วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
22 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลายประเทศในยุโรปเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง ทุบสถิติอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ฝรั่งเศสเผยช่วงสุดสัปดาห์เดียวมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วอย่างน้อย 13 ราย ทางการฝรั่งเศสต้องประกาศงดวิ่งรถไฟ และ สั่งปิดหรือปรับเวลาเรียนของโรงเรียนเกือบ 2,700 แห่ง
สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยพลเรือนของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมทั่วประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 13 ราย
นายเฌโรม บูล็องเฌ โฆษกสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยพลเรือน เปิดเผยว่า เฉพาะวันอาทิตย์เพียงวันเดียวมีผู้จมน้ำเสียชีวิตถึง 10 ราย และในช่วงค่ำวันเดียวกันเกิดเหตุสลดในแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 13 ปี

ฝรั่งเศส ได้ออกโรงเตือนประชาชนที่ต้องการคลายร้อนว่า ควรเลือกเล่นน้ำในพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแลอย่างเข้มงวดเท่านั้น "หากต้องการคลายร้อน วิธีที่ดีที่สุดคือการอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องไปที่สระว่ายน้ำหรือทะเลสาบ
หากพบเห็นคนจมน้ำในพื้นที่ห้ามลงเล่น เช่น ทะเลสาบหรือแม่น้ำ ขอความร่วมมืออย่ากระโดดลงไปช่วยด้วยตัวเองเพื่อความปลอดภัย แต่ให้รีบโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยที่เบอร์ 18 หรือ 112 ทันที ส่วนผู้ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่บ้าน หากมีเด็กอยู่ในน้ำ จะต้องมีผู้ใหญ่เฝ้าดูอย่างใกล้ชิดและห้ามละสายตาเด็ดขาด
สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศส ได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนในระดับ "สีแดง" หรือระดับเฝ้าระวังสูงสุด ใน 49 เขตบริหาร ซึ่งครอบคลุมประชากรกว่า 35 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในเมืองบอร์โดทางตะวันตกเฉียงใต้จะพุ่งทะลุ 42 องศาเซลเซียส
ด้านสเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ยอมรับว่าประเทศกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่องและยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุณหภูมิจะเริ่มลดลงเมื่อใด

หน่วยงานขนส่งมวลชนแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ ประกาศยกเลิกการเดินรถไฟล่วงหน้า 1 ใน 10 เที่ยวสำหรับทุกสาย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรางและขบวนรถไฟที่เก่าแก่จากความร้อนจัด
โรงเรียนในฝรั่งเศสเกือบ 2,700 แห่งจำเป็นต้องปิดทำการชั่วคราวหรือปรับเปลี่ยนตารางเรียนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
ส่วนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน ได้ประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในแคว้นบาสก์ โดยเมืองซานเซบาสเตียนมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยในอดีตของช่วงเวลานี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนกลางคืนประชาชนยังไม่ได้พักผ่อนจากความร้อน เนื่องจากอุณหภูมิไม่ยอมลดต่ำกว่า 25-30 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่

ข้อมูลจากหน่วยงานติดตามสภาพภูมิอากาศระบุว่า ยุโรปกลายเป็นทวีปที่อุณหภูมิเบี่ยงเบนออกจากค่าเฉลี่ยในประวัติศาสตร์มากที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วงปี 1961–1990 ถึง 4.1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับเอเชียและอเมริกาเหนือที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติเพียง 2 องศาเซลเซียส และ 1.3 องศาเซลเซียสตามลำดับ
ศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าในประเทศเบลเยียม เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเพียง 3 วันที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ต้องรับดูแลสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า 150 ตัว โดยกำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการรองรับสัตว์ป่าที่ล้มป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะนกป่า เช่นนกแอ่นและนกกระจอก ที่มักสร้างรังอยู่ใต้ชายคาบ้าน อุณหภูมิใต้หลังคาบ้านเรือนสามารถพุ่งสูงถึง 50-60 องศาเซลเซียส ส่งผลให้นกเหล่านี้ยอมตัดสินใจ "กระโดดออกจากรัง" ลงมาข้างล่าง ดีกว่าที่จะยอมนอนแห้งตายและถูกอบสุกอยู่ในรัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี