วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ทรัมป์-สีปิดดีลใหญ่
เห็นพ้องเปิดฮอร์มุซ
สหรัฐ-จีน ปิดฉากดีลประวัติศาสตร์ “ทรัมป์” อ้างบรรลุข้อตกลงธุรกิจ-สงบศึกการค้า-ภาษี เผย “สี” ตกลงซื้อโบอิ้ง 200 ลำ แต่ไม่มีการลงนามข้อตกลงเป็นรูปธรรมประเด็นอิหร่าน โดยให้คำมั่นไม่ส่งอาวุธให้เตหะราน ขณะที่จีนส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลสหรัฐฯปมไต้หวัน พร้อมระบุสงครามกับอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พบหารือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนที่ทำเนียบจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่งเป็นวันที่ 2 ก่อนปิดฉากภารกิจการเยือนอย่างเป็นทางการ
อวยสัมพันธ์เข้มแข็ง-จีนซื้อโบอิ้ง200ลำ
โดยประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียล ก่อนพบผู้นำจีนวันที่สองแสดงความคาดหวังว่าความสัมพันธ์กับจีนจะเข้มแข็งและดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา แต่ผู้นำจีนส่งสัญญาณเตือนว่าการจัดการปัญหาไต้หวันอย่างไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตกต่ำลงอย่างรุนแรง
ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการแฮนนิตี ของสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ กล่าวถึงผู้นำจีนว่าเป็นคนที่มีความอบอุ่น แต่ให้ความสำคัญกับการเจรจาธุรกิจอย่างจริงจัง พร้อมเปิดเผยว่าจีนตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 500 ลำ ส่งผลให้ราคาหุ้นของโบอิ้งปรับตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 4 ทันที
ทรัมป์กล่าวอีกว่า เดิมทีบริษัท โบอิ้ง คาดหวังยอดสั่งซื้อที่น้อยกว่านี้ ต้องการแค่ 150 ลำ แต่สี จิ้นผิง ให้ถึง 200 ลำ โดยประธานาธิบดีเชื่อว่าคำกล่าวของสี จิ้นผิง ถือเป็นข้อผูกพันที่จีนจะดำเนินการซื้อจากโบอิ้งต่อไป
อ้าง“สี”ไม่อยากให้อิหร่านมีนิวเคลียร์
ผู้นำสหรัฐยังอ้างว่า สหรัฐฯและจีนมีจุดยืนร่วมกันคือ ไม่ต้องการให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดกว้าง เพื่อรักษาเสถียรภาพการเดินเรือและการขนส่งพลังงานโลก และเผยด้วยว่า การหารือครั้งนี้สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆได้มากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าที่ผู้อื่นจะจัดการได้ การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่าย ในการลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ เพื่อแก้วิกฤตการณ์โลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
รับปากไม่ส่งอาวุธให้เตหะราน
ทรัมป์เผยด้วยว่า ผู้นำจีนให้คำมั่นระหว่างการหารือที่กรุงปักกิ่งว่า จีนจะไม่ส่งมอบอุปกรณ์ทางทหารให้อิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทั่วโลกกำลังจับตาใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่า ผู้นำจีนยังย้ำความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอิหร่าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งจีนยังคงนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในปริมาณมาก และต้องการดำเนินความร่วมมือด้านนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำทั้งสองมีกำหนดร่วมจิบน้ำชาและรับประทานอาหารกลางวันภายในทำเนียบจงหนานไห่ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ พบหารือกับสีจิ้นผิงอย่างน้อย 10 นาที จากนั้นได้พาชมสวนจงหนานไห่ ศูนย์บัญชาการลับและที่พำนักของผู้นำระดับสูง โดยสีจิ้นผิงเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ และเสนอจะให้เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
สำหรับ จงหนานไห่เป็นสถานที่ทรงเกียรติ สำหรับการประชุมและแสดงถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีเพียงผู้นำสหรัฐฯ ไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยเข้าไปในบริเวณที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ซึ่งอยู่ติดกับพระราชวังต้องห้าม
เห็นพ้องอิหร่านไม่ควรมีนิวเคลียร์-เปิดฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้นำสหรัฐและผู้นำจีนร่วมงานเลี้ยงน้ำชา ได้มีการแถลงข่าวซึ่งมีการพูดถึงหลายประเด็นสำคัญ ทรัมป์เผยว่า ได้นำเรื่องการค้า สงครามอิหร่านและประเด็นอื่นมาคุยกับผู้นำจีน รวมถึงสะสางปัญหาที่คนอื่นแก้ไขไม่ได้ สำหรับเรื่องอิหร่านทรัมป์บอกว่า ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์และอยากให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและทรัมป์ยกระดับสู่ความสัมพันธ์ทวิภาคีครั้งใหม่อย่างสร้างสรรค์ และเป็นหมุดหมายสำคัญ ส่วนทรัมป์กล่าวว่าเป็นเกียรติมากที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง และคาดหวังว่าจะได้พบหารือกับประธานาธิบดีสีอีกครั้งวันที่ 24 กันยายน ระหว่างที่สีจะเดินทางเยือนสหรัฐ โดยหวังว่าสีจะประทับใจสหรัฐเหมือนที่เขาประทับใจจีน
ย้ำยกระดับสัมพันธ์สร้างสรรค์
โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า ประธานาธิบดีสีและทรัมป์แลกเปลี่ยนความคิดประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เป็นความกังวลต่อทั้งสองประเทศและโลก อีกทั้ง ยังบรรลุความเข้าใจร่วมกันรอบใหม่ อาทิ เห็นพ้องวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างจีนและสหรัฐ เป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ต่อความสัมพันธ์สองประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือมากกว่า รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ อย่างมั่นคง ยั่งยืน เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง สันติภาพ และเพื่อความก้าวหน้าของโลก
นอกจากนั้น ประธานาธิบดีสีและทรัมป์ยังเห็นพ้องรับมือข้อกังวลร่วมกันด้วยแนวทางที่ถูกต้อง เช่น ยกระดับการพูดคุยและประสานงานประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาค ส่งเสริมความเข้าใจร่วม ความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และผลประโยชน์ต่อประชาชนสองประเทศ เช่นเดียวกับสร้างเสถียรภาพความมั่นคงให้โลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังงานเลี้ยงน้ำชา ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ที่สนามบินปักกิ่งกลับสหรัฐ ปิดฉากการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
กต.จีนแถลงรบเตหะรานไม่ควรเกิดขึ้น
โดยผู้นำสหรัฐฯย้ำถึงความสำเร็จของข้อตกลงทางธุรกิจ แต่ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้ตลาดทุนมากนัก ขณะที่จีนส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลสหรัฐฯตรงไปตรงมา เกี่ยวกับการจัดการปัญหาไต้หวัน พร้อมทั้งระบุว่าสงครามกับอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเยือนจีนของสหรัฐฯครั้งนี้ ทรัมป์คาดหวังบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมของตนเอง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง ซึ่งบรรยากาศตลอดการประชุมสุดยอดเต็มไปด้วยพิธีการต้อนรับที่สมเกียรติ ตั้งแต่พิธีตรวจพลสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ งานเลี้ยงอาหารค่ำหรูหรา และการนำชมอุทยานหลวงเป็นการส่วนตัว ซึ่งผู้นำสหรัฐฯกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทั้งเรื่องความอบอุ่นและการเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้นำจีนในการหารือรอบสุดท้าย ที่ทำเนียบจงหนานไห่ว่า การเยือนครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมและเชื่อว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีมากมาย
ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์ตรงไปตรงมา แสดงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน โดยระบุว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นและไม่มีเหตุผลใดที่จะดำเนินต่อไป พร้อมยืนยันว่าจีนพร้อมสนับสนุนทุกความพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เนื่องจากสงครามส่งผลกระทบรุนแรงต่อการขนส่งพลังงานและระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเด็นนี้ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า เขาและนายสีมีความเห็นสอดคล้องกันมาก แม้ว่านายสีไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม
ทำเนียบขาวอ้าง2ผู้นำหนุนเปิดฮอร์มุซ
ขณะที่ทำเนียบขาวเผยแพร่บทสรุปการหารือ โดยย้ำความปรารถนาร่วมกันของผู้นำทั้งสองในการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก รวมถึงความสนใจของประธานาธิบดีสี ในการสั่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
แพทริเซีย คิม นักวิชาการด้านนโยบายต่างประเทศจากสถาบันบรูคคิงส์ให้ความเห็นว่า ที่น่าสังเกตจากการหารือครั้งนี้คือ จีนไม่ได้ลงนามผูกพันหรือให้คำมั่นที่จะดำเนินการใดเป็นพิเศษประเด็นเกี่ยวกับอิหร่าน
ความสำเร็จหลักของการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อาจเป็นการรักษาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เปราะบาง ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่การพบกันครั้งก่อนเดือนตุลาคม โดยครั้งนั้นทรัมป์สั่งระงับการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนในอัตราสูง นายสี ยอมถอยจากการบังคับใช้มาตรการระงับการส่งออกแร่หายากที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี