วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ทรงเยี่ยมชมเรือนจำหญิงนอกกรุงจาการ์ตา
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทูตสันถวไมตรีสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสด็จพร้อมด้วยนายเจเรมี่ดั๊กลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกและคณะผู้บริหารระดับสูงจาก UNODC และประเทศไทยได้เข้าพบนายลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือระหว่าง UNODC และอาเซียน พร้อมกับทรงเยี่ยมชมเรือนจำหญิงนอกกรุงจาการ์ตา ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มการปฏิรูปเรือนจำ
การเสด็จเยือนกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางวาระการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 16 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ UNODC ในการช่วยให้ประเทศต่างๆ สร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันในกระบวนการยุติธรรมและกลไกในการสร้างความมั่นคงสาธารณะ โดย UNODC และประชาคมอาเซียนอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาวิธีขับเคลื่อนและส่งเสริมเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันในภูมิภาค
.jpg)
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทูตสันถวไมตรีสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ทรงเข้าร่วมประชุม
ระหว่างการประชุมร่วมกับนายลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมหลักนิติธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม ที่อาจตกเป็นเหยื่อในอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งการค้ามนุษย์ พระดำรัสตอนหนึ่งมีใจความว่า “กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพจะช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคลและของสังคมในภาพรวม” และได้ประทานพระดำรัสต่อไปว่า “ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้น่าจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน และ UNODC สามารถเข้ามาช่วยเหลือผ่านการดำเนินโครงการที่มุ่งส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียม”
เจเรมี่ ดั๊กลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า “UNODC รู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งในความพยายามของสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ที่ร่วมกันประเมินสถานการณ์และนำเสนอปัญหาความท้าทายต่างๆ ใน “การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ” และ “การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเรื่องยาเสพติด” โดย UNODC มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลืออาเซียนในการจัดการกับประเด็นปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องตระหนักด้วยว่าการจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการเดิมอาจไม่ได้ผลเสมอไป และเราจำเป็นจะต้องมองหาแนวทางใหม่ๆ และในบางครั้งอาจเป็นแนวทางที่ต้องใช้ความพยายามสูงในการแก้ไขปัญหา”
.jpg)
การนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงได้เข้าเยี่ยมชมเรือนจำหญิงตังเกอรัง (Tangerang) ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้การบริหารจัดการเรือนจำในอินโดนีเซีย และเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาการขับเคลื่อนข้อกำหนดกรุงเทพ (ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้ต้องขังหญิง) ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศและทั่วภูมิภาคเรือนจำหญิงตังเกอรังตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองของกรุงจาการ์ตา มีความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 250 คน แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องขังหญิงถึง 403 คน เกินความจุที่ควรจะเป็นอยู่ 61% โดยผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำแห่งนี้กว่า 86% เข้ามาอยู่ในเรือนจำด้วยคดียาเสพติด ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำเป็นสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเรือนจำที่อินโดนีเซียและในประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาค โดยมีที่มาจากการกำหนดให้คดียาเสพติดต้องรับโทษสูงสั่งจำคุกเป็นระยะเวลายาวนาน ถึงแม้ว่าเรือนจำหญิงตังเกอรังจะประสบปัญหาข้างต้น แต่อาจกล่าวได้ว่าที่นี่เป็นหนึ่งในเรือนจำของอินโดนีเซียที่มีความมุ่งมั่นบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
โดยพระองค์ได้ประทานข้อคิดระหว่างการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ของเรือนจำหญิงตังเกอรังว่า “การบริหารจัดการลักษณะทางกายภาพเรือนจำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องขยายขอบเขตไปถึงการช่วยให้ผู้ต้องขังกลับสู่สังคมด้วย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างโอกาสในการจ้างงาน และการให้ความช่วยเหลือภายหลังการปล่อยตัว การนำข้อกำหนดกรุงเทพมาปฏิบัติจะช่วยเป็นหลักประกันการรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้ต้องขังหญิง เป็นการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจระหว่างที่ต้องโทษ ทั้งยังเป็นการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ด้วยการเตรียมความพร้อมให้พวกเธอก้าวสู่ชีวิตนอกกำแพงได้อย่างเต็มภาคภูมิ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี