วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก) กรมการแพทย์ เผยช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝน อากาศชื้น และเย็น สิ่งที่จะตามมา คือ อาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี แนะพ่อแม่ผู้ปกครองเตรียมพร้อมรับมือโรคในหน้าฝน โดยใส่ใจสุขอนามัยให้แก่เด็ก สวมหน้ากากอนามัย ปรุงอาหารที่สุกใหม่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วย
นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ประเทศไทย จะมีสภาพอากาศที่ชื้นและเย็น ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคในหน้าฝนสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กๆ เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคที่ไม่แข็งแรงมากพอ จึงทำให้ ติดเชื้อโรคและมีอาการเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เชื้อโรคและแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ดีและรวดเร็ว พ่อแม่จึงควรระมัดระวังเรื่องสุขภาพและใส่ใจเด็กอย่างใกล้ชิด ควรหลีกเลี่ยงหรือสัมผัสน้ำฝน และไม่ใกล้ชิดกับผู้ที่เจ็บป่วย
นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคที่พบมากในช่วงฤดูฝน เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ จะแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน อาจได้รับเชื้อมาจากสัตว์ เช่น นก หรือหมู เด็กจะมีอาการ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เด็กจะมีไข้สูง อาเจียน และมีแผลในช่องปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก มีผื่นขึ้นบริเวณหัวเข่า และก้น โรคไข้เลือดออก
โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เด็กจะมีไข้สูงเกิน 3 วันขึ้นไป ตาและหน้าจะเริ่มแดง อ่อนเพลีย และปวดท้อง และไวรัส RSV หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ซึม ทานอาหารได้น้อย หลังจากนั้น 1–3 วัน จะมีอาการไอ มีไข้ หายใจลำบาก หายใจตื้น สั้นๆ เร็วๆ และอาจจะมีเสียงตอนหายใจ พ่อแม่ควรใส่ใจดูแลสุขภาพของเด็กๆ โดยวิธีการเบื้องต้น ดังนี้ หากไม่สบาย ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด ทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการพาลูกไปอยู่ใกล้กับผู้ป่วย ไม่ให้อยู่ในสถานที่แออัด ไม่ตากฝน หรือหากตัวเปียกชื้น ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ทั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรใส่ใจและสังเกตุอาการของลูกตลอดเวลา รวมถึงตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตามที่แพทย์แนะนำ ถ้าพบอาการผิดปกติให้รีบพาไปพบแพทย์โดยทันที
ทั้งนี้มีข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเด็กหญิงอยู่ในความดูแลของยายมาโดยตลอดที่ จ.อ่างทอง ส่วนแม่และพ่อเลี้ยงทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร จนมาช่วงมาช่วงหลัง แม่เด็กป่วยเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่ด้วยพร้อมพ่อเลี้ยง จนมาเกิดเหตุ ซึ่งเด็กหญิงคนยนี้เป็นเด็กพิเศษ แขนขา อ่อนแรง และมีปัญหาทางด้าน การสื่อสารถามตอบช้า แต่ด้านความจำไม่มีปัญหา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี