ร่วมไขความลับสู่ความสำเร็จค้นหาทักษะให้ลูก

ร่วมไขความลับสู่ความสำเร็จค้นหาทักษะให้ลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เด็กๆ คือวัยแห่งการเรียนรู้และค้นหาตัวเอง มีแรงบันดาลใจที่จะทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่คือผู้ที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับลูกตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย เชิญ 3 กูรูร่วมกิจกรรม Blackmores Open Campไขความลับสู่ความสำเร็จ ซึ่งเป็นการต่อยอดแนวคิดจาก มหกรรมกีฬาเทนนิสระดับโลก Australian Open ที่แบลคมอร์สเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

สำหรับกิจกรรม Blackmores Open Campไขความลับสู่ความสำเร็จ มีเด็กๆ และผู้ปกครองกว่า 100 คน จาก 34 ครอบครัว ที่มีอายุระหว่าง 5-12 ปี ร่วมแคมป์เรียนรู้ และค้นหาทักษะหาประสบการณ์ ทั้งนี้เด็กๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ 3 กูรูผู้รู้จริงใน 3 ฐานกิจกรรมค้นหาทักษะเบื้องต้นได้แก่ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ หรือแทมมี่อดีตนักเทนนิสหญิงมือ1ของไทยและผ่านการแข่งขันในสนามโลกรวมถึงการแข่งขันAustralian Open ที่ประเทศออสเตรเลีย วนิษา เรซ หรือหนูดี ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพและการพัฒนาการเรียนรู้ ดีกรีความรู้จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ เหมือนแพร พานะบุตร หรือ กิ่ง The Star นักร้องและเจ้าของโรงเรียนดนตรี


โดยเริ่มกิจกรรมให้เด็กทุกคนจะได้เรียนรู้การดูแลสุขภาพกับการเลือกทานสารอาหารและวิตามินที่จำเป็น เช่น การสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาการเรียนรู้และการเจริญเติบโต หลังจากนั้นน้องๆ ได้แบ่งกลุ่มเข้าฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ในแต่ละฐานโดยน้องๆ จะได้รู้จักเทคนิคต่างๆ จากกูรูแต่ละท่าน เพื่อเป็นการค้นหาศักยภาพและความถนัดที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยเป็นแนวทางให้ผู้ปกครองได้นำไปใช้พัฒนาให้กับน้องๆ ต่อยอดสู่ความสำเร็จ

วนิษา เรซ กล่าวว่า สารอาหารมีความสำคัญต่อการพัฒนาการของเด็กผู้ปกครองควรให้เด็กได้ทานอาหารที่หลากหลายมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า เด็กที่ทานอาหารหลากหลายจะผสมคำได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป ดังนั้นเทคนิคในการเลือกอาหารให้เด็กรับประทาน คือ Eat the rainbow ทานอาหารให้ครบ 7 สี เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งนี้ มนุษย์มีศักยภาพหลายด้าน การจะมองได้ว่าเด็กมีศักยภาพด้านใดเป็นพิเศษ จะต้องเปิดโอกาสให้ได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะแต่ละช่วงวัยมีความชอบที่แตกต่างกัน เด็กบางคนมีความหลงใหลในกิจกรรมที่ทำเป็นอย่างมาก แต่ไม่ต้องการประกอบอาชีพนั้น เช่น ชอบเล่นกีฬาเทนนิส แต่ไม่ได้อยากเป็นนักเทนนิส ซึ่งผู้ปกครองควรให้การสนับสนุน ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเสียเวลาโดยไม่เกิดประโยชน์ เพราะความหลงใหลและทำสิ่งนั้นจริงจังเป็นเรื่องของทักษะ ในอนาคตหากไปทำงานทักษะที่เคยฝึกฝนอาจถูกนำมาประยุกต์ใช้ได้ รวมถึงได้ฝากว่าการเลือกกิจกรรมเสริมให้ลูกจะต้องเลือกครูที่ใช่ หมายถึงเด็กมีความชื่นชอบครูในวิชาที่เรียนเลือกกิจกรรมที่หลากหลาย และทำความเข้าใจกับลูกให้ลองเรียนทุกอย่าง หยุดเรียนได้ก็ต่อเมื่อจบหลักสูตร เพื่อให้เด็กได้ทดลองและค้นหาตัวเอง

แทมมารีน ธนสุกาญจน์ เล่าให้ฟังว่า การสังเกตว่าลูกชอบอะไรเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ดูได้จากเด็กจะชอบและรักสิ่งที่ทำและอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน อย่างกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่ท้าทายต้องพัฒนาด้านร่างกาย มีสมาธิ และน้ำใจนักกีฬา การฝึกฝนเพื่อให้ตีลูกได้แม่นยำ หรือตีลูกข้ามตาข่ายได้ เมื่อเด็กทำได้ก็จะมีความสุขและรักที่จะทำ แต่การทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ อาจเกิดความเบื่อหรืออยากหยุด ผู้ปกครองควรหากิจกรรมอื่นๆ ให้เด็กทำเพื่อเป็นการผ่อนคลายจริงๆ แล้วเด็กสามารถทำหลายๆ กิจกรรมได้ แต่จะต้องเป็นกิจกรรมที่รักและสนุกที่จะทำ ผู้ปกครองไม่ควรกดดันลูกไม่ว่าเรื่องเรียนหรือเรื่องกีฬา รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการสำหรับเด็ก

เหมือนแพร พานะบุตร ได้พูดถึงการเรียนดนตรีสำหรับเด็กว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนได้ เพราะดนตรี เป็นมากกว่าการร้องเพลงหรือการเล่นเครื่องดนตรีเก่ง แต่เป็นการฝึกสมาธิให้เด็กมีความนิ่ง จดจ่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้มากขึ้น การเล่นดนตรีหรือการฟังตัวโน้ตบ่อยๆ จะทำให้เด็กรู้จักการฟัง เป็นการจุดประกายให้เด็กรู้สึกว่าชอบดนตรีหรือไม่และต่อยอดต่อไป การเรียนดนตรี ผู้ปกครองไม่ควรกดดันลูก เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่จะทำให้สภาพจิตใจแจ่มใส และทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย คุณกิ่งย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความสุขเมื่อร้องเพลง จะทำให้ร้องเพลงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ภก.ณัฐที เทียนศิริ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสุขภาพแนว Be a Well Being ยังได้แนะนำสารอาหารที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ว่า การมีสุขภาพดีของทุกคนในครอบครัว คือการทานให้ครบ 5 หมู่ แต่ด้วยปัจจุบันสังคมที่เร่งรีบ อาจทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ซึ่งสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทุกคนในครอบครัวจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สารอาหารโอเมก้า-3 ควรได้รับวันละ 300-500 มิลลิกรัม โดยโอเมก้า-3 ประกอบไปด้วยสาร DHA มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง และEPA บำรุงหลอดเลือด และสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยผู้ใหญ่จะเน้นที่วิตามินซีเป็นหลัก โดยเฉลี่ยควรรับประทานวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนเด็กก็มีวิตามินซีสำหรับเด็กที่ทานง่ายสามารถทานเป็นประจำได้และควรเพิ่มแร่ธาตุซิงค์ วิตามินอี และวิตามินเอ ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงหากมีอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัส สามารถทานสมุนไพรเอ็กไคนาเซีย ซึ่งออกฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อไวรัสและฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย โดยสามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top