533.jpg
มะกันเปิดฉากถล่มอิหร่าน สงครามปะทุ สกัดวางทุ่นระเบิดฮอร์มุซ

มะกันเปิดฉากถล่มอิหร่าน สงครามปะทุ สกัดวางทุ่นระเบิดฮอร์มุซ

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มะกันเปิดฉากถล่มอิหร่าน

สงครามปะทุ

สกัดวางทุ่นระเบิดฮอร์มุซ

อ้างป้องกันตัวเส้นทางเรือ

สหรัฐโจมตีฐานขีปนาวุธ ในเมืองท่าสำคัญ ทางภาคใต้ของอิหร่าน รวมถึงเรือรบที่พยายามวางทุ่นระเบิดรอบฮอร์มุซ อ้างป้องกันตัวเองและเส้นทางเดินเรือสมุทรโลก ด้านทรัมป์ยื่นคำขาดเตหะรานต้องกำจัดยูเรเนียมให้หมด ขณะที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ขู่ตะเพิดฐานทัพมะกันพ้นตะวันออกกลาง กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรืออิหร่านรอบช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างเป็นการป้องกันตนเอง สหรัฐฯเปิดฉากถล่มอิหร่านระลอกใหม่

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) หรือเซนต์คอมออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้ส่งฝูงบินและขีปนาวุธเข้าโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยเฉพาะบริเวณรอบเมืองท่าสำคัญอย่าง บันดาร์ อับบาส เป้าหมายคือฐานยิงขีปนาวุธและเรือรบขนาดเล็กของอิหร่าน ที่พยายามลักลอบวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ


สื่อสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า กองทัพสหรัฐฯเข้าสกัดและจมเรือ 2 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC ที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพอิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพื้นสู่อากาศใส่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯโจมตีกลับไปยังฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านรอบเมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งปฎิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบาง เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศอยู่ในช่วงประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและกระบวนการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินอยู่

อ้างป้องกันตัว-เส้นทางเดินเรือสมุทร

พ.ท.ทิโมธีฮอว์กินส์ โฆษกประจำกองบัญชาการกลางสหรัฐฯเปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันตัวเอง ปกป้องชีวิตกำลังพลอเมริกัน และเส้นทางเดินเรือสมุทรให้รอดพ้นจากภัยคุกคามอันร้ายแรง โดยอ้างว่าการข่าวสหรัฐพบฝ่ายอิหร่านกำลังนำเรือออกไปติดตั้งทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือสากล อย่างไรก็ดี สหรัฐฯยืนยันว่ายังยึดมั่นในมาตรการอดกลั้นสูงสุดในกรอบข้อตกลงหยุดยิงที่มีร่วมกัน

ด้านรัฐบาลเตหะรานเผยว่า ได้รับรายงานเหตุระเบิดรุนแรงอย่างน้อย 3 ครั้ง ในเมืองท่าบันดาร์อับบาส เมืองยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ และเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือกับฐานทัพอากาศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างเด็ดขาดของกองทัพสหรัฐฯ เป็นไปตามคำสั่งและอำนาจการตัดสินใจที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้กองกำลังอเมริกันตอบสนองต่อพฤติกรรมยั่วยุใดๆของอิหร่าน รอบเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกแห่งนี้ได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่มีท่าทีตอบโต้ต่อการโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯ และยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพมากน้อยเพียงใด

IRGCเปิดระบบป้องกันภัยเตรียมโต้

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านหรือไออาร์จีซีแถลงว่า มีเสียงระเบิดดังสนั่นติดต่อกันหลายระลอกใกล้สนามบินพาณิชย์บันดาร์อับบาสส่งผลให้กองทัพต้องประกาศเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่ทันทีเพื่อเตรียมพร้อมสกัดกั้นและทำลายวัตถุเป้าหมายของศัตรูที่อาจล่วงล้ำเข้ามาในน่านฟ้า

สอดคล้องกับสำนักข่าวแห่งรัฐอิหร่าน และสำนักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการรายงานข้อมูลตรงกันจากคำบอกเล่าของประจักษ์พยานในพื้นที่ว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นรอบเมืองช่วงเวลาเที่ยงคืน รวมถึงมีการรับรู้ถึงแรงระเบิดในพื้นที่ใกล้เคียงอ่าวเปอร์เซีย อาทิ เมืองสิริก และเมืองจาสก์

ก่อนหน้าที่เกิดเหตุการณ์โจมตีระลอกล่าสุดนี้ กองทัพอิหร่านเพิ่งประกาศความสำเร็จในการยิงทำลายอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนของฝ่ายศัตรูที่บินเข้ามาเหนือน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง

ยื่นคำขาดอิหร่านต้องทำลายยูเรเนียม

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ผู้นำสหรัฐอเมริกา เปิดเผยแนวทางจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาได้สำเร็จ โดยระบุว่ายูเรเนียมดังกล่าวต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะในสหรัฐฯ หรือภายในอิหร่านเอง

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Socialว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน หรือที่เรียกว่าฝุ่นนิวเคลียร์ จะถูกส่งมอบให้สหรัฐฯ เพื่อนำกลับไปทำลาย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือทำลายในพื้นที่ที่ตกลงร่วมกัน โดยมีหน่วยงานด้านพลังงานปรมาณูเป็นพยานในกระบวนการดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯยืนยันมาตลอดว่า อิหร่านต้องไม่ครอบครองหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และต้องยุติโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างสองประเทศที่กำลังดำเนินอยู่ในกาตาร์และทรัมป์เคยเสนอแนวคิดส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปนำยูเรเนียมออกจากอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า ประเด็นเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่ใช่หัวข้อหลักในการเจรจา เป้าหมายสำคัญขณะนี้คือการยุติสงคราม

บีบชาติตอ.กลางร่วมข้อตกลงอับราฮัม

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียลเรียกร้องให้ประเทศอาหรับในตะวันออกกลางเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม ที่มุ่งกระชับสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของผู้นำสหรัฐที่จะโยงข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเข้ากับข้อตกลงอับราฮัม ที่เกิดขึ้นช่วงที่ทรัมป์รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก หวังปรับสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดีมากจะเป็นข้อตกลงอันยิ่งใหญ่สำหรับทุกฝ่ายเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีข้อตกลงเลยและจะกลับไปสู่สนามรบและการยิงต่อสู้กันอีกครั้ง แต่รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งไม่มีใครต้องการแบบนั้น

ทรัมป์ยังเผยอีกว่า ได้หารือกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอูด แห่งซาอุดีอาระเบียโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยดอัลนาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เจ้าผู้ครองรัฐชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี แห่งกาตาร์ นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน บิน จัสซิม บิน จาเบอร์ อัล ธานี แห่งกาตาร์ รัฐมนตรีอาลี อัลธะวาดี แห่งกาตาร์จอมพลซัยยิด อาซิมมูนีร์อาห์เหม็ดชาห์ แห่งปากีสถาน ประธานาธิบดีเรเจปไตยิปแอร์โดอัน แห่งตุรกีประธานาธิบดีอับเดลฟัตตาห์เอล-ซีซี แห่งอียิปต์ กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน และกษัตริย์ฮาหมัด บิน อีซา อัล คาลิฟา แห่งบาห์เรน

“หลังจากที่สหรัฐฯทำงานอย่างหนักอย่างน้อยที่สุด ประเทศเหล่านี้ทั้งหมดควรลงนามเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมพร้อมกันประเทศที่กล่าวถึง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสมาชิกอยู่แล้ว, กาตาร์, ปากีสถาน, ตุรกี, อียิปต์, จอร์แดน และบาห์เรน ซึ่งเป็นสมาชิกอยู่แล้ว อาจเป็นไปได้ว่าหนึ่งหรือสองประเทศจะมีเหตุผลที่ยังไม่ทำเช่นนั้น และจะได้รับการยอมรับ แต่ส่วนใหญ่ควรพร้อม เต็มใจและทำให้ข้อตกลงกับอิหร่านครั้งนี้กลายเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่จะเป็นอยู่”ทรัมป์ระบุ

ชี้ปท.ไหนเมินเข้าร่วมส่อเจตนาไม่ดี

และว่า ข้อตกลงอับราฮัมนั้นดีมากสำหรับพวกเขา และจะดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน รวมถึงจะนำพลัง ความเข้มแข็ง และสันติภาพที่แท้จริงมาสู่ตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกในรอบ 5,000 ปีซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ควรลงนามทันที และทุกคนควรทำตาม หากพวกเขาไม่ทำก็ไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้ เพราะแสดงถึงเจตนาไม่ดี นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกร้องเป็นทางการให้ทุกประเทศลงนามในข้อตกลงอับราฮัมโดยทันที และหากอิหร่านลงนามในข้อตกลงกับตน ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ จะเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้อิหร่านเข้าร่วมในแนวร่วมระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบได้นี้ตะวันออกกลางจะเป็นหนึ่งเดียว ทรงพลังและเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อาจมากกว่าพื้นที่ใดในโลก!

คาเมเนอีตะเพิดมะกันพ้นตอ.กลาง

สำนักข่าวอิหร่านรายงานความเคลื่อนไหวของอยาตอลเลาะห์โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวตอนหนึ่งในสุนทรพจน์ที่เขียนขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลฮัจญ์เมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ประเทศในตะวันออกกลางจะไม่เป็นโล่กำบังให้กับฐานทัพสหรัฐฯ อีกต่อไป”ระเบียบใหม่” ที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและโลก สหรัฐอเมริกาจะไม่เพียงแต่ไม่มีที่หลบภัยสำหรับการก่อกวนและการจัดตั้งฐานทัพในภูมิภาคนี้อีกต่อไป แต่ในแต่ละวัน สหรัฐฯกำลังห่างไกลจากสถานะเดิมของตนมากขึ้นเรื่อยๆ

คาเมเนอียังกล่าวถึงอิสราเอลและผู้นำของเขาว่า กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการดำรงอยู่ที่ไม่น่าเวทนา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top