สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการทำงานชุดโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับแก้ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก (Neonatal hyperbilirubinemia/Neonatal jaundice) พบได้ประมาณ 25-50% ในเด็กทารกแรกเกิด นับเป็นปัญหาสำคัญที่แพทย์จะต้องวินิจฉัยและรักษาในเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดอัตราการสูญเสียที่แม้จะเป็นอันตรายแก่ชีวิตทารก เป็นการป้องกันการเกิดความผิดปกติหรือสูญเสียหน้าที่ของอวัยวะบางอวัยวะจนไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ วิธีการรักษาคือการส่องไฟรักษา (Phototherapy) เราจึงมักเห็นเด็กทารกแรกเกิดนอนอยู่ในตู้อบ (Incubator) หรือเตียงคลิบ (Clib) นั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะมีโอกาสได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟอย่างทันท่วงที ถ้าเด็กคนนั้นเกิดในพื้นที่ห่างไกลหรือสถานพยาบาลขนาดเล็กที่ไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อตู้อบมาให้การรักษาได้
ทั้งนี้ ภาวะตัวเหลืองในเด็กทารก เกิดจากการมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) เกิดจากการมีเม็ดเลือดแดงแตก หรือหมดอายุตามสภาพ ก่อให้เกิดสารที่เรียกว่าบิลิเวอร์ดิน (Biliverdin) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นสารชื่อบิลิรูบินอยู่ในกระแสเลือด โดยปกติสารนี้จะถูกนำเข้าไปสู่ตับ มีการเปลี่ยนแปลงที่เซลล์ของตับ เปลี่ยนจากสารที่ละลายน้ำไม่ได้ โดยปกติจะละลายได้ในไขมัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลางไปเป็นสารที่ละลายน้ำได้ แล้วขับออกจากร่างกายผ่านไปในทางเดินน้ำดี เข้าสู่ลำไส้และขับออกทางอุจจาระ ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนน้อยถูกดูดซึมจากลำไส้กลับเข้าสู่กระแสเลือด และขับออกทางปัสสาวะ แต่หากขับออกได้น้อยทำให้สารสีเหลืองนี้มีจำนวนมากกว่าปกติคั่งอยู่ในอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผิวหนัง จึงทำให้เกิดภาวะตัวเหลืองเกิดขึ้น
ผศ.ดร.นรรัตน์ วัฒนมงคล (ซ้าย) และคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยบูรพา
ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ นิสิตและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ อาจารย์แพทย์ในสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกันวิจัยและพัฒนา“ชุดโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับแก้ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด” (Cerulean LED Phototherapy)
ผศ.ดร.นรรัตน์ วัฒนมงคล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตัวแทนคณะผู้ทำวิจัย
ผลงานดังกล่าวนี้ กล่าวว่า ชุดโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับแก้ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ภายในมีชุดหลอดแอลอีดีกำลังสูงที่มีความยาวคลื่นจำเพาะเจาะลง และมีค่าความยาวคลื่นเที่ยงตรงสูงเข้าใกล้ 450 นาโนเมตร มีความเข้มแสงเชิงสเปกตรัม (Spectral Irradiance) สูงกว่า 70 ไมโครวัตต์/ตารางเซนติเมตร/นาโนเมตร ที่ระยะความสูง 50 เซนติเมตร
“โคมไฟที่ใช้สำหรับรักษาภาวะตัวเหลืองที่ใช้ในโรงพยาบาลทั่วไปมีราคาอยู่ที่เครื่องละประมาณ 1-2 แสนบาท ในขณะที่ชุดโคมไฟแอลอีดีฯนี้ มีต้นทุนในการผลิตประมาณ 2-3 หมื่นบาท เท่านั้น สามารถใช้งานร่วมกับตู้อบ (Incubator)และเตียงคลิบ (Clib)ที่มีอยู่เดิม เพื่อส่องไฟให้การรักษาได้ทันที และสามารถทำงานได้ด้วยไฟเลี้ยง 12 ทำให้รับไฟเลี้ยงจาก power switching และแบตเตอรี่ผ่านชุดสายไฟแบบคีมหนีบปากจระเข้ และหัวเสียบที่จุดบุหรี่ ด้วยมีขนาดกะทัดรัดและเคลื่อนย้ายพกพาได้อย่างสะดวก จึงทำให้โคมไฟนี้สามารถทำงานได้ในรถยนต์ รถพยาบาลฉุกเฉิน หรือแม้แต่โซลาร์เซลได้ ช่วยลดความเสี่ยงจากอาการแทรกซ้อน และความพิการของทารกแรกเกิดที่เกิดสภาวะตัวเหลืองได้ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงเครื่องมือชิ้นนี้ได้ ประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อและบำรุงรักษา”
โคมไฟแอลอีดีราคาหลักหมื่น ความหวังใหม่ช่วยทารกตัวเหลืองในพื้นที่ห่างไกล
ทั้งนี้ “ชุดโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับแก้ภาวะตัวเหลืองในเด็กทารกแรกคลอด” ได้รับการสอบเทียบจากสถาบันมาตรวิทยา และทดสอบทางคลินิกจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ หอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิดโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา โดย อ.นพ.ปราการทัตติยกุล ว่าเป็นชุดอุปกรณ์ส่องไฟที่พัฒนาขึ้นผ่าน Clinical trial phase สามารถใช้รักษาอาการภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดได้จริง และให้ประสิทธิภาพในการรักษาใกล้เคียงกับเครื่องมือราคาสูงได้
ผศ.ดร.นรรัตน์ กล่าวต่อว่า ในงาน“มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2559” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา และได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ทรงมีรับสั่งถึง “ชุดโคมไฟแอลอีดีกำลังสูงสำหรับแก้ภาวะตัวเหลืองในเด็กทารกแรกเกิด” กับคณะผู้ทำวิจัยและพัฒนาผลงานว่า “เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์ที่จะช่วยเหลือเด็กทารกที่มีภาวะตัวเหลืองได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ขาดแคลนหรืออยู่ห่างไกลก็สามารถมีไว้ใช้ได้ ลดการสูญเสียได้มาก” นับเป็นความปลื้มปิติแก่คณะผู้วิจัยและพัฒนาอย่างหาที่สุดมิได้
“คณะผู้ทำวิจัยยังจะมีมีการวิจัยและพัฒนาชุดโคมไฟแอลอีดีฯ ในระยะเวลา 6 เดือน-1 ปีข้างหน้านี้ จะทำการเก็บจำนวนเชิงคลินิกต่อไป ก่อนจะผลิตและมอบให้กับโรงพยาบาลขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล เพื่อทารกแรกเกิดที่ประสบภาวะตัวเหลืองได้รับการรักษาที่ทันท่วงที” ผศ.ดร.นรรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี