วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้เราต้องเผชิญกับสารพิษจากภายนอกมากถึง 8 หมื่นชนิด ยังไม่นับรวมสารพิษที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของตัวเองอีกด้วย และส่วนใหญ่กว่าจะรู้ว่าตนเองนั้นสะสมสารพิษไว้ในร่างกายมากแค่ไหนก็เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้น ที่น่าห่วงคือ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะสารพิษในร่างกายสูง อาจส่งผลถึงทารกในครรภ์ มีผลร้ายแรงต่อพัฒนาการของเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสมาธิสั้น พัฒนาการช้า และความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความผิดปกติของการสื่อสารและอารมณ์ (autism)
ดร.นาวิน จิตเทศ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ให้ความรู้เรื่องภาวะสารพิษในร่างกาย ว่า ภาวะสารพิษในร่างกาย คือภาวะเมื่อร่างกายต้องประสบกับสะสารที่เป็นพิษเป็นภัยแก่ร่างกาย โดยที่ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าได้รับไปปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารพิษนั้น โดยอาการที่เกิดขึ้นเป็นไปได้กว้าง ตั้งแต่อาการปวดหัวโดยไม่มีสาเหตุ คลื่นไส้ อาเจียน และร้ายแรงที่สุดคือเสียชีวิตได้
โดยทั่วไปแล้วภาวะสารพิษในร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท จากระยะเวลาที่ได้รับสารพิษเข้าไป และระยะเวลาที่ร่างกายจะเกิดอาการ ได้แก่ Acute toxicity นั้นใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษในระยะสั้น ส่วน Chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลานานติดต่อกันหรือหลายๆ ครั้งโดยที่มีผลกระทบกับร่างกายในระยะยาวตลอดชีวิต ส่วน sub-chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีและมีผลกระทบต่อร่างกายไม่ตลอดชีวิต
.jpg)
ดร.นาวิน จิตเทศ
ดร.นาวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยส่วนใหญ่แล้วผลกระทบจากสารพิษนั้นไม่ถาวรและรักษาได้ แต่จะใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม มีสารพิษบางประเภทที่เมื่อได้รับแล้วมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างถาวร และผลกระทบของสารพิษต่อร่างกายนั้นสามารถเกิดขึ้นในอวัยวะหรือระบบร่างกายเดียว หรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ และไม่มีอาการบ่งชี้ที่แน่นอน ซึ่งการรักษาภาวะสารพิษในร่างกาย ทำได้โดยการตรวจหาสารพิษในร่างกาย และตรวจเช็คสภาพร่างกายว่ามีความสามารถที่จะกำจัดสารพิษนั้นๆ ได้มากแค่ไหน แม้ว่าภาวะสารพิษในร่างกายไม่มีอาการบ่งชี้ที่แน่นอนและไม่มียารักษาโดยตรง การบำบัดทำได้โดยกระบวนการกำจัดสารพิษต่างๆ และการสร้างสมดุลเฉพาะบุคคลเพื่อช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของคนเราสามารถกำจัดสารพิษในร่างกายได้ตามธรรมชาติ โดยอวัยวะที่ทำหน้าที่นั้นคือ ตับ กำจัดสารพิษในร่างกาย ซึ่งมีกระบวนการกำจัดสารพิษในร่างกายที่เกิดจากการรับประทานอาหารและยา เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ โดยที่สารต่างๆ จะเจือปนมาในกระแสเลือดจะถูกส่งไปที่ตับ และน้ำย่อยในตับจะทำการสลายหรือเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของการปนเปื้อนต่างๆ ทำให้เป็นพิษต่อร่างกายน้อยลง โดยที่สารพิษเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปกำจัดออกที่ไตหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายในรูปแบบของอุจจาระปัสสาวะและเหงื่อนั่นเอง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะต้องดูแลตับของตนเองไม่น้อยไปกว่าการดูแลอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยควรตรวจสุขภาพการทำงานของตับอย่างละเอียดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง”
.jpg)
ไม่เพียงเท่านั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กมีโอกาสเกิดภาวะสารพิษในร่างกายได้มากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา หากคนเป็นแม่มีสารพิษสะสมจำนวนมาก ก็สามารถส่งผลกระทบนั้นต่อลูกน้อยในครรภ์ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผลการวิจัยออกมาว่า สายสะดือของเด็กแรกคลอดมีสารพิษสะสมอยู่มากกว่า 200 ชนิดทีเดียวโดยที่สารพิษเหล่านี้มีผลร้ายแรงต่อพัฒนาการของเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสมาธิสั้น พัฒนาการช้า และความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความผิดปกติของการสื่อสารและอารมณ์ (autism) อีกด้วย
ทั้งนี้ ดร.นาวิน ได้ยกตัวอย่างสารเคมีที่เชื่อว่ามีผลกระทบร้ายแรงต่อพัฒนาบระบบประสาทในเด็ก อาทิ Chlorpyrifos และ DDT (หมู่ยาฆ่าแมลง) ถึงแม้ว่ายาฆ่าแมลงจะถูกห้ามใช้ในหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็ยังพบสารตกค้างในดินหรือน้ำจนถึงทุกวันนี้ DDT ก่อให้เกิดการพัฒนาสมองที่ไม่ปกติและยังเกี่ยวโยงถึงอัลไซม์เมอร์อีกด้วย ตะกั่ว ส่งผลให้การพัฒนาระบบประสาทด้อยลงไปมาก รวมถึงส่งผลให้เด็กมีไอคิวต่ำอย่างถาวรอีกด้วย ปรอท องค์กรอนามัยโลก ได้กล่าวไว้ว่า ปรอทมีผลต่อพัฒนาการของระบบประสาทในทารกและเกิดจากการที่แม่รับประทานปลาที่มีปรอทเป็นสารเจือปน Polychlorinated biphenyls (PCBs) พบได้มากในปลาและสามารถผ่านไปยังเด็กแรกเกิดได้ผ่านทางน้ำนมแม่มีความเกี่ยวโยงกับระบบความจำของเด็ก
.jpg)
“ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งต่อสารพิษในร่างกายจากแม่สู่ลูก คุณผู้หญิงที่วางแผนว่ากำลังจะมีบุตรควรไปตรวจหาและกำจัดสารพิษ รวมทั้งรับคำปรึกษาในเรื่องของการปรับสมดุลส่วนบุคคลและการหลีกเลี่ยงสารพิษต่างๆอย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์”
ผู้สนใจติดตามข้อมูลสุขภาพได้ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือ รพ.บำรุงราษฎร์ https://www.vitallifeintegratedhealth.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี