วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
ไทม์ไลน์ศึก สหรัฐฯ-อิสราเอล vs อิหร่าน สงครามที่ยังไม่เห็นจุดจบ
ทีมข่าว "แนวหน้าออนไลน์" พาไปย้อนรอย และสรุปสถานการณ์ความขัดแย้งที่ร้อนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ระหว่าง อิหร่าน กับพันธมิตร สหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งทวีความรุนแรงจนกลายเป็นสงครามในต้นปี 2026
เปิดฉาก "ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ" สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในอิหร่าน (สหรัฐฯ ใช้ชื่อ Operation Epic Fury / อิสราเอลใช้ชื่อ Roaring Lion) เป้าหมายหลัก: เน้น "ตัดหัวมังกร" (Decapitation Strike) โจมตีที่ประชุมระดับสูงในกรุงเตหะราน ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (ผู้นำสูงสุด)และครอบครัว รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงของ IRGC เสียชีวิตทันที รวมถึงทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธและโรงงานนิวเคลียร์
1 - 10 มีนาคม 2569
สงครามขยายวงกว้าง อิหร่าน ตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลำใส่เมืองสำคัญในอิสราเอล (เช่น ไฮฟา, เทลอาวีฟ) และฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค (บาห์เรน, กาตาร์, จอร์แดน, ยูเออี)
จากนั้นอิหร่านประกาศ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซ" อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานทันที
11 มีนาคม 2569
สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เข้าประจำการ และโจมตีทำลายกองเรือ IRGC จนเกือบหมดสิ้น
ขณะที่อิสราเอลขยายผลโจมตีกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนที่พยายามเข้ามาช่วยอิหร่าน จนเกิดการปะทะหนักชายแดนทางเหนือของเลบานอน
5 - 12 มีนาคม 2569 ทรัมป์ประกาศระดมพล "Coalition of the Willing 2.0"
หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ส่งจดหมายด่วนถึงชาติพันธมิตร NATO และเอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้) เรียกร้องให้ส่งกองเรือรบเข้าร่วม "ปฏิบัติการคุ้มกันน่านน้ำสากล" เพื่อเปิดทางให้เรือน้ำมันผ่านได้
- สหราชอาณาจักร แสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ชาติส่วนใหญ่ในยุโรป "นิ่งเงียบ" และปฏิเสธ
- เยอรมนีและฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ร่วมว่า "ทางออกทางการทูตยังไม่สิ้นสุด" และปฏิเสธการใช้กำลังทหารร่วมกับสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรหลัก
"สเปน - อิตาลี" กลายเป็นผู้นำกระแสคัดค้านในยุโรป
- นายกรัฐมนตรีสเปน ประกาศถอนเรือฟริเกตที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกองเรือสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดียทันที เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการขยายวงสงคราม
-อิตาลี: เกิดการประท้วงใหญ่ในกรุงโรม รัฐบาลอิตาลีปฏิเสธการให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศในประเทศเพื่อส่งกำลังบำรุงในสงครามครั้งนี้ พร้อมระบุว่า "ยุโรปจะไม่ยอมเป็นเบี้ยในกระดานสงครามพลังงานของทรัมป์"
-ทรัมป์โพสต์ Truth Social โจมตีชาติยุโรปว่า "เนรคุณ" และขู่จะทบทวนงบประมาณช่วยเหลือ NATO หากไม่ส่งกองเรือมาช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Transatlantic) ตกต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
23 - 24 มีนาคม 2569
ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานออกไป 5 วัน อ้างว่าการเจรจาคืบหน้า ขณะที่ประธานสภาฯ อิหร่าน ออกมาปฏิเสธทันควันว่า "ไม่มีการเจรจา" และตราหน้าว่าเป็นข่าวลวงเพื่อปั่นตลาดน้ำมัน พร้อมขู่จะโจมตีเครือข่ายพลังงานสหรัฐฯ กลับหากถูกรุกราน
ล่าสุด เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (MBS) มกุฎราชกุมารของซาอุดิอาระเบีย ได้ตัดสินใจอนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศคิง ฟาฮัด (ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ใกล้เมืองทาอิฟ) เพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
สาเหตุการตัดสินใจ : แหล่งข่าวระบุว่าซาอุฯ "หมดความอดทน" หลังจากกรุงริยาดและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในทะเลแดงถูกขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านโจมตีอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่ กาต้าร์ ยกระดับการเตรียมพร้อมและสิทธิในการตอบโต้ หลังจากแหล่งก๊าซ Ras Laffan ถูกโจมตีจนเสียหายหนัก กาตาร์ได้ออกแถลงการณ์ประณามว่านี่คือ "ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติโดยตรง"
และ มีรายงานว่ากาตาร์ได้อำนวยความสะดวกให้กองกำลังผสม (สหรัฐฯ-สหราชอาณาจักร) ในการใช้ฐานทัพอากาศ Al-Udeid เพื่อยกระดับการตรวจการณ์และการป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงการสนับสนุนโลจิสติกส์ในระดับสูงสุด
สรุปความสูญเสียและขุมกำลัง (ตัวเลขโดยประมาณ) ฝ่ายการสูญเสียชีวิต / บาดเจ็บความเสียหายทางยุทธศาสตร์พันธมิตรที่ร่วมปฏิบัติการอิหร่านทหารเสียชีวิต 6,000+ นาย / ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตฐานนิวเคลียร์และระบบป้องกันอากาศยานถูกทำลายเกือบทั้งหมด, กองเรือจมกว่า 130 ลำHezbollah, กลุ่มติดอาวุธในอิรัก (PMF), ฮูตีสหรัฐฯทหารเสียชีวิต 13 นาย / บาดเจ็บ 200+ นายฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียเสียหายหลายแห่ง (มูลค่ากว่า $800M)สหราชอาณาจักร (สนับสนุนฐานทัพ), อิสราเอลอิสราเอลพลเรือนเสียชีวิต 22 ราย / บาดเจ็บ 4,000+ รายเมืองทางตอนเหนือเสียหายจากการระดมยิงขีปนาวุธสหรัฐฯ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี