วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) รับรางวัลสาขาการพัฒนาสังคมเมือง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลให้กับ 9 บุคคลผู้ทำความดี ในโครงการ“SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” ประจำปี 2560 พร้อมสนับสนุน 7 องค์กรเพื่อสังคม เผยตลอด 11 ปี สร้างต้นแบบผู้ทำความดีแล้ว 87 ราย ขยายผลความดี 45 โครงการ ครอบคลุม 34 จังหวัด สร้างประโยชน์ให้คนไทยและผู้ด้อยโอกาสทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 7 ล้านคนทั่วประเทศ
พิธีมอบรางวัล “SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” ประจำปี 2560 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม นี้ ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี และร่วมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับ 9 บุคคลต้นแบบผู้ทำความดีเพื่อสังคม พร้อมด้วย นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรวมทั้งผู้แทนจากองค์กรเพื่อสังคม นำโดย ท่าน ว.วชิรเมธี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิวิมุตตยาลัย, ศ.ดร.ชุติมา สัจจานันท์ นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย, ดร.มีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิดวงประทีป, อาจารย์สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข รวมทั้งแขกผู้เกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

เกศรา มัญชุศรี
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่ยึดมั่นประโยชน์ของทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make The Capital Market “Work” for Everyone” โดยโครงการ “SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมที่มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ด้วยปณิธานที่จะสร้างสรรค์สังคมแห่งความดีด้วยการยกย่องเชิดชูผู้ทำความดี พร้อมทั้งเผยแพร่คุณความดีของบุคคลเหล่านั้นสู่สังคม เพื่อให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจให้มีผู้ทำความดีเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย โดยทำงานร่วมกับ 7 องค์กรเพื่อสังคม ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแสดงความยินดีแก่คนดีที่ได้รับรางวัล “SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” ทุกท่าน รวมทั้งองค์กรเพื่อสังคมทั้ง 7 องค์กร ที่มุ่งมั่นทำงานส่งเสริมและสนับสนุนการทำความดีทำให้เกิดโครงการต่าง ๆ มากมาย และเป็นต้นแบบความดีของสังคมที่สร้างประโยชน์ให้แก่คนในชุมชนและสังคมในวงกว้าง โดยในปีนี้ มีผู้ทำความดีเข้ารับรางวัล รวม 9 ราย ซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยองค์กรเพื่อสังคม 6 แห่ง ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 11 ปี ของการจัดโครงการ “SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” ได้มอบรางวัลแก่บุคคลและองค์กรผู้ทำความดี แล้ว 87 ราย จาก 7 สาขาความดี ซึ่งทั้ง 7 องค์กรและผู้ทำความดีได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ กว่า 45 โครงการจาก 34 จังหวัดเพื่อสร้างประโยชน์ให้คนไทยและผู้ด้อยโอกาสทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 7 ล้านคนทั่วประเทศ” นางเกศรา กล่าว
.jpg)
เฉม ลูกบัว ผู้นำชุมชนบ้านท่ามะพร้าว รับสาขาการพัฒนาสังคมชนบท
ทั้งนี้ โครงการ SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม นับเป็นบทพิสูจน์ของการมีส่วนร่วมขององค์กรพันธมิตรเพื่อสังคมที่ทำหน้าที่ขยายต่อความดีที่คำนึงถึงผลลัพธ์แก่สังคมในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมโดยโครงการเชิดชูผู้ทำความดีดำเนินการผ่านองค์กรเพื่อสังคม 7 องค์กรใน 7 สาขา ได้แก่ สาขาการพัฒนาห้องสมุด โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ สาขาการพัฒนาการศึกษา โดยมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย สาขาการพัฒนาสังคมชนบท โดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขาการพัฒนาสังคมเมือง โดยมูลนิธิวิมุตตยาลัยสาขาการส่งเสริมดนตรี โดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข สาขาการส่งเสริมกีฬา โดยสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย สาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสังคม โดยมูลนิธิดวงประทีป มอบทุนสนับสนุนองค์กรเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคัดเลือกผู้ทำความดีเพื่อขยายประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างอย่างยั่งยืน
บุคคลต้นแบบผู้ได้รับรางวัล “SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม” ประจำปี 2560 ใน 6 สาขา รวม 9 ราย ดังนี้ สาขาการพัฒนาห้องสมุด คัดเลือกโดย สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ มี 3 รายได้แก่ ชมรมข้าราชการและครูอาวุโสของกระทรวงศึกษาธิการ(ชอศ.) ที่รวมตัวหลังจากเกษียณอายุราชการ จัดตั้งชมรมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่ห่างไกลให้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ผ่าน
ห้องสมุดโรงเรียนหรือชุมชน โดยมี ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ อดีตประธานชมรมฯ และ ดร.วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ประธานชมรมฯ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “ภูมิใจว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นมีคนมองเห็น และตั้งใจจะทำความดีเพื่อสังคมต่อไป”
.jpg)
ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ ตัวแทน ชอศ. รับรางวัลสาขาการพัฒนาห้องสมุด
ต่อมาคือ นางกัญญา มุสิกา ครูบรรณารักษ์ โรงเรียนคลองขวาง อ.เมือง จ.ตราด ผู้อุทิศตนทำงานพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้สู่ชุมชน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าว
หลังจากขึ้นรับรางวัลว่า “ภูมิใจที่ดีรับรางวัลนี้ นับเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล ตั้งใจจะทำงานเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป” ปิดท้ายกับ นางคนึงนิตย์ เขียวสมบัติ ครูโรงเรียนบ้านนาวงศ์ อ.ปัว จ.น่าน ริเริ่มโครงการ รักการอ่าน บ่มเพาะการเรียนรู้จากการ อ่านนิทาน ขยายเครือข่ายสร้างนิสัยรักการอ่านจากโรงเรียนสู่บ้าน จากลูกหลานสู่ชุมชน กล่าวว่า “ดีใจที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย มอบรางวัลอันทรงคุณค่านี้ให้กับครูบ้านนอกอย่างดิฉัน ตลอดชีวิตข้าราชการครู ตั้งใจจะทำให้ชุมชมรักการอ่าน และจะขยายเครือข่ายไปสู่สังคมไทยให้กว้างขึ้น”
สาขาการพัฒนาการศึกษา คัดเลือกโดย มูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ได้แก่ นายบุญรุ้ง สีดำ ครูวิทยาศาสตร์ที่อุทิศตน ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก อ.กันทรลักษณ์ และชุมชนต่างๆ จ.ศรีสะเกษ โดยไม่รับเงินค่าสอน กล่าวว่า “ผมได้ประจักษ์แล้วว่า การอยู่โดยไม่มีเงินสามารถสร้างความสุขได้และสิ่งที่ผมทำนี้ คือ การเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในเรื่องความพอเพียง ต้องขอขอบคุณมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียนฯ ที่ไปค้นพบการทำงานของครูชายขอบอย่างผม”
.jpg)
สวาสดิ์ ธรรมสุจริต รับรางวัลสาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสังคม
สาขาการพัฒนาสังคมชนบท คัดเลือกโดย สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านท่ามะพร้าว ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นชุมชนที่รวมตัวกันดำเนินกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ทำให้ชาวประมงและบริเวณใกล้เคียงมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่ง นายเฉม ลูกบัว ผู้นำชุมชน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล
สาขาการพัฒนาสังคมเมือง คัดเลือกโดย มูลนิธิวิมุตตยาลัยได้แก่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) ศิลปินผู้อุทิศตนเพื่อโครงการ “ก้าวคนละก้าว” วิ่งระดมเงินทุนจากใต้สุดไปยังเหนือสุด
ของประเทศไทย เพื่อนำเงินบริจาคมอบให้โรงพยาบาล 11 แห่งในประเทศไทย ได้กล่าวบนเวทีหลังขึ้นรับรางวัลว่า “ไม่เคยขึ้นเวทีมาเพื่อรับรางวัลในแบบนี้ นอกจากเล่นคอนเสิร์ต รางวัลนี้เป็นของทีมงานก้าวคนละก้าวทุกคนที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ผมอยากจะบอกว่า วีรบุรุษตัวจริงนั้นไม่ใช่ผม แต่คือ หมอและพยาบาลที่วิ่งทำหน้าที่รักษาคนไข้อยู่ตลอดเวลา ทุกคนเหนื่อยกว่าผมที่วิ่งเพียงแค่ 2 เดือน”
.jpg)
วรินทร์ อาจวิไล รับรางวัลสาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสังคม
สาขาการส่งเสริมดนตรี คัดเลือกโดย มูลนิธิอาจารย์สุกรีเจริญสุข ได้แก่ คณะนักร้องประสานเสียงมิตรสัมพันธ์กรุงเทพฯ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่รวมตัวกันใช้เสียงเพลงจัดคอนเสิร์ตระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคม สามารถให้ความสุขกับคนอื่นๆ ได้แม้ไม่มีเงินบริจาค ซึ่งนอกจากจะมาโชว์พลังเสียงขับขานบทเพลงไพเราะแล้ว ตัวแทนของคณะนักร้อง ยังกล่าวว่า “พวกเรามารวมตัวกันขับร้องเพลงจีนทุกวันอาทิตย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง และใช้การขับร้องนี้หาทุนช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในสังคม คณะเราเดินทางไปยังประเทศจีน นอกจากได้ท่องเที่ยวแล้วยังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย เป็นการสร้างมิตรภาพและความสุขระหว่างคนสูงวัย”
สาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสังคม คัดเลือกโดย มูลนิธิดวงประทีป มี 2 คนได้แก่ นายวรินทร์อาจวิไล หรือ “ครูกล้วย” นักศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ผู้ก่อตั้ง“วงดนตรีอิมมานูเอ็ล” และเปิดโรงเรียนสอนดนตรีคลาสสิกให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในชุมชนคลองเตย เพื่อจรรโลงจิตใจให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติดหรือการมั่วสุมอบายมุขต่างๆ กล่าวว่า “ผมเรียนดนตรีที่ ม.มหิดล และ อ.สุกรี เจริญสุข ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงานเพื่อสังคม รางวัลที่ผมได้รับวันนี้จะทำให้เด็กๆ นักเรียนของผม เห็นถึงจุดเริ่มต้นของการทำความดี และผมตั้งใจจะพัฒนาน้องๆ ให้เป็นคนดีด้วยดนตรีและเสียงเพลงต่อไป” รวมถึง นายสวาสดิ์ ธรรมสุจริต ผู้อุทิศตนฝึกซ้อมฟุตบอลให้เด็กๆ ที่ศูนย์พัฒนาและบริการคลองเตย ช่วยลดปัญหาการติดยาเสพติด การติดเกมคอมพิวเตอร์ และโซเชียลเน็ตเวิร์กแก่เด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย กล่าวช่นกันว่า “ความตั้งใจของผมจะยังคงเดินหน้าต่อไป และขอขอบคุณสำหรับรางวัลแห่งชีวิตการทำงาน ที่มอบให้ผมครั้งนี้”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี