‘วิสาขบูชาโลก’ ชูการแสดง ‘คิดบวกสิปป์’  สะท้อนความงดงาม บอกเล่าศิลปวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก

‘วิสาขบูชาโลก’ ชูการแสดง ‘คิดบวกสิปป์’ สะท้อนความงดงาม บอกเล่าศิลปวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปิดฉากไปอย่างอลังการและสวยงามสำหรับงานเฉลิมฉลอง “วันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 15” ที่ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน เมื่อวันที่ 25-27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา, ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ และพุทธมณฑล จ.นครปฐม

ตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วัน มีการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development), การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน (Empowering youth through Buddhist Education), การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-ConnectedWorld) และพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม(Engaged Buddhist for Social Welfare) และยังเชิญนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกมานำเสนอประสบการณ์ทำงานในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย


ไฮไลท์งานนี้อยู่ที่การแสดงทางวัฒนธรรมนานาชาติ ชื่อว่า “สติคืนรู้ธรรมชาติ” ออกแบบการแสดงโดยทีม “คิดบวกสิปป์” ที่มีมูลนิธิสิริวัฒนภักดี เป็นผู้ร่วมสนับสนุนการแสดงชุดนี้ ซึ่งเป็นการแสดงของกลุ่มน้องๆ ที่เรียนนาฏศิลป์กว่า 40 ชีวิต ที่ต้องการทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากอนุรักษ์ศิลปะของไทยแขนงนี้เอาไว้ โดยการแสดงเริ่มด้วยการกล่าวถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ว่าเป็นเมืองงดงามดุจดั่งเมืองสวรรค์ พร้อมเล่าเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมและสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยแค่เปิดตัวก็สร้างความประทับให้กับคนดูเป็นอย่างมาก ด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แสง สี เสียง ก็ทำให้คนดูไม่สามารถละสายตาไปได้แม้แต่นาทีเดียว ต่อด้วยการแสดงชุดพนาธาร เป็นการพูดถึงป่าและน้ำ ธรรมชาติที่มีความสมดุล แต่เมื่อความต้องการสู่การถูกทำลายจึงทำให้ตามมาด้วยความหายนะ ต่อด้วยโชว์เชิดหุ่นที่แสดงอารมณ์เศร้า แสดงให้เห็นถึงความทุกข์ยากลำบากที่เกิดขึ้นจากการทำลายของมนุษย์ แผ่นดินแห้งแล้ง ฉากนี้เรียกได้ว่าเป็นฉากที่บีบหัวใจสุดๆ สะกดคนดูอย่างอยู่มัดเลยทีเดียว หลังจากนั้นเรียกอารมณ์สนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจกับฉากความสุขของคนไทยผ่านความรื่นเริงของวัฒนธรรมทั้ง 4 ภาคโดยแบ่งเป็นภาคกลางความสุขของชาวนา ภาคเหนือเก็บดอกไม้ใบชาอย่างมีความสุข ภาคใต้เป็นการรื่นเริงผ่านลีลาและผ้าแห่งสายน้ำ และภาคอีสานกับความสุขสนุกสนานกับการกระทบสาก ฉากนี้เรียกเสียงปรบมือดังสนั่นลั่นทั้งหอประชุม และการแสดงต่อไปก็ดึงอารมณ์คนดูกลับมาให้อยู่ในภวังค์ของความสงบอีกครั้ง ด้วยการแสดงที่สื่อถึงความหวัง โดยเป็นการแสดงแสงนำทาง โดยระบำโคมดอกบัว ดอกไม้แห่งความดีงาม และแสงจากโคมสัญลักษณ์ แสงแห่งปัญญา ซึ่งเป็นการสื่อความหมายว่าเมื่อเรามีหัวใจที่เข้าถึงความดี มีจิตอาสา และหากเรามีสติสมาธิ ก็จะก่อให้เกิดปัญญาที่พร้อมเปลี่ยนโลกให้ดีกว่าเดิมเรียกได้ว่าตลอดระยะเวลาการแสดง 1 ชั่วโมงเต็มได้สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรู้สึก “จงรักภักดีและเทิดทูน” ของคนไทยทั้งประเทศที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างน่าทึ่ง เรียกได้ว่า คิดบวกสิปป์ แม้จะเป็นกลุ่มการแสดงเล็กๆ แต่ก็ยิ่งใหญ่มากในแง่ความคิดที่จะรักษาความเป็นไทย เอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกไว้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top