วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผู้ร่วมงานรับการวิเคราะห์สภาพผิวหน้าด้วยเครื่อง VISIA Skin Analysis
เมื่อวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้า มนุษย์เราก็มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และคงหลีกเลี่ยงความแก่ชราไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีในอนาคตข้างหน้า “เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือAnti-Aging Medicine” จึงได้เข้ามามีบทบาทในยุคสมัยนี้ เพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้ป่วยทั้งคนไทยหรือต่างชาติที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ จัดงาน “The Special One for Wellness Destination” เพื่อแนะนำการแพทย์แบบบูรณาการกับเวชศาสตร์ชะลอวัย และเทรนด์การดูแลสุขภาพแห่งอนาคต
ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า เวชศาสตร์ชะลอวัย นับเป็นศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแนวใหม่แบบบูรณาการ เป็นการดูแลรักษาสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ทราบถึงโอกาสที่จะเกิดโรค รวมไปถึงสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดโรคด้วยโดยจะวิเคราะห์จากผลการตรวจเลือด จากการตรวจสภาพร่างกายโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องมือต่างๆ ที่วัดสมรรถนะร่างกาย รวมถึงปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและการออกกำลังกาย สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำไปสู่ดัชนีการมีชีวิตที่ยืนยาวซึ่งควรจะต้องมีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
“เวชศาสตร์ชะลอวัย ประกอบด้วยเสา 2 หลัก คือ หนึ่ง การป้องกันโรค และสอง การวิเคราะห์หรือวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเวลาตั้งต้น ซึ่งการป้องกันโรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพที่ดี เพราะถ้าเราสามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้แล้วจะทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติสุข อันดับรองลงมาคือการคัดกรองโรคตั้งแต่โรคยังเป็นในระยะแรกๆ ทำให้การรักษาได้ผลดี มีผลศึกษาวิจัยต่างๆ ยืนยันแล้วว่าการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ถูกส่วนครบทุกหมวดหมู่ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอทำให้ใจมีความสุขและป้องกันการได้รับสารพิษต่างๆ นั้น จะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจที่คร่าชีวิตมนุษย์อันดับหนึ่งลงได้ถึง 8 เท่า และช่วยลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งต่างๆ ลงได้ถึง 3 เท่า”
ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงระดับของสมดุลของฮอร์โมนซึ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงอายุ 30-40 ปีขึ้นไป การที่ระดับสมดุลของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไปนี้ ก่อให้เกิดภาวะหรืออาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน ได้แก่ ระดับพลังงานลดลง อัตราการเผาผลาญในร่างกายลดลง ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้นผิวพรรณเริ่มแห้งกร้านและมีรอยเหี่ยวย่น มีมวลกล้ามเนื้อลดลง กระดูกบาง ความจำลดลง สมองเสื่อม ภาวะการนอนหลับผิดปกติ นอนหลับยากขึ้น นอนหลับไม่สนิท หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า ความต้องการทางเพศลดลง หรือเรียกว่า ผู้มีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล (Hormonal imbalance) ซึ่งปัญหานี้อาจพบได้ในผู้คนที่มีความเครียดหรือทำงานหนัก
พญ.นุสรา เตชานุกูลชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาเกี่ยวกับความงาม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า เมื่ออายุเริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ปลายๆ-50 ต้นๆ รังไข่จะหยุดทำงาน หยุดผลิตฮอร์โมน ทำให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพและผิวพรรณตามมา ปัญหาผิวพรรณที่เห็นได้ชัด อาทิ ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ เป็นต้น ปัจจุบันมีนวัตกรรมเพื่อผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี เรียกว่า PhotoRejuvenation เป็นการนำเทคโนโลยีแสงเลเซอร์และคลื่นแสงความเข้มสูงมาใช้ในการแก้ปัญหาและฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใสเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยจางลง และยกกระชับ ด้วยเครื่องมือ 4 ชนิด ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างกันออกไป โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้ชนิดของเลเซอร์หรือคลื่นแสงที่เหมาะสมตรงกับปัญหาผิวพรรณของแต่ละบุคคล โดยเบื้องต้นจะใช้เครื่อง VISIA Skin Analysis วิเคราะห์สภาพผิวหน้า ทั้งชั้นผิวภายนอก และชั้นผิวภายใน โดยการถ่ายภาพใบหน้า ตรงส่วนที่สำคัญต่างๆ และนำข้อมูลไปประมวลผลวิเคราะห์สุขภาพและลักษณะผิวของแต่ละคน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดโปรแกรมการรักษาและดูแลสภาพผิวหน้าเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ และรักษาได้ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง ทำให้ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี
“เราสามารถยืดอายุให้ดูอ่อนเยาว์ลงและมีสุขภาพดีจากภายใน ด้วยหลักการง่ายๆ คือ การกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และอารมณ์ โดยจะต้องเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพ กินให้หลากหลาย ทานผักผลไม้หลากสี และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมัน และควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย ผู้หญิงไม่ควรเกิน 30% และผู้ชายไม่ควรเกิน 20% และควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอหรือเคลื่อนไหวไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเดินประมาณ 5,000-10,000 ก้าวต่อวัน ส่วนการพักผ่อน ไม่ควรนอนน้อยกว่าวันละ 7 ชั่วโมง และการนอนในช่วงเวลา 22.30 น. ก็จะดีกว่านอนหลังเที่ยงคืน เพราะฮอร์โมนที่มีผลต่อการชะลอวัยจะทำงานได้ดีกว่า ที่สำคัญควรทำจิตใจให้แจ่มใส อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี พยายามจัดการกับความเครียด หากปฏิบัติได้ตามทั้ง 4 ข้อนี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้มีอายุยืนขึ้นถึง 10-20 ปี และทำให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี