วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ทรัมปจัดหนัก
บึ้มสะพานใหญ่สุดอิหร่าน
สะใจโพสต์บีบให้รับดีล
IRGCเดือดฮึ่มล้างแค้น
แจ้งข่าวร้าย3ลูกเรือไทย
ปธน. “ทรัมป์” แอ่นอกรับสั่งถล่มสะพานกลางกรุงเตหะราน ซึ่งใหญ่ที่สุดในตอ.กลาง ตายอย่างน้อย 8 ศพ เจ็บทะลุร้อยคน รวมทั้งยังพุ่งเป้าถล่มโรงไฟฟ้า-โครงสร้างพื้นฐานอีกหลายจุด ด้านรบ.เตหะราน โดย IRGC จัดหนักเอาคืน อ้างโจมตีศูนย์คลาวด์ Amazon ในบาห์เรน ล้างแค้นสหรัฐฯลอบสังหารผู้นำอิหร่าน อีกทั้ง ยังขู่โจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Google และ Microsoft
เมื่อวันที่ 3 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางโดยระบุอีก 2-3 สัปดาห์จะยุติการโจมตีอิหร่าน แต่ระหว่างนี้ จะเดินหน้าโจมตีเป้าหมายที่ยังเหลือต่อไป และเร่งให้อิหร่านเห็นชอบข้อตกลงสันติภาพทันทีว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกมาแถลงว่า ได้โจมตีศูนย์คอมพิวติ้งคลาวด์ของ Amazon ในประเทศบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ตามรายงานของสำนักข่าวทางการอิหร่าน
สหรัฐไม่หยุดระรานเจอถล่มบิ๊กเทค
ทั้งนี้ IRGC ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า ปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นคำเตือนเชิงปฏิบัติครั้งแรกไปยังฝ่ายตรงข้าม โดยเตือนว่า หากยังคงเพิกเฉยต่อคำเตือน และยังมีการลอบสังหารเกิดขึ้น อิหร่านจะดำเนินการลงโทษบริษัทอื่น ที่อยู่ในรายชื่อเป้าหมายอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมชี้ว่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทเหล่านี้ในภูมิภาค เป็นความรับผิดชอบของประธานาธิบดีสหรัฐฯโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน) อิหร่านได้ประกาศรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี ซึ่งรวมถึง Apple, Google และMicrosoft โดยมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางเทเลแกรมของ IRGC
เปิดฉากถล่มปท.พันธมิตรมะกัน-ยิว
นอกจากนี้ อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่ ใส่อิสราเอลและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ขีปนาวุธข้ามลำกล้องตกลงในเมือง เปตา ทิควาห์ ทางตอนกลางของอิสราเอล และมีรายงานความเสียหายในกรุงเทลอาวีฟ รวมถึงสถานีรถไฟ มีผู้บาดเจ็บ 4 คน การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นช่วงที่ชาวยิวในอิสราเอลกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลปัสกา ทำให้ประชาชนต้องหนีตายไปอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน
ส่วนคูเวต โรงกลั่นน้ำมัน มินา อัล-อาห์มาดี ถูกโดรนโจมตีจนเกิดไฟไหม้ และมีรายงานเหตุระเบิดที่สนามบินนานาชาติคูเวต ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยิงสกัดขีปนาวุธเหนือนครดูไบและฟูไจราห์ มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายจากเศษซากขีปนาวุธ ขณะที่บาห์เรน ไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศ และมีรายงานไฟไหม้ในสถานประกอบการแห่งหนึ่งจากการโจมตี
รบ.เตหะรานลั่นไม่ยอมจำนน
ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนจะไม่ทำให้อิหร่านยอมจำนน โดยเขาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X พร้อมภาพสะพานที่ได้รับความเสียหาย และกล่าวว่าการโจมตีโครงสร้างอย่างสะพานนั้น เพียงแต่สะท้อนถึงความพ่ายแพ้และความเสื่อมถอยทางศีลธรรมของศัตรูที่กำลังสับสน พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายขึ้นมาใหม่
อิหร่านสรุปความเสียหาย
ด้านสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย รายงานตัวเลขความเสียหาย จากการโจมตีถูกทางอากาศ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฎิบัติการโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน ดังนี้ หน่วยพลเรือน/อาคารบ้านเรือนทั่วไป 117,239 หลัง ที่พักอาศัยในจังหวัดต่างๆ 93,544 หลัง ที่พักอาศัยและหน่วยธุรกิจในกรุงเตหะราน 46,437 หลัง สถานพยาบาล การแพทย์และหน่วยฉุกเฉิน 316 แห่ง โรงเรียน 763 แห่ง ศูนย์สภาเสี้ยววงแดง(คล้ายสภากาชาด) 18 แห่ง ยานพาหนะที่ใช้ปฏิบัติงาน 48 คัน รถพยาบาล 46 คัน และเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย 3 ลำ
ถล่มสะพานในอิหร่านดับ8เจ็บอื้อ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐว่า เกิดเหตุโจมตีทางอากาศในอิหร่าน ทำให้สะพานขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นในเมืองบาฮาเรสถาน จังหวัดอิสฟาฮาน ตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดหลายครั้ง
ขณะเดียวกัน มีการโจมตีสะพาน บี 1 ซึ่งกำลังก่อสร้างในเมืองคาราจ จังหวัดอัลบอร์ซ ของกรุงเตหะราน โดยสะพานดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคตะวันออกกลาง มีความสูงของเสาสะพานถึง 136 เมตร แรงระเบิดทำให้โครงสร้างพังถล่มตัดขาดเส้นทางสัญจรทันที
ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯเป็นผู้โจมตีและสามารถทำลายสะพานขนาดใหญ่ของอิหร่านได้สำเร็จ พร้อมประกาศจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายอื่นต่อไป และเตือนอิหร่านให้เร่งทำข้อตกลงก่อนสายเกินไป โดยทรัมป์โพสต์คำเตือนดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมคลิปวิดีโอที่ระบุว่า แสดงให้เห็นสะพานขนาดใหญ่ในอิหร่านพังถล่มจากการโจมตีของสหรัฐฯ และย้ำว่าสหรัฐฯใกล้บรรลุเป้าหมายทางทหารในอิหร่านแล้ว โดยจะเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
ส่วนอับบาส อารัคชี โฆษกประธานาธิบดีอิหร่านประณามการโจมตีครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และสะท้อนความพ่ายแพ้และความเสื่อมถอยทางศีลธรรมของฝ่ายตรงข้าม พร้อมยืนยันว่าชาวอิหร่านไม่ยอมจำนน และมองการที่ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นเรื่องไร้สาระ
อังกฤษเจ้าภาพถกเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อีเว็ตต์ คูเปอร์ รมว.ต่างประเทศอังกฤษ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ โดยมีตัวแทนจาก 40 ประเทศเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รมว.ต่างประเทศอังกฤษใช้โอกาสนี้วิจารณ์การตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านว่า เป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่อ และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือ โดยระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวได้เพียง 25 ลำ จากระดับปกติที่ 150 ลำต่อวัน และการปิดช่องแคบ ยังทำให้เรือมากกว่า 2,000 ลำ และลูกเรือ 20,000 คนตกค้างอยู่ในพื้นที่
นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศอังกฤษเผยด้วยว่า หลังจบการหารือระหว่างรมว.ต่างประเทศ จะประชุมนักวางแผนทางทหารเพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติรักษาความปลอดภัย สำหรับการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุการประชุมจะจัดขึ้นเมื่อใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีกำหนดลงคะแนนเสียงในญัตติที่เสนอโดยบาห์เรน เพื่ออนุมัติให้รัฐสมาชิกใช้มาตรการป้องกันทุกรูปแบบ ในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ได้ถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมในวันศุกร์ (3 เมษายน) เป็นวันเสาร์ที่ 4 เมษายน
โจมตีอิหร่านเข้าข่ายอาชญากรสงคราม
ในส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศในสหรัฐฯ ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก ซึ่งเผยแพร่เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (2 เมษายน) โดยระบุว่าการที่สหรัฐฯโจมตีอิหร่าน อาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม เนื่องจากอนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) ปี 1949 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมในยามสงคราม ห้ามโจมตีสถานที่ที่จำเป็นของฝ่ายพลเรือน นอกจากนี้ อนุสัญญาเจนีวารวมถึงพิธีสารเพิ่มเติมยังระบุว่า คู่ขัดแย้งในสงครามต้องแยกแยะระหว่าง “สิงปลูกสร้างของฝ่ายพลเรือนและเป้าหมายทางทหาร” อย่างชัดเจน และห้ามมิให้โจมตีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นของพลเรือนโดยเด็ดขาด
ชี้วิกฤตพลังงานแรงสุดในปวศ.
ขณะที่ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศเตือนว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ถือเป็นวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และสถานการณ์ในเดือนเมษายนจะเลวร้ายกว่าเดือนมีนาคมมาก เพราะเดือนมีนาคมยังมีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนสงครามเริ่มต้น ทำให้ยังมีพลังงานทยอยเข้าสู่ตลาดโลก แต่เดือนเมษายน อุปทานใหม่แทบจะไม่มีเข้ามาเลย ทำให้การสูญเสียน้ำมันในเดือนเมษายนจะมากกว่าเดือนมีนาคมถึงสองเท่า รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ด้วย ผลกระทบดังกล่าวจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อทั่วโลก เศรษฐกิจหลายประเทศเติบโตช้าลง โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ และในบางประเทศอาจต้องเริ่มมีการปันส่วนพลังงานในไม่ช้า
เรือปากีสถาน2ลำผ่านฮอร์มุซ
นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถานกล่าวว่า เรือสัญชาติปากีสถาน 2 ลำที่จอดรอเพื่อเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้สำเร็จแล้ว นายกฯปากีสถานได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณนายอิสฮาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรี และจอมพล อาซิม มูนีร์ ที่ร่วมผลักดันและอำนวยความสะดวกให้เรือทั้ง 2 ลำสามารถแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เตรียมการให้เรือที่ติดธงปากีสถานอีก 20 ลำสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ผู้นำปากีสถานยังได้ประกาศมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่ประชาชนในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวม 129,000 ล้านรูปีปากีสถาน หรือประมาณ 16,303 ล้านบาท โดยยืนยันว่ารัฐบาลกลางได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อควบคุมราคาน้ำมันอย่างครอบคลุมในช่วงเวลาดังกล่าว
ห่วงคนไทยหลังอิหร่านขู่ยิงบ.ไอทีมะกัน
ในส่วนประเทศไทย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงผลประชุม ศบก.ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีทิศทางในระยะต่อไปที่ชัดเจนว่าจะยกระดับหรือถอนกำลังจากภูมิภาค ยังไม่มีกรอบเวลาแน่นอน ในส่วนประเทศอื่น สหราชอาณาจักรได้เป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมกับกว่า 40 ประเทศ โดยไม่มีสหรัฐฯ เพื่อหารือแนวทางการกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เน้นมิติทางการทูต ความปลอดภัย และจัดการทุ่นระเบิดภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย
โฆษก ศบก.กล่าวว่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ มีการยกระดับการโจมตี โดยอิหร่านได้โจมตีบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯในประเทศใกล้เคียง รวมถึงมีการข่มขู่จะโจมตีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯในประเทศอิสราเอลด้วย ซึ่งความสำคัญสำหรับประเทศไทยคือ มีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศจึงฝากให้ติดตามข่าวสาร ติดตามจากเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศใกล้ชิด
พบชิ้นส่วนมนุษย์บนเรือมยุรี นารี
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงการณ์ความคืบหน้าค้นหาลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย มยุรี นารี ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า กต.ได้รับการประสานจากบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือมยุรี นารีว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการค้นหาและกู้ภัยที่บริษัทฯว่าจ้างขึ้นไปบนเรือฯ เพื่อค้นหาลูกเรือไทย 3 คน เป็นครั้งที่ 2 โดยทีมค้นหาดังกล่าวตรวจค้นทุกพื้นที่ ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียด เท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย เนื่องจากเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ และมีน้ำท่วมขังที่ห้องเครื่องและบริเวณใกล้เคียง ปรากฏว่า พบชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์บางส่วนในบริเวณที่เรือได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ บริษัทฯ จึงแจ้งให้ครอบครัวของลูกเรือทราบถึงความคืบหน้าดังกล่าวแล้ว กต.ขอแสดงความเสียใจ และจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายอิหร่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรับการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลโดยเร็วที่สุด โดยจะแจ้งความคืบหน้าต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี