วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
โรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ นำมาซึ่งการบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิต หรือความพิการ เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เตรียมความพร้อมของทีมแพทย์ พยาบาลทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีในการตรวจรักษาผู้ป่วยที่ทันสมัย เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ แนะวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และลดความสูญเสียในช่วง 7 วันอันตราย หรือ Trauma Day 2018
นายแพทย์เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกฉุกเฉิน และศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึง รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-3 ม.ค. 2561 หรือช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ของศูนย์อำนวยการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถปิคอัพ การเข้าช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บ และการเข้าถึงจุดเกิดเหตุด้วยความรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละนาทีที่ผ่านไปสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ คือช่วงเวลาระหว่างความเป็นความตาย สิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่จะลดโอกาสความสูญเสียในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ได้คือ การดูแลรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที
ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล (Prehospital care) ซึ่งเป็นระบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ และระหว่างนำส่งโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การปฐมพยาบาล การรักษาเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อมารับการรักษาต่อเนื่อง ตลอดจนถึงการรักษาในโรงพยาบาลโดยทีมแพทย์อุบัติเหตุ และการดูแลรักษาทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานสากล ได้รับการยอมรับจากสถาบัน Joint Commission International (JCI) เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ในเรื่องของ Scene safety หรือ ความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ เป็นการประเมินและสร้างมาตรการในการป้องกันอันตรายเท่าที่จะทำได้ เช่น การประเมินความปลอดภัยว่าบริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุอาจมีอันตรายที่เกิดขึ้นได้กับผู้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรวมถึงประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ หากประเมินแล้วว่าอาจมีอันตรายเกิดขึ้น ผู้ช่วยเหลือก็ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ดังนั้น ควรวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทุกครั้ง พึงระลึกไว้เสมอว่า เราเข้าไปเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่เข้าไปเป็นผู้บาดเจ็บเสียเอง
ทั้งนี้ การวิเคราะห์สถานการณ์มีหลักในการพิจารณา ดังนี้ มองและสังเกตรอบๆ จุดเกิดเหตุ วิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำนวนรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือผู้ป่วยที่บาดเจ็บ ทีมช่วยเหลือไม่ควรเข้าไปในสถานการณ์ที่มีการทำร้ายร่างกายหรือทำร้ายตัวเอง จนกว่าตำรวจจะบอกว่าปลอดภัย การประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ป้องกันอันตรายซ้ำซ้อนถ้าพบว่าสถานที่เกิดเหตุมีโอกาสเกิดอันตรายซ้ำซ้อน เช่น อาจถูกรถชนซ้ำ ผู้ช่วยเหลือควรใช้กรวยจราจร หรือไฟของรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อเป็นเครื่องเตือนอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ช่วยเหลือ ควรวางให้ได้ระยะที่เหมาะสมคำนวณระยะที่จะวางตามตัวเลขป้ายจำกัดความเร็ว เช่น หากเกิดอุบัติเหตุบนถนนที่จำกัดความเร็ว 50 กม./ชม. ก็ควรวางอุปกรณ์ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 150 เมตร ซึ่งจะเป็นการเตือนให้รถหยุดได้ในเวลาที่เหมาะสม และหากเป็นทางโค้ง ควรวางกรวยจราจรก่อนถึงและสิ้นสุดทางโค้งด้วย ดังนั้นผู้ช่วยเหลือจึงต้องระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์อุบัติเหตุจราจรอยู่ตลอดเวลา เพราะอุบัติเหตุแต่ละครั้งไม่มีสูตรสำเร็จว่าวิธีไหนจะลดความเสียหายและอาการบาดเจ็บได้ดีที่สุด การระมัดระวังอย่าให้เกิดขึ้นจะดีที่สุด แต่หากเกิดอุบัติเหตุขอให้ตั้งสตินึกถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก
ด้าน นายแพทย์วัชระ พิภพมงคล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ กล่าวว่า ในกรณีเกิดการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด เช่น กระดูกหัก ข้อเคลื่อน การช่วยเหลือคือพยายามไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ นอกจากจะพบกระดูกหักแล้วยังพบความเสียหายของเยื่อหุ้มกระดูก เส้นเลือด และเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลาย กระดูกเกยกัน หรือโค้งงอ ทำให้เจ็บปวดอย่างมากและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่หลายครั้งคนที่อยู่ใกล้เคียงเห็นคนไข้กระดูกหักงออย่างชัดเจน แล้วหวังดีจับดัดให้เข้าที่โดยขาดความรู้ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติมกับเส้นเลือด เส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกับส่วนของกระดูกที่หัก ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ประคองให้อยู่นิ่งที่สุด หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขอให้ประคองส่วนที่หักหรือให้มีการเคลื่อนตัวน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม หากคนเจ็บสามารถตอบคำถามได้ ก่อนขยับขอให้สอบถามก่อน ว่ามีอาการปวดคอหรือปวดที่ส่วนหลัง ส่วนเอวหรือไม่หรือหากไม่แน่ใจ การเคลื่อนย้ายขอให้รอทีมช่วยเหลือ เช่น หน่วยกู้ชีพหรือทีมแพทย์และพยาบาลจะปลอดภัยกว่า
การเฝ้าระวังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันอันตราย อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์โทร.1724 ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน BDMS Alarm Center และเบอร์สายด่วนโทร.1669 สำหรับการโทร.แจ้งอุบัติเหตุและขอความช่วยเหลือ พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี