การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ฯ พระราชโอรสอันประสูติจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถด้วยโรคบิด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2430 ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะให้มีโรงพยาบาลขึ้น เพื่อบำบัดทุกข์ให้แก่ราษฎรครั้นเสร็จงานพระเมรุแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อโรงเรือนและเครื่องใช้ต่างๆ ในงานพระเมรุนำไปสร้าง “โรงศิริราชพยาบาล” เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2431
และในโอกาสที่โรงพยาบาลศิริราชครบรอบ 130 ปี ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงาน “ศิริราช 130 ปี 130 โครงการ ทำงานเพื่อแผ่นดิน” พร้อมทั้งแถลงข่าวความก้าวหน้าและบทบาทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในยุค 4.0 พลิกโฉมการแพทย์ การสาธารณสุข และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบรับความต้องการของประเทศไทยอย่างครบวงจร ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งในภาคเช้า มีพิธีบวงสรวงและขอขมาพระภูมิเจ้าที่และถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและผู้มีคุณูปการแก่ศิริราช จากนั้นมีพิธีรดน้ำขอพรศิษย์เก่าอาวุโส ณ หอประชุมราชแพทยาลัย โดยมี ผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่และศิษย์เก่า เข้าร่วมงาน
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “การจัดตั้งโรงศิริราชพยาบาลในวันนั้น ถือเป็นจุดกำเนิดโรงพยาบาลศิริราช และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการให้ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงราษฎรของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จากวันนั้นถึงวันนี้ ศิริราชมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด แต่ยังคงได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจากสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าทุกพระองค์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ในราชวงศ์จักรี และโรงพยาบาลศิริราชยังคงตั้งใจสืบสานพระราชปณิธานของล้นเกล้า
รัชกาลที่ 5 รักษาดูแลชีวิตผู้ป่วยจากทั่ว
ทุกสารทิศ โดยไม่เลือกยากดีมีจน”
130 ปีที่ผ่านมา ศิริราชมีโครงการที่น่าสนใจมากมาย อาทิ โครงการความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการนำไอโอดีนไปผสมกับน้ำปลา ทำให้โรคขาดไอโอดีนหายไปจากประเทศไทย
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์และนำไปใช้ได้จริงในวงการแพทย์ รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ให้ทราบสาเหตุของการเกิดโรค แนวทางการรักษาโรคเฉพาะถิ่น อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น การวิจัยเกี่ยวกับไข้เลือดออก โรคมะเร็งบางชนิดโรคพยาธิ การลดการติดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกซึ่งประสบความสำเร็จในอันดับต้นๆ ของโลก
โครงการ Smart Hospital เดิมเวชระเบียนคนไข้จะอยู่ในลักษณะแฟ้มกระดาษ ในอนาคตจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยทุกส่วนการรักษาของคนไข้ ทั้งห้องแลป เอกซเรย์ การผ่าตัด และการรักษาทั่วไป จะรวมเป็นหนึ่งเดียว ในด้านการรักษามีโครงการที่จะรักษาแบบองค์รวม หรือการรักษาแบบบูรณาการไร้รอยต่อ เช่น คนไข้ที่เป็นโรค 3 อย่าง การผ่าตัดจะดำเนินการในจุดเดียวด้วยแพทย์สหสาขา โดยมีคนไข้เป็นจุดศูนย์กลาง
ด้านการเรียนการสอนและการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ศิริราชได้กำหนดคุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นอาจารย์และนักศึกษาแพทย์ที่มีคุณภาพ มีจิตใจที่ดี ตั้งอยู่บนจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรมที่ดี เพื่อให้มั่นใจได้ผลิตแพทย์ที่ประเทศชาติต้องการ ในแต่ละปีศิริราชสามารถผลิตบุคลากรทางการแพทย์ได้ 10-11% ของนักเรียนแพทย์ทั่วประเทศ หรือประมาณ 320 คนต่อปี
โครงการบางกอกน้อยโมเดล เป็นต้นแบบการรักษาเชิงรุก ในลักษณะการจัดเก็บข้อมูลบูรณาการ หลักการคือประชาชนหรือคนไข้อยู่ในที่ตั้ง แพทย์เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา โดยพัฒนาระบบสื่อสารสารสนเทศผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือที่เชื่อมแอพพลิเคชั่นบางกอกน้อยโมเดล
เตรียมรองรับสังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย ด้วยการริเริ่มจัดตั้ง “ศูนย์วิทยาการผู้สูงอายุ” เพื่อเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพและการรักษาผู้ป่วยสูงวัย และ “ศูนย์การดูแลระยะสุดท้าย” เมื่อผู้ป่วยได้รักษาอาการจนดำเนินมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว ผู้ป่วยควรจะได้รับการดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อให้จากไปอย่างสงบในที่สุด
“ศิริราชทุ่มเทพัฒนาโครงการเพื่อยกระดับการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง ในอนาคตอันใกล้เราจะมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในโรงพยาบาล มีทั้งหุ่นยนต์ช่วยจ่ายยา และหุ่นยนต์ดินสอที่มาช่วยดูแลคนไข้ เทคโนโลยีทางการแพทย์อื่นๆ มีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง อาทิ มีดนาโนรักษามะเร็ง เทคนิคการผ่าตัดใหม่ๆ เทคโนโลยีรังสีรักษา สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าชมโครงการต่างๆ ของศิริราชได้ที่ www.siriraj130years.com และสามารถร่วมทำบุญบริจาคเพื่อผู้ป่วยที่ยากไร้ได้ที่ https://si-eservice.mahidol.ac.th/donation/” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กล่าวในตอนท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี