วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ของจัดแสดงส่วนเครื่องมือทำมาหากินในมิวเซียม
นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนโปแลนด์ และชื่นชอบ open air museum เมืองหนึ่งที่ควรไปเยือนให้ได้คือ Lublin เมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากกรุงวอร์ซอร์ 170 กิโลเมตร หรือโดยทางรถไฟ 2 ชั่วโมงกว่านี้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับเก้าของประเทศ ใหญ่เป็นอันดับสองของ Lesser Poland และใหญ่ที่สุดทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ Vistula เมืองที่มีประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้ เป็นเมืองที่เคยมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์โดยเฉพาะกับLithuania ทั้งนี้เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางของการค้าขายระหว่าง Vilnius และ Krakow ชาวเมืองจึงได้สิทธิพิเศษในการทำการค้ากับ Lituaniaต่อมาในปี 1569 รัฐบาลเมืองจึงได้ทำข้อตกลงระหว่างโปแลนด์และ Grand Duchy of Lithuaniaจนถือกำเนิด Polish-Lithuanian Commonwealth ขึ้น และยังสถาปนาศาลขึ้นที่นี่ด้วย
การที่เมืองLublin เป็นศูนย์กลางของการค้าจึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพำนักใหญ่ของนักประพันธ์กลอน และนักเขียนมากมายส่งผลให้เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของการศึกษาเฉกเช่นเดียวกันกับวอร์ซอร์ Krakow และ Poznan ก่อนการประกาศอิสรภาพของโปแลนด์ในช่วงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 Lublin ยังเป็นเมืองสำคัญที่กษัตริย์โปแลนด์ส่งผู้แทนมาปกครองและยังให้สิทธิในการเลือกตั้งด้วย แม้ว่าเมืองนี้จะถูกทำลายลงไปอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ตัวเมืองเก่าก็ยังมีหลายส่วนที่อยู่ในสภาพดีจนได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติแห่งชาติในเดือนพฤษภาคมปี 2007
นอกจากความสวยงามแล้ว Financial Times Group ยังยกย่องให้เมือง Lublin เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าทำธุรกิจด้วยที่สุดในโปแลนด์ ยิ่งกว่านั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีต้นทุนต่อประสิทธิภาพดีที่สุดอันดับสองของโปแลนด์ เป็นเมืองที่สะอาด และเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ Lublin จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าลงทุนทางตรงมากที่สุดของโปแลนด์
การที่เมืองมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เทศบาลเมืองจึงดำริที่จะเปิด Open Air VillageMuseum ขึ้นเมื่อต้นทศวรรษที่ 1960 โดยให้เป็นส่วนหนึ่งของมิวเซียมประจำเมือง ต่อมาในเดือนมกราคมปี 1970 ทางเทศบาลเมืองจึงยกระดับมิวเซียมนี้ให้เป็นอิสระ และได้ยกที่ดิน 27 เฮกเตอร์ ให้เป็นที่จัดแสดง แม้มิวเซียมจะมิได้อยู่กลางเมือง แต่การเดินทางไปมิวเซียมก็ไม่ยากมีรถบัสเบอร์ 18, 20, 30, 37 ไปจอดหน้ามิวเซียมเลยแม้ว่าในใบโฆษณาจะบอกให้นักท่องเที่ยวเผื่อเวลาเข้าชมเพียงแค่ 2 ชั่วโมง แต่เนื่องจากมิวเซียมเป็น Open Air ที่มีขนาดกว้างขวาง และบ้านแต่ละหลังก็อยู่ค่อนข้างห่างกัน ประกอบกับระหว่างทางมีเก้าอี้นั่งพัก และสามารถปิคนิกได้นักท่องเที่ยวจึงควรเผื่อเวลาไว้สัก 4 ชั่วโมงในการเยี่ยมเยือนให้ได้เต็มอรรถรส
นักท่องเที่ยวจะไม่เพียงสนุกสนานกับเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในด้านชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน ศาสนา ของทั้งประชาชนและผู้ปกครองทั้งในเขตLublin และรอบๆ ซึ่งประกอบด้วยPodlachia, the Lublin Polesia, the Vistula Region, Roztocze,the Lublin Upland เท่านั้น ยังได้ประสบการณ์ย้อนยุคกับ กังหัน สถานีดับเพลิง และร้านรวงประเภทต่างๆ ตามอาชีพด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่างรองเท้า ช่างทอง ช่างเหล็ก ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอยู่ค่อนข้างมาก ยกเว้นร้านอาหารเท่านั้น หลังจากที่นักท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความสนุกสนานในมิวเซียมเสร็จแล้วก่อนกลับควรแวะจิบเบียร์เย็นๆ หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อย่างอื่นที่ผับด้านหน้าที่เคยเป็นโรงเรียนตั้งแต่ปี 1866 ด้วย ร้านอาหารนี้แม้บรรยากาศจะดูบ้านๆ แต่อาหารประจำเมืองที่เสิร์ฟเป็นอาหารฝีมือมาตรฐานพื้นเมืองอันจะทำให้นักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลยทีเดียว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี