ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุ  เปิดสถาบันวิชาการฯ โชว์หินหยกล้ำค่าอายุล้านปี

ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุ เปิดสถาบันวิชาการฯ โชว์หินหยกล้ำค่าอายุล้านปี

วันศุกร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กาน้ำชาหยกเก่าแก่

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าศิลปะทางด้านวัฒนธรรม-ทางด้านวัตถุโบราณที่ผู้คนมักจะสะสมกันก็จะมีเรื่องของพระเครื่องและพระกรุอยู่ด้วย ดังเห็นจากการเปิดตัวของพิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุ(Amulet and pagoda-base amulet museum)พร้อมกับการเปิดตัวสถาบันวิชาการพระเครื่องพระกรุแห่งประเทศไทย ที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้ว รวบรวมเอาพระเครื่อง-พระกรุในแผ่นดิน ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่ยุคคุณทวด-คุณแม่ มาจัดแสดงให้ชื่นชม นอกเหนือจากพระเบญจภาคีแล้ว ก็คือ หินหยกแกะสลักรูปมังกรคู่ที่มีความงดงามและเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 700 ล้านปี ล่าสุดผู้ก่อตั้ง ภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน กับภรรยา จุไรพร เทพหัสดิน ได้รางวัลอันทรงคุณค่า “รางวัลสิงห์ดาวเงิน และรางวัลเทพสตรีดีเด่น”


นายภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดินผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุ เปิดเผยว่า ตนเองมีแรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ที่ได้มอบมรดกพระเครื่อง-พระกรุที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณทวด โดยคุณแม่ได้บอกกับตนว่า แม่มิได้มีสมบัติอันใด นอกจากพระเครื่องโบราณที่จะมอบให้ลูก หากลูกมีโอกาสเมื่อใด ลูกจงนำพระโบราณเหล่านี้ออกไปสร้างคุณประโยชน์ สร้างการกุศล และสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน จากการสั่งเสียของแม่ทำให้ตนเองและครอบครัวจึงได้มีความคิดว่าจะต้องนำพระเครื่อง-พระกรุโบราณที่คุณแม่และคุณทวดได้เก็บสะสมไว้มาหลายชั่วคนมา ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะตนเองก็อายุมากแล้ว จึงได้ปรึกษากับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ มีทั้งนักวิชาการ-นักโบราณคดี-นายทหาร เพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุ ขึ้นมาแล้วในท้องที่ของเขตบางพลัด และตั้งอยู่ในชุมชนที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมแห่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อมาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ง่าย ซึ่งอยู่ในซอยตรงข้ามห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง

“ผมต้องการให้พิพิธภัณฑ์พระเครื่องพระกรุเป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้ด้านพระเครื่องของประเทศไทยเพื่อให้นักสะสมและผู้ที่มีใจรักในพระเครื่องได้ศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งผู้ที่ต้องการทราบความเป็นมาเกี่ยวกับพระเครื่องไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาและสะสม และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง-พระกรุในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งนับวันจะทรงคุณค่าทวีคูณทั้งด้านมูลค่าด้านความศรัทธา และความล้ำค่าในเชิงศิลปวัฒนธรรมและในโอกาสเดียวกันนี้ก็ได้ร่วมมือกับศูนย์ผู้นำธุรกิจเพื่อสังคม คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือ MOU เพื่อร่วมกันก่อตั้ง สถาบันวิชาการพระเครื่องพระกรุแห่งประเทศไทย”

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมเอาพระเครื่อง ซึ่งมีพระหลัก และพระเกจิต่างๆ ในอดีตที่มีความสวยงามและเก่าแก่กว่าร้อยถึงพันปี ควรค่าแก่การศึกษาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องชุดเบญจภาคี พระปิดตา ซึ่งมีความเก่าแก่มากๆ บางองค์มีฟอสซิลขึ้นก็มี และพระเครื่องชื่อดังไว้จำนวนมากมายให้ประชาชนหรือผู้สนใจในพระเครื่องพระกรุได้มาชมและศึกษาได้อย่างใกล้ชิด จะกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษา เป็นแหล่งข้อมูล ที่ประชาชนจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของพระเครื่องอย่างละเอียดและถูกต้อง เมื่อโครงการหลักสูตรการสอนของสถาบันวิชาการฯ เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเปิดอบรมและสอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ทราบความเก่าแก่ของวัตถุโบราณหรือพระเครื่องพระกรุอย่างแท้จริง ซึ่งในส่วนนี้มี ดร.สิทธิพร ดาดาษ เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิชาการพระเครื่องพระกรุแห่งประเทศไทย

“นอกจากนี้ ภายในพิพิพธภัณฑ์ ยังมี หินหยกแกะสลักรูปมังกรคู่ ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณทวด ซึ่งทำมาค้าขายกับคนจีนนานมากแล้ว เห็นหยกคู่นี้มีน้ำหนักหลายกิโล ตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ซึ่งเคยได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัตถุโบราณจีนมาตรวจเช็คดูแล้วว่าเป็นศิลปะช่างหลวงแกะสลัก อายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี สันนิษฐานว่าหินหยกแกะสลักชิ้นนี้น่าจะอยู่ในยุคราชวงศ์หมิง แต่ถ้าพูดถึงความเก่าแก่ของเนื้อหินหยก อายุของหินน่าจะเป็นล้านปี เพราะเป็นหยกที่หาอยากแล้วในปัจจุบัน ผู้ที่สร้างและแกะต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญในการแกะสลักจะเห็นจากตัวรูปมังกร ซึ่งละเอียดงดงามมาก ในพิพิธิภัณฑ์ของเรามีถึงสองอัน เป็นคู่กัน และอีกชุดหนึ่งของหยก จะเป็น ชุดกาน้ำชา ซึ่งก็มีความเก่าแก่เช่นเดียวกัน ทั้งหมดเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ขณะนี้เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะมีนักวัตถุโบราณในหลายประเทศ ติดต่อเข้ามาชม ก็เป็นอีกความภูมิใจของเราที่ได้ทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของวัตถุโบราณพระเครื่อง-พระกรุ”

ความภูมิใจอีกด้านหนึ่งคือ เมื่อเร็วๆ นี้นายภูมิฐิติพัฒน์ และภรรยา นางจุไรพร ได้รางวัลอันทรงเกียรติและคุณค่า จากมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย ในงานเพรสอวอร์ด ประจำปี 2561 ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ซึ่งตนเองได้รับรางวัลเกียรติคุณโล่สิงห์ดาวเงิน และภรรยาได้รับรางวัลเทพสตรีดีเด่น ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ บุคคลตัวอย่างที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม โดยจัดมอบรางวัลที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

“รางวัลที่ทั้งผมและภรรยาได้รับ ก็จะเป็นกำลังใจต่อไปที่จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและส่วนรวมให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะการขับเคลื่อนให้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศที่นิยมพระเครื่อง ได้มาเรียนรู้และก็จะทำงานควบคู่กันไปกับสถาบันวิชาการพระเครื่องพระกรุแห่งประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังๆ ได้ทราบถึงความเป็นมาของวัตถุโบราณของพระเครื่อง-พระกรุอย่างถ่องแท้ และที่ถูกต้อง และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนเข้าถึง รวมทั้งเป็นแหล่งสะสมพุทธศิลป์อย่างสมบูรณ์แบบด้วย” นายภูมิฐิติพัฒน์ กล่าวในที่สุด

จุไรพร เทพหัสดิน และ ภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน
จุไรพร เทพหัสดิน และ ภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน
หินหยกแกะสลักรูปมังกรคู่ อายุกว่า 700 ล้านปี
หินหยกแกะสลักรูปมังกรคู่ อายุกว่า 700 ล้านปี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top