วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผู้นำอิหร่านชักธงสงคราม
แก้แค้นสหรัฐ
ปิดฮอร์มุซ-ตอ.กลางเดือด
ยิวประกาศตามเด็ดหัว
ทรัมป์โวลั่นเป็นเกียรติ
ได้จังหวะเปิดฉากไล่ฆ่า
ผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน ออกแถลงการณ์ครั้งแรก หลังรับตำแหน่งว่า “จะแก้แค้นให้ผู้พลีชีพในประเทศและจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป” ด้าน “เนทันยาฮู” แถลงครั้งแรก ขู่สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน หยามแรงเป็นแค่หุ่นเชิดของ IRGC “ทรัมป์” ประณามผู้นำอิหร่านอย่างรุนแรง ลั่นเป็นเกียรติที่ได้สังหาร ยุส่งเรือบรรทุกน้ำมันให้แสดงความกล้า ฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนการสู้รบยังเป็นไปอย่างดุเดือด อิสราเอลเดินหน้าถล่มเตหะราน ขณะที่อิหร่านเริ่มโจมตีมุ่งเป้า "ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ" ของสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกกลาง ตามที่ขู่ไว้ก่อนหน้านี้ ยกระดับความตึงเครียดของสงครามขึ้นอีกขั้น
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มุจตาบา คาเมเนอีวัย 56 ปี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าเขาอยู่ในอาการโคม่าโดยยืนยันจุดยืนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค
ในแถลงการณ์ที่มีการอ่านออกอากาศทางโทรทัศน์ของรัฐเมื่อวานนี้(12มีนาคม) มุจตาบา คาเมเนอี กล่าวว่า อิหร่านจะล้างแค้นให้กับเลือดของผู้พลีชีพของประเทศ ซึ่งถือเป็นคำแถลงครั้งแรกของเขาหลังจากขึ้นสืบตำแหน่งต่อจากบิดาที่ถูกสังหาร มุจตาบา คาเมเนอี ระบุว่าประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านควรปิดฐานทัพสหรัฐทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในดินแดนของตนทันที
สั่งเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐต่อ
โดยระบุว่าคำมั่นสัญญาเรื่องความปลอดภัยจากสหรัฐฯเป็นเพียงเรื่องโกหก นอกจากนี้เขายังสั่งการให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี เดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคต่อไป ส่วนช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งพาดผ่านชายฝั่งอิหร่านและเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ก็ควรถูกปิดต่อไปเช่นกันเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อฝ่ายศัตรูสหรัฐและอิสราเอล
“เราส่งสารถึงผู้นำของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคว่า อิหร่านต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศรอบข้าง แต่การมีอยู่ของฐานทัพสหรัฐในบางประเทศ และการใช้ฐานทัพเหล่านั้นเพื่อโจมตีอิหร่าน ไม่เป็นผลดีต่อภูมิภาค และควรถูกปิดลง”เขาย้ำว่าอิหร่านไม่ได้เป็นศัตรูกับประเทศเพื่อนบ้าน และเป้าหมายของอิหร่านคือฐานทัพของสหรัฐเท่านั้น
อย่างไรก็ดีมุจตาบา คอเมเนอียังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และยังไม่มีการเผยแพร่ภาพของเขา แถลงการณ์ถูกอ่านโดยผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ของรัฐ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอลในวันแรกของสงครามเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ที่คร่าชีวิตบิดา ภรรยา และสมาชิกในครอบครัวของเขาเกือบทั้งหมด
‘เนทันยาฮู’ขู่สังหารผู้นำอิหร่าน
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกแถลงข่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน โดยบอกว่า อิสราเอลกำลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน และกล่าวว่าอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีตลอดเกือบ 2 สัปดาห์ การโจมตีของอิสราเอลได้สังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับสูงของอิหร่าน และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองกำลังบาซิช อิหร่านไม่ใช่อิหร่านแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว การโจมตีที่เกิดขึ้นได้ขัดขวางไม่ให้อิหร่านเคลื่อนย้ายโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธลงใต้ดิน
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ โมจตาบา คาเมเนอี ที่สืบทอดอำนาจจากบิดา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่ง เนทันยาฮู บอกว่า โมจตาบา คาเมเนอี เป็นแค่เพียง หุ่นเชิดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) พร้อมกับขู่ว่า จะสังหารโมจตาบา แต่ไม่ขอบอกรายละเอียดถึงสิ่งที่อิสราเอลกำลังวางแผนและขั้นตอนต่างๆว่าจะสังหารผู้นำอิหร่านคนใหม่อย่างไร
ยันเดินหน้าทำภารกิจให้เสร็จสิ้น
เนทันยาฮู ยังบอกชาวอิหร่านที่ออกมาประท้วงรัฐบาลว่า เราอยู่เคียงข้างพวกคุณ แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับพวกคุณ อยู่ในมือของพวกคุณ อีกทั้งยังบอกอีกว่า สงครามกับอิหร่านทำให้ประเทศของเขาสามารถสร้างพันธมิตรในภูมิภาคได้สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ตอนนี้เรากำลังทำอย่างดีที่สุด
กองทัพอิสราเอล- สหรัฐ ยังได้ทำการโจมตีอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรต่างๆ ของอิหร่าน เช่น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อย่างหนักตลอดเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำลายขีดความสามารถของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกลุ่มติดอาวุธของอิหร่านไปได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเนทันยาฮูยืนยันว่าอิสราเอลจะมุ่งเดินหน้าทำภารกิจให้เสร็จสิ้น
กับคำถามที่ว่าอิสราเอลมีแผนที่จะยึดดินแดนในเลบานอนหรือไม่ เนทันยาฮู กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนทำตามสิ่งที่เคยบอกไว้ว่าจะปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่หากไม่ทำเช่นนั้น อิสราเอลจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือด้วยแนวทางของตัวเอง
เรียก‘ทรัมป์’เพื่อนส่วนตัว
ทั้งนี้ เนทันยาฮู ยังเรียกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อีกว่าเป็น “เพื่อนส่วนตัว” และได้พูดคุยกันเกือบทุกวัน อีกทั้งทำการตัดสินใจต่างๆ ในสงครามนี้ด้วยกัน
ที่ผ่านมา’อิหร่าน ได้โจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียด้วยโดรนและขีปนาวุธ ทำให้ท่าเรือน้ำมันหลายแห่งต้องหยุดการดำเนินงานและทำลายภาพลักษณ์ด้านความมั่นคง พร้อมยังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างและทรัพย์สินของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ประเทศเพื่อนบ้านกล่าวว่า การโจมตีเหล่านี้ได้ทำลายความไว้วางใจไปในอนาคตอันใกล้
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลพยายามที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศในอ่าวเปอร์เซียผ่านข้อตกลงอับราฮัมในเดือน ก.ย. 2020 แต่ความสัมพันธ์ทางการทูตกลับแย่ลงท่ามกลางสงครามอิสราเอลในฉนวนกาซา
‘ทรัมป์’ประณามผู้นำอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ในรายการทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ว่า ตนคิดว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ได้รับบาดเจ็บ แต่น่าจะยังมีชีวิตอยู่
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวประณามบรรดาผู้นำอิหร่านอย่างรุนแรง และว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สังหารพวกเขา จากข้อความบนทรูธโซเชียลนายทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐกำลังทำลายระบอบก่อการร้ายของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง เรามีอำนาจการยิงที่เหนือกว่า กระสุนไม่จำกัด และเวลาเหลือเฟือ คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ทั่วโลกมานาน 47 ปีแล้ว และตอนนี้ในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา กำลังฆ่าพวกเขา ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำเช่นนั้น
ยุเรือบรรทุกน้ำมันฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันควรแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและแสดงความกล้าหาญ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว อิหร่านไม่มีแม้แต่กองทัพเรือ และเราทำลายเรือของพวกเขาไปหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในอุตสาหกรรมการเดินเรือได้เรียกร้องให้กองทัพเรือของสหรัฐฯ จัดเรือคุ้มกันสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ทางเพนตากอน ยังคงปฏิเสธคำร้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าภารกิจคุ้มกันมีความเสี่ยงสูงเกินไปในสถานการณ์ปัจจุบัน
United Kingdom Maritime Trade Operations หรือ UKMTO ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มีเรือบรรทุกน้ำมัน เรือสินค้า และเรือประเภทอื่น ๆ อย่างน้อย 16 ลำ ถูกโจมตีในและรอบพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงอ่าวอาหรับ และอ่าวโอมาน การโจมตีในช่วงต้นสัปดาห์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และสามารถช่วยชีวิตลูกเรือได้ 38 คน
ยินดีราคาน้ำมันพุ่ง/มะกันโกยเงิน
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางทรูธ โซเชียลส่วนตัว ระบุว่า “สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่างห่างไกล ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น เราก็ทำเงินได้มาก แต่สิ่งที่สำคัญและผมให้ความสนใจมากกว่านั้น ในฐานะประธานาธิบดี คือการหยุดยั้งจักรวรรดิที่ชั่วร้ายอย่าง อิหร่าน ไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ให้ทำลายตะวันออกกลาง รวมถึงโลกทั้งใบ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น! ขอบคุณสำหรับการให้ความสนใจต่อเรื่องนี้”
การออกมาโพสต์ข้อความในครั้งนี้ของ ทรัมป์ ได้ถูกวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคเดโมแครต โดยวุฒิสมาชิก มาร์ก เคลลี จากรัฐแอริโซนาตอบโต้ว่า คนทำงานชาวอเมริกันกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามที่ทรัมป์เป็นคนก่อขึ้น และคนที่จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก็มีแต่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมทรัมป์ถึงดีใจ เพราะทรัมป์ใส่ใจแต่คนรวยมาตลอด
สหรัฐไฟเขียวซื้อน้ำมันรัสเซีย
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดตลาดสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2022 ขณะที่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการอนุญาตชั่วคราวเพื่อช่วยให้สามารถระบายอุปทานน้ำมันที่กำลังลอยลำอยู่กลางทะเล โดยเขาระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เพื่อเพิ่มการเข้าถึงอุปทานน้ำมันในตลาดโลก กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่กำลังติดค้างอยู่ในทะเลได้” อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้มีขอบเขตจำกัดและเป็นเพียงระยะสั้น โดยใช้เฉพาะกับน้ำมันที่ถูกบรรทุกลงเรือแล้วเท่านั้น และจะไม่สร้างผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญให้กับรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากรายได้หลักจากพลังงานของรัสเซียมาจากภาษีที่เรียกเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัด
เครื่องบินสหรัฐฯตกกลางอิรัก
ทางด้านกองทัพสหรัฐฯ แถลงถึงเหตุการณ์เครื่องบินเติมน้ำมันรุ่น KC-135 Stratotanker ประสบอุบัติเหตุตก ในพื้นที่ทางตะวันตกของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี โดยยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการยิงของฝ่ายศัตรูหรือการยิงกันเอง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัด และไม่บอกว่ามีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่
แถลงการณ์จากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในน่านฟ้าฝ่ายพันธมิตรระหว่างปฏิบัติการ อีปิก ฟิวรี และขณะนี้ความพยายามในการกู้ภัยกำลังดำเนินอยู่
นอกจากเครื่องบินเติมน้ำมันลำที่ตกแล้ว ยังมีเครื่องบินเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ด้วยอีก 2 ลำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า เครื่องบินลำที่สองนั้นเป็นรุ่น KC-135 เช่นกัน และสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย โดยขณะนี้ที่กำลังรวบรวมรายละเอียดเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ครอบครัวของเหล่าทหาร โดยเครื่องบิน KC-135 จะมีลูกเรือ 3-4 นาย ประกอบด้วย นักบิน , ผู้ช่วยนักบิน และเจ้าหน้าที่ควบคุมการเติมน้ำมัน ซึ่งทำหน้าที่เติมน้ำมันให้เครื่องบินลำอื่นกลางอากาศ
อิสราเอลเปิดฉากถล่มเตหะราน
สำหรับสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเตหะรานรอบใหม่ไม่กี่ชั่วโมงหลังมอจตาบาออกแถลงการณ์ครั้งแรก การโจมตีมุ่งเน้นไปที่หน่วยงานความมั่นคงภายในและกองกำลังกึ่งทหาร มีการยืนยันการทำลาย จุดตรวจของหน่วย บาซิจ หรือกองกำลังติดอาวุธของไออาร์จีซีหลายแห่งในกรุงเตหะราน รวมถึงกองบัญชาการและศูนย์ควบคุมต่างๆ โจมตีสถานที่ก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าถูกใช้เพื่อพัฒนาวัตถุระเบิดสำหรับอุปกรณ์นิวเคลียร์ มีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ของเตหะราน รวมถึงบริเวณใกล้กับ สนามบินเมห์ราบัด
สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน ระบุว่า เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ขององค์กร 3 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วนเตหะรานกุม ซึ่งเป็นทางออกสำคัญจากกรุงเตหะรานไปยังเมืองกอม จุดช่วยเหลือของกาชาดในพื้นที่ได้รับความเสียหาย และผู้บาดเจ็บทั้งสามถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
อิหร่านเริ่มโจมตีย่านเศรษฐกิจดูไบ
ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็มีการโจมตีใส่ฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ว่าสำนักงานประชาสัมพันธ์ของนครดูไบรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดสั่นสะเทือนอาคารหลายแห่ง และมีกลุ่มควันขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่ใจกลางเมือง โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลเปิดไซเรนเตือนภัยประชาชน เพื่อให้หลบอยู่ในสถานที่ปลอดภัย เนื่องจากมีการโจมตีทางทหารที่มาจากอิหร่าน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบซากโดรน ที่ตกในย่านใจกลางเมืองดูไบ ของยูเออี
สำนักงานสื่อรัฐบาลดูไบ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโดรนที่ตกลงบนอาคารในบริเวณใกล้กับท่าเรือครีกฮาร์เบอร์ โดยทางดูไบได้รายงานเหตุโจมตีด้วยโดรน และเศษซากตกหล่นในสองจุด ขณะที่สนามบินของคูเวต ได้รับความเสียหายจากการโจมตีอีกครั้งหนึ่งระหว่างปฏิบัติการของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่ง อิหร่าน ได้เล็งเป้าหมายไปที่ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งที่ลุกลามไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
สำนักงานสื่อของรัฐบาลดูไบรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นเหตุการณ์เล็กน้อยที่เกิดจากเศษซากจากการสกัดกั้นที่สำเร็จตกลงบนผนังอาคารบนถนนชีคซาเยด
ทั้งนี้ เศษซากที่ร่วงหล่นลงมาตามท้องถนน เป็นผลจากการที่ระบบป้องกันสามารถสกัดการโจมตีเอาไว้ได้ เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยัน ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้
อิหร่านให้ความสำคัญฮอร์มุซเต็มที่
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าเรือทุกลำที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จำเป็นต้องประสานงานกับกองทัพเรืออิหร่าน เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือและว่าอิหร่านให้ความสำคัญกับความมั่นคงของช่องแคบนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากผูกพันกับความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ มีรายงานเรือสินค้าอย่างน้อย 6 ลำถูกโจมตีในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงเรือ มยุรี นารี สัญชาติไทย ที่ถูกยิงช่วงเช้าวันพุธจนเกิดไฟไหม้ในห้องเครื่องขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือ 20 คนได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัยในโอมาน แต่มีรายงานลูกเรืออีก 3 คนสูญหาย
อิหร่านเล็งโจมตี30บริษัทมะกัน
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวยูโร นิวส์ (Euronews) เครือข่ายสถานีข่าวโทรทัศน์ของยุโรป รายงานอ้างอิงจากสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim News Agency) สื่อของประเทศอิหร่าน ที่รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ประมาณ 30 แห่งในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของศัตรู ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทเหล่านี้อาจเป็นเป้าหมายต่อไป อิหร่านอาจกำหนดเป้าหมายโจมตีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เหล่านี้ เนื่องจากความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แพลตฟอร์มเอ็กซ “@Tasnimnews_Fa” ออกมาเปิดรายชื่อพร้อมทรัพย์สินของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ทั้ง Amazon , Microsoft, Google, Oracle, NVIDIA, IBM และ Palantir ในราว 30 แห่งทั่วตะวันออกกลาง เป็น เป้าหมายใหม่ในภูมิภาค ของอิหร่าน โดยระบุว่าสถานที่เหล่านี้ถูกมองว่าเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของศัตรู
สถานที่หลายแห่งที่สำนักข่าวทัสนิม นำเสนอนั้นส่วนใหญ่ตั้งฐานอยู่ที่เมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และ เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ในเทลอาวีฟ รายชื่อดังกล่าวรวมถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศอย่าง Palantir รวมถึงสำนักงานของ Amazon และ Microsoft ตลอดจนศูนย์วิศวกรรมและการพัฒนาของ Nvidia ด้วย
จากรายชื่อกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เลือกโจมตีนั้นมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือเนื่องจากเป็นผู้ประสานงานของ ‘บริการคลาวด์’ (cloud computing services)ทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง
สำนักข่าวยูโร นิวส์ ได้ประสานกับกลุ่มบริษัทกลุ่มเทคฯยักษ์ใหญ่ ทั้ง Microsoft, Nvidia, Amazon, Google, Oracle, IBM และ Palantir แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับในทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี