วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ความอร่อยของอาหาร ขนมปัง เบเกอรี่ มักทำให้ผู้คนหลงใหลจนเลยเถิด เผลอรับประทานมากเกินความต้องการจนน้ำหนักพุ่ง พุงยื่น โดยลืมไปว่าภัยร้ายที่น่ากลัวกว่านั้นรออยู่ เบื้องหน้าเป็นภัยร้ายที่มาพร้อมกับความสวยหวานอร่อยฟินของขนมปัง เบเกอรี่ หรืออาหารที่ใช้เนยขาวและมาการีน ซึ่งมีไขมันทรานส์ (Trans Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายที่สุด อันตรายกว่าไขมันอิ่มตัวถึง 2 เท่า โดยหลายประเทศในโลกกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดจนเสียชีวิตได้
ไม่น่าแปลกที่หลายประเทศเตรียมตัวประกาศกฎหมายห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหาร โดยประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในงานเปิดตัวเบเกอรี่ไร้ไขมันทรานส์ของเทสโก้ โลตัสภายใต้ชื่องานว่า “Healthy @ Heart ใส่ใจ ให้คนไทยสุขภาพดี”โดยมี นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส, นางมาลี จิรวงศ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอิสระชื่อดังของไทย มาร่วมพูดคุยถึงไขมันทรานส์ ไขมันที่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ที่คร่าชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน
ไขมันทรานส์เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวพบได้เล็กน้อยในธรรมชาติ แต่ส่วนมากแล้วเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของมนุษย์ โดยกระบวนการเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Partially Hydrogenated Oils : PHOs) เพื่อเปลี่ยนสภาพของเหลวของนํ้ามันให้แข็งขึ้นหรือมีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลวเพื่อให้เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นหืน แต่กลับเป็นดาบสองคมที่สร้างอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างมหันต์
ที่ผ่านมามีการวิจัยพบว่าการบริโภคไขมันทรานส์ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคในกลุ่ม “NCDs” (Non-Communicable Diseases) หมายถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ชีวิต เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน
กระแสตื่นตัวเพื่อสร้างความตระหนักรู้จึงเกิดอย่างแพร่หลายในโลกใบนี้รวมถึงเมืองไทย เนื่องจากพบไขมันทรานส์อยู่ในอาหารที่เราๆ ท่านๆ ชื่นชอบแทบทั้งนั้น อันดับ 1 มาการีนมีปริมาณไขมันทรานส์ 0.08-15.32 กรัม ต่อ 100 กรัม อันดับ 2โดนัททอด 0.02-5.14 กรัม ต่อ 100 กรัม อันดับ 3 พาย 0.03-4.39 กรัม ต่อ 100 กรัม อันดับ 4 พัฟและเพสตรี 0.01-2.46 กรัมต่อ 100 กรัม อันดับ 5 เวเฟอร์ช็อกโกแลต 0.06-6.24 กรัมต่อ 100 กรัม
อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอิสระชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases-NCD) อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม และไขมัน รวมถึงไขมันทรานส์จัดเกินไป คร่าชีวิตคนไทยถึง 73% และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น ต้องฉลาดรู้ที่จะเลือกรับประทาน ”
ฉลาดรู้ในการบริโภคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคนดังกล่าวถึงคือ การใช้สูตร 6:6:1 นั่นคือ บริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา และเกลือไม่เกินวันละ1 ช้อนชา นอกจากนั้นยังควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันทรานส์ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าไขมันอิ่มตัวปกติถึง 2 เท่า
โดยองค์การอนามัยโลก WHO ได้ประกาศรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการใช้ไขมันทรานส์ ภายในปี ค.ศ.2023 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ ซึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารซึ่งไม่เป็นผลดีกับผู้บริโภค เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงถึงร้อยละ 21 และเสียชีวิต ร้อยละ 28 ซึ่งถ้ายุติได้จะช่วยชีวิตคนได้ถึง10 ล้านคน
ด้าน มาลี จิรวงศ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วยงานที่มีการรณรงค์ในเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้วกล่าวว่า การกินอาหารที่มีไขมันทรานส์จะก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งคนเราไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกินร้อยละ 1 ของพลังงาน ซึ่งพลังงานเฉลี่ยที่ควรได้รับอยู่ที่2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน
“สิ่งสำคัญของการบริโภคในทุกวันนี้ คือ เราต้องปรับสมดุลแห่งการกิน ต้องปรับพฤติกรรมอย่ารับประทานเกินสิ่งที่ร่างกายต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการออกมาพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สร้างทางเลือกที่ดีทางด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเร็วๆ นี้ น่าจะมีการประกาศใช้กฎหมายห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหารแล้ว”
ทางด้าน นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัสได้ปรับสูตรเบเกอรี่และขนมปังแบรนด์เทสโก้ทุกรายการให้ปราศจากไขมันทรานส์ โดยยกเลิกการใช้เนยขาวและมาการีนที่มีไขมันทรานส์ แต่ยังคงรสชาติที่อร่อยเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสูตรก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข จะประกาศใช้กฎหมายห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหารเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือด ซึ่งเทสโก้ โลตัส ไม่ได้ปรับราคาเบเกอรี่หลังเปลี่ยนสูตร เพื่อให้ลูกค้าและประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากปกติ”
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2561 นี้ เทสโก้ โลตัส ได้สร้างทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภคด้วยการทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพในหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ น้ำอัดลมสูตรน้ำตาลน้อยตราเทสโก้ 4 รสชาติมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และได้รับตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพเป็นแบรนด์เครื่องดื่มแรกๆ ของไทย
ด้วยความตื่นตัวในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมนุษย์โลกน่าจะได้เห็น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพออกมาสู่ตลาด แต่ทั้งนี้ก็ต้องตระหนักรู้ให้เท่าทัน เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง!!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี