วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อผิวหนังเริ่มเสื่อมตามวัย ก็จะเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ หรือแม้แต่ความหย่อนยานปรากฏขึ้นบนใบหน้า ซึ่งด้วยความแตกต่างของการเสื่อมสภาพของผิวหนังบนใบหน้า ทำให้การดูแลรักษาแตกต่างกันด้วย นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งและผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมดแนะวิธีการดูแลรักษาและวิธีแก้ไขสำหรับอาการผิวหนังเสื่อม
การรักษาความเสื่อมผิวชั้นนอก เมื่อเริ่มสู่วัยกลางคนผิวหนังจะเริ่มเสื่อมสภาพ โดยผิวแห้งลง มีรอยจุดด่างดำหรือกระเพิ่มขึ้น การดูแลผิวพรรณทางผิวหนัง เช่น ครีมกันแดด การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ก็จะช่วยปกป้องผิวให้เสื่อมช้าลง เครื่องมือทางการแพทย์ในการรักษาความเสื่อมผิวชั้นนอกนี้ คือ IPL หรือคลื่นแสงอีกหลากหลายชนิด แต่จะช่วยเฉพาะส่วนของสีผิว ไม่ช่วยเรื่องการหย่อนของผิว
ริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อย สำหรับคนที่อายุไม่มากนัก มีริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่ผิวหนังไม่หย่อนคล้อยมาก การใช้โบทูลินัมท็อกซิน (botulinum toxin) จะหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อที่แสดงอาการของใบหน้า ทำให้ไม่เกิดริ้วรอย แต่ยังมีข้อควรระวังคือ ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือฉีดมากไปใบหน้าจะแข็ง ไม่แสดงความรู้สึก และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ผิวหนังหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่มีปัญหานี้เกิดขึ้นบนใบหน้าจะเห็นร่องรอยการหย่อนตัวของผิวหนังตามแรงโน้มถ่วง ตั้งแต่หางคิ้ว หางตา ร่องแก้ม และมุมคาง จนถึงคอ รอยย่นจากสาเหตุนี้ การใช้ยาฉีด การใช้โบทูลินัมท็อกซินจะไม่ได้ผล ในอดีตจึงใช้วิธีการผ่าตัดดึงหน้า แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการ การใช้เทคโนโลยีและการผ่าตัดที่เล็กลง เพื่อลดระยะเวลาพักฟื้นของผู้ป่วย โดยจะเริ่มจากการใช้เครื่องมือที่ทำให้เกิดการบอบช้ำน้อยๆ ได้ผลการเปลี่ยนแปลงไม่มาก ไปจนถึงการผ่าตัดที่ทำมาก ได้ผลการเปลี่ยนแปลงมาก แต่ต้องแลกกับระยะเวลาการพักฟื้นที่นานกว่า
วิธีการเหล่านี้ ได้แก่ การใช้คลื่นพลังงานชนิดต่างๆ อาทิ Fraxel laser คือ การใช้เครื่องมือพลังงานเลเซอร์ยิงผิวหนังเป็นจุดๆ แม้จะทำลายผิวหนังชั้นนอกบ้าง แต่ผิวหนังข้างเคียงระหว่างจุดที่ยิงสามารถซ่อมแซมได้โดยไม่เกิดแผลเป็น Thermage คือ การใช้คลื่นวิทยุ ทำให้เกิดความร้อนเผาใต้ชั้นผิวหนัง, HiFU/Ulthera ทั้งสองตัวนี้ใช้ high focus ultrasound คือ คลื่นเสียงความถี่สูง เป็นพลังงานกระตุ้นให้เกิดความร้อนเผาใต้ชั้นผิวหนังบนตำแหน่งที่ต้องการ, การใช้ไหมในการยกกระชับใบหน้า เช่น การร้อยไหมชนิดเกาะเกี่ยว รวมถึง การดึงหน้าเฉพาะส่วน เป็นต้น
การเติมเต็ม การรักษาวิธีนี้ เป็นแนวคิดที่เกิดหลังจาก 3 วิธี เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้านอกจากจะหย่อนคล้อยลงแล้ว ยังมีการฝ่อของชั้นไขมัน และการบอบบางของผิวหนังร่วมด้วย ดังนั้น การเติมเต็มจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ทั้งนี้ สารเติมเต็มที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือไขมันของตัวเราเอง แต่ไม่คงทนถาวร
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์ถึงแนวทางในการดูแลและแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด จะได้มีใบหน้าคงความอ่อนเยาว์ไปยาวนาน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี