัญ
ซึ่งอิสราเอลประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายของสงครามครั้งนี้คือการโค่นล้มระบอบการปกครองที่นำโดยผู้นำศาสนาของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มองว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ คือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี