วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
อภิชัย การิกาญจน์ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงในการวาดภาพเหมือนบุคคลอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “ศิลปินผู้ถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9” เนื่องจากหนึ่งในผลงานการวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของจิตรกรผู้นี้ได้รับเลือกให้ประดับอยู่ ณ ห้องรับแขก พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล ซึ่งมิใช่เพียงเท่านั้น อภิชัย ยังได้มีโอกาสถวายงานอีกหลายครั้ง อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในชีวิตของจิตรกรผู้นี้
อภิชัย ศิลปินจากแดนใต้ ผู้รักในการวาดภาพ เริ่มต้นจากการวาดภาพเหมือนบุคคลในแกลเลอรี่เล็กๆ ที่ห้างสรรพค้ากลางเมือง มีผู้มาว่าจ้างวาดภาพเหมือนอยู่เนืองๆ ในขณะเดียวกันเขาก็วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบูรพมหากษัตริย์ไทย พระบรมวงศานุวงศ์ พระอริยสงฆ์ เกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย เพื่อจำหน่าย จนวันหนึ่งในปีพ.ศ.2552 ได้มีโอกาสร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการกลุ่มอัมรินทร์พลาซ่า ในครั้งนั้นมีผู้ซื้อผลงานภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมารู้ภายหลังว่า ผู้ที่ซื้อไปนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

อภิชัย การิกาญจน์ กับหนึ่งในผลงานที่ภาคภูมิใจในชีวิต ประดับที่ห้องแมลงทับ พระที่นั่งอนันตสมาคม
“วันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์ ผู้ที่โทร.มาคือท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ท่านบอกว่ามีเจ้าหน้าที่สวนจิตรฯ นำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ผลงานของผมขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และโปรดมาก โดยปกติแล้วพระองค์ท่านไม่โปรดผลงานใครง่ายๆ ผมได้ฟังรู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นไม่นานท่านผู้หญิงก็โทร.มาอีกบอกว่า
ในหลวงท่านทรงมีพระราชประสงค์ให้ผมวาดพระฉายาสาทิสลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรัชกาลที่ 9 เพื่อนำไปประดับไว้คู่กันที่วังไกลกังวล”
ด้วยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 องค์นั้น อภิชัย ได้วาดไว้นานแล้ว เขาจึงได้รับความกรุณาจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ พาไปที่วังไกลกังวลเพื่อเก็บรายละเอียดนำมาวาดพระฉายาสาทิสลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ให้งดงามคู่กัน
“พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวงประดับไว้ในห้องรับแขกของพระตำหนัก ตอนที่กำลังดูพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์อยู่นั้น ท่านผู้หญิงก็บอกว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ประทับอยู่ที่ชั้นสองนะ แค่ได้ยินเท่านั้นผมขนลุกมาก รู้สึกเหมือนได้เข้าเฝ้าฯในหลวง รัชกาลที่ 9 รู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงอยู่ใกล้เราแค่นี้เอง เป็นบุญมากๆ ที่ได้มา เป็นวันที่ผมไม่เคยลืมจริงๆ”
หลังจากนั้น อภิชัย ก็กลับมาทุ่มเทความสามารถทั้งหมดในการวาดพระฉายาสาทิสลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ออกมางดงาม สมพระเกียรติ เพื่อเคียงคู่กันกับพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งประดับรออยู่แล้วที่พระราชวังไกลกังวล
“ผมใช้เวลาประมาณ 4 เดือนในการวาด โดยตั้งใจให้ออกมาเมื่อประดิษฐานคู่กันแล้วทั้งสองพระองค์จะหันพระพักตร์เข้าหากัน เมื่อเสร็จแล้วก็ได้ส่งมอบให้กับ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่นานท่านผู้หญิงก็โทรศัพท์กลับมาหาผม และบอกว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า อยากได้ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ ให้หันพระพักตร์ไปทางเดียวกันกับภาพของพระองค์ท่าน และพระราชทานคำติชมอื่นๆ มาด้วย ท่านผู้หญิงบอกว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระอาจารย์ของผมนะ ซึ่งผมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพราะคนไทยทุกคนรู้ดีว่าพระองค์ท่านก็ทรงเป็นเอกอัครศิลปิน การที่พระองค์ท่านทรงมีคำติชมในผลงานของผม จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผมก็กลับมาวาดใหม่จนได้ตามพระราชประสงค์ และได้วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เพิ่มอีกองค์เพื่อให้เข้าคู่กันกับพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่วาดไปก่อนหน้านี้ เรียกว่าเป็นภาพคู่แฝดกันก็ได้ โดยองค์คู่หลักที่วาดขึ้นตามพระราชประสงค์ ประดับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล และอีกคู่ที่วาดใหม่ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งทราบว่าทั้งสององค์หลังนี้ประดับอยู่ที่พระตำหนักจิตรลดาฯ”
ในปีพ.ศ.2555 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ อภิชัย ได้มีโอกาสถวายงานในฐานะจิตรกร แม้จะเป็นทางอ้อม แต่ก็นับเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจแก่ตัวเขาอย่างยิ่ง เมื่อมูลนิธิศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดทำนิทรรศการถาวร ศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต ได้มอบหมายให้เขาเป็นผู้วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์คู่ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เพื่อนำไปประดับไว้ที่ห้องปีกแมลงทับ ซึ่งอยู่บนชั้นสองของพระที่นั่งอนันตสมาคม ก่อนที่จะถึงท้องพระโรงใหญ่
“เมื่อแรกลงมือวาด ไม่ได้กำหนดขนาด จนวาดไปเกือบครึ่งแล้ว ทางท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ แจ้งมาว่ามีกรอบรูปอยู่แล้วอยากให้เข้าไปดู พอวัดขนาดแล้วปรากฏว่า พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่ผมวาดไปแล้วมีขนาดใหญ่กว่ากรอบเล็กน้อย ผมจึงตัดสินใจวาดใหม่ให้มีขนาดที่เหมาะกับกรอบรูปที่มีอยู่เดิม ด้วยเทคนิคสีน้ำมันขนาด 1.33x1.89 เมตร พอเสร็จจากภาพนั้น ผมก็กลับมาวาดภาพเก่าที่หยุดไปให้สำเร็จและได้มอบให้กับมูลนิธิฯ ซึ่งภาพนั้นถ้าจำไม่ผิดประดับอยู่ที่ชั้นล่างของพระที่นั่งอนันตสมาคม เรียกว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมได้วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์คู่แฝดของทั้งสองพระองค์”
ในการวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ให้ออกมางดงามสมพระเกียรติ อภิชัย เผยถึงขั้นตอนการทำงานว่า การวาดภาพเหมือนบุคคลที่ไม่มีบุคคลนั้นๆ มาเป็นแบบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระฉายาสาทิสลักษณ์ เขาจะเลือกภาพต้นแบบที่ตนเองมองดูแล้วประทับใจก่อน มาเป็นอันดับแรก
“การวาดภาพ จิตรกรทุกคนมีเทคนิคเป็นของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือ ภาพที่วาดออกมาต้องมีชีวิต สื่ออารมณ์ของภาพได้ อย่างผมจะชอบใช้สีหรือลงน้ำหนักพู่กันให้ออกมาแบบซอฟท์ๆ ดูอ่อนหวาน การวาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์แน่นอนผู้ที่ได้มองภาพของพระองค์ท่าน ก็ต้องรับรู้ได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณ และความรักของพระองค์ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย”
อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าทุกวันนี้ อภิชัย การิกาญจน์ ได้รับการขนานนามว่า ศิลปินผู้ถวายงาน หลายคนอาจจะคิดว่าเขาจะเปลี่ยนไป ในซึ่งเรื่องนี้จิตรกรมากฝีมือ บอกว่า “ผมระลึกตนเองเสมอว่ายังมีคนที่เก่งกว่าผมเยอะ ผมเป็นเพียงคนวาดภาพตัวเล็กที่ได้รับโอกาส ผมไม่กล้าที่จะอาจเอื้อม เพราะไม่ว่าจะเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ หรือภาพของบุคคลทั่วไปก็ตาม ทุกครั้งที่ทำงาน ผมก็ทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้ขายภาพแพงขึ้นนะ ทุกอย่างมีมาตรฐาน แต่วันนี้ผมอาจจะวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ มากกว่าภาพบุคคลทั่วไป ไม่ใช่แค่เพราะความ
จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ผมรู้สึกภูมิใจว่าผมได้วาดสิ่งอันเป็นมงคล ภาพที่ผมวาด คนที่ซื้อไป ก็คือเอาไปบูชา ความเป็นสิริมงคลก็เกิดแก่ผมเช่นกัน”
นอกจากนี้ ยังมีภาพวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์อีกมากมาย ที่ได้ประดับอยู่ที่อาคารสำนักงาน หน่วยงานราชการและเอกชนอีกมากมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี