วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
พระองค์ภาฯ ทูตสันถวไมตรี UNODC  ทรงดูงานเรือนจำหญิงที่อินโดนีเซีย

พระองค์ภาฯ ทูตสันถวไมตรี UNODC ทรงดูงานเรือนจำหญิงที่อินโดนีเซีย

วันอังคาร ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : ดูงาน ทูตสันถวไมตรี พระองค์ภาฯ เรือนจำหญิง อินโดนีเซีย UNODC
  •  

ทรงเยี่ยมชมเรือนจำหญิงนอกกรุงจาการ์ตา

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทูตสันถวไมตรีสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสด็จพร้อมด้วยนายเจเรมี่ดั๊กลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกและคณะผู้บริหารระดับสูงจาก UNODC และประเทศไทยได้เข้าพบนายลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือระหว่าง UNODC และอาเซียน พร้อมกับทรงเยี่ยมชมเรือนจำหญิงนอกกรุงจาการ์ตา ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มการปฏิรูปเรือนจำ


การเสด็จเยือนกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางวาระการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 16 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ UNODC ในการช่วยให้ประเทศต่างๆ สร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันในกระบวนการยุติธรรมและกลไกในการสร้างความมั่นคงสาธารณะ โดย UNODC และประชาคมอาเซียนอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาวิธีขับเคลื่อนและส่งเสริมเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันในภูมิภาค


พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทูตสันถวไมตรีสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ทรงเข้าร่วมประชุม

ระหว่างการประชุมร่วมกับนายลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมหลักนิติธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม ที่อาจตกเป็นเหยื่อในอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งการค้ามนุษย์ พระดำรัสตอนหนึ่งมีใจความว่า “กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพจะช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคลและของสังคมในภาพรวม” และได้ประทานพระดำรัสต่อไปว่า “ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้น่าจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน และ UNODC สามารถเข้ามาช่วยเหลือผ่านการดำเนินโครงการที่มุ่งส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียม”

เจเรมี่ ดั๊กลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า “UNODC รู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งในความพยายามของสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ที่ร่วมกันประเมินสถานการณ์และนำเสนอปัญหาความท้าทายต่างๆ ใน “การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ” และ “การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเรื่องยาเสพติด” โดย UNODC มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลืออาเซียนในการจัดการกับประเด็นปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องตระหนักด้วยว่าการจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการเดิมอาจไม่ได้ผลเสมอไป และเราจำเป็นจะต้องมองหาแนวทางใหม่ๆ และในบางครั้งอาจเป็นแนวทางที่ต้องใช้ความพยายามสูงในการแก้ไขปัญหา”

การนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงได้เข้าเยี่ยมชมเรือนจำหญิงตังเกอรัง (Tangerang) ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้การบริหารจัดการเรือนจำในอินโดนีเซีย และเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาการขับเคลื่อนข้อกำหนดกรุงเทพ (ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้ต้องขังหญิง) ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศและทั่วภูมิภาคเรือนจำหญิงตังเกอรังตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองของกรุงจาการ์ตา มีความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 250 คน แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องขังหญิงถึง 403 คน เกินความจุที่ควรจะเป็นอยู่ 61% โดยผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำแห่งนี้กว่า 86% เข้ามาอยู่ในเรือนจำด้วยคดียาเสพติด ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำเป็นสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเรือนจำที่อินโดนีเซียและในประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาค โดยมีที่มาจากการกำหนดให้คดียาเสพติดต้องรับโทษสูงสั่งจำคุกเป็นระยะเวลายาวนาน ถึงแม้ว่าเรือนจำหญิงตังเกอรังจะประสบปัญหาข้างต้น แต่อาจกล่าวได้ว่าที่นี่เป็นหนึ่งในเรือนจำของอินโดนีเซียที่มีความมุ่งมั่นบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

โดยพระองค์ได้ประทานข้อคิดระหว่างการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ของเรือนจำหญิงตังเกอรังว่า “การบริหารจัดการลักษณะทางกายภาพเรือนจำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องขยายขอบเขตไปถึงการช่วยให้ผู้ต้องขังกลับสู่สังคมด้วย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างโอกาสในการจ้างงาน และการให้ความช่วยเหลือภายหลังการปล่อยตัว การนำข้อกำหนดกรุงเทพมาปฏิบัติจะช่วยเป็นหลักประกันการรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้ต้องขังหญิง เป็นการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจระหว่างที่ต้องโทษ ทั้งยังเป็นการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ด้วยการเตรียมความพร้อมให้พวกเธอก้าวสู่ชีวิตนอกกำแพงได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved