วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
เปิดมุมมอง แรงบันดาลใจ‘โกศล ขันติทานต์’  เจ้าของรางวัล‘ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น’ปี’61

เปิดมุมมอง แรงบันดาลใจ‘โกศล ขันติทานต์’ เจ้าของรางวัล‘ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น’ปี’61

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : โกศล ขันติทานต์ ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น
  •  

ธรรมชาติและวัฒนธรรมต่างเป็นสิ่งเอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน เพราะเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของมนุษย์ถูกกำหนดขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อาศัยอยู่ และบ่อยครั้งที่ผลงานสร้างสรรค์ของมนุษย์มีความสวยงามได้ก็เพราะธรรมชาติที่แวดล้อม แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ต่างถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและยุคสมัยที่เปลี่ยนไปไร้คนดูแล เพราะเหตุนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมิติและประกาศให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมาโดยตลอด

ล่าสุดรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ดำเนินรายการโดย “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ได้รับเกียรติจาก โกศล ขันติทานต์ซึ่งได้รับรางวัล “ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น” พ.ศ.2561 จากคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย ได้มาบอกเล่าความภาคภูมิใจเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานด้านโบราณคดี และเล่าแรงบันดาลใจที่ทำให้หันเหชีวิตตัวเองกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อดูแล ฟื้นฟู สถานที่ประวัติศาสตร์ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน


โกศล ขันติทานต์ เล่าว่า “ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าเราไม่เคยคิดและคาดหวังกับสิ่งที่เราได้รับมากับรางวัล “ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น”พุทธศักราช 2561 เนื่องด้วยการทำงานของเราที่สนับสนุนการทำงานกับหน่วยงานตรงกรมศิลปากร เรามีหน้าที่เก็บข้อมูลเชิงลึกข้อมูลพื้นฐาน มีการพูดคุยกับชาวบ้านในบริเวณจังหวัดสิงห์บุรีเป็นหลัก เนื่องจากจังหวัดสิงห์บุรีมีโบราณสถาน มีสถานที่บ่งบอกถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ เราก็ต้องเก็บข้อมูลและประมวลสิ่งแวดล้อมทั้งหมดส่งให้ ศิลปากรเพื่อที่จะลดขั้นตอนให้กรมศิลปากรเข้ามาอนุรักษ์ ฟื้นฟูซ่อมแซมหรือบูรณะได้ง่ายขึ้น

ก่อนผมจะมีโอกาสทำงานอยู่กรมศิลปากร ผมเป็นเพียงแค่เด็กบ้านนอกธรรมดา แต่ด้วยจังหวัดสิงห์บุรีที่ผมอยู่ มีวิชาเรียนบังคับประวัติศาสตร์เกี่ยวกับค่ายบางระจันที่ทุกคนต้องเรียนในขณะที่เราเรียน ม.3 ครูก็เล่าประวัติศาสตร์ให้เราฟัง เล่าเสร็จครูก็ถามว่า ใครมีคำถามอะไรไหม? เราก็ยกมือถามเกี่ยวกับค่ายบางระจันว่า “เรื่องที่เอามาเล่าจริงหรือครับ” ครูก็ตอบกลับมาว่า จริงสิ!! เราก็โต้ตอบกลับไปว่า “จะจริงได้อย่างไรเมื่อครูบอกว่าชาวบางระจันตายหมด แล้วใครจะมาเล่าให้เราฟัง” ครูเลยตอบกลับมาว่า “ไม่รู้ ถ้าอยากรู้เธอก็ไปหาของเธอเอง” ประโยคนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมศึกษาเรื่องนี้ให้ได้ เพราะถ้าเพียงแค่บอกเล่าลอยๆ เราจะไปเล่าต่อให้คนอื่นฟังก็คงไม่เกิดความภาคภูมิใจกับตัวเองและครอบครัวไม่ได้

ผมค้นคว้าเรื่องราวบางระจันตั้งแต่อยู่ ม.3 ในเวลานั้นเราได้ตั้งเป้าหมายตัวเองว่าเราจะไปเรียนด้านโบราณคดี เลยไปเรียนอยู่ราชภัฏฯแต่ระหว่างนั้นเองผมก็ชอบเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ที่วังนารายณ์ลพบุรีไปทำความรู้จักกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะเข้าหากรมศิลปากร เพราะคิดว่าเค้าต้องรู้จักประวัติศาสตร์บ้านเราแน่นอน ก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ช่วยงานพิพิธภัณฑ์ จนจบอนุปริญญา และตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาตรีใน 2 ปีท้าย

แต่วันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรถือจดหมายมาหาเรา หัวหน้าที่มารับตัวเราวันนั้นพูดมาคำหนึ่งว่า ปริญญาตรีเรียนเมื่อไรก็ได้ แต่ประสบการณ์และโอกาสของชีวิตมันหาไม่ได้ “ถ้าอยากจะเรียนปริญญาตรีให้เรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ ใหม่ก็ได้ แต่ประสบการณ์เราจะได้ตั้งแต่วันนี้หากตัดสินใจอยู่กรมศิลปากร และคงไม่มีใครจะมาได้โอกาสเหมือนเรา” คำพูดนี้นี่เองทำให้ผมตัดสินใจเข้าทำงานในกรมศิลปากร เป็นเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพเก็บข้อมูลทุกที่ ส่วนใหญ่ก็เป็นช่างภาพ และเก็บข้อมูลทั้งภาพนิ่ง วีดีโอ มาเขียนลง สิ่งที่เราได้คือ การที่เราต้องคลุกคลีกับนักโบราณคดีลงพื้นที่พูดคุยทุกสิ่งทุกอย่างเก็บข้อมูลเพื่อมาผลิตรายการ เขียนหนังสือ จากสิ่งที่ทำเหล่านั้นมันทำให้เรารักและผูกพันในงานของเรา

บ่อยครั้งภารกิจของหน่วยงานที่เราทำงานอยู่ต้องตามเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุกครั้งก็สร้างความปลาบปลื้มใจให้เราเสมอ ถึงตาของเราจะต้องจดจ่ออยู่ที่กล้องถ่ายภาพเพื่อเก็บข้อมูล แต่หูเราก็จะคอยฟัง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่และตามเสด็จฯ เราจะได้ยินพระสุรเสียงของสมเด็จพระเทพรัตนฯ คอยตั้งคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นคำถามสั้นๆ ที่ได้ใจความและมักแฝงข้อคิดเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งยังคงจำได้ดีที่สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานสุโขทัย ก่อนหน้าฝนตก ลมแรงเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไม่มีการตรวจสอบล่วงหน้า ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มขว้างอยู่ ขณะที่ สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทอดพระเนตร แล้วจึงทรงมีรับสั่งถามว่า “ต้นไม้นี้ล้มอย่างไร?”มีข้าราชบริพารกราบทูลว่า “เมื่อคืนลมแรง” สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงมีรับสั่งว่า“ฉันต้องการรู้ว่าต้นไม้จะตายไหมอย่าไปตัดเขา เพราะยังมีรากยึดติดอยู่กับดิน ไม้ล้มจะตั้งขึ้นได้ เดี๋ยวฉันจะมาดู”พระราชดำรัสนี้ทำให้เราได้คิดว่าการทำสิ่งใดก็ตามอย่าไปใส่ใจถึงความล้มเหลว เพราะเดี๋ยวมันก็ตั้งขึ้นได้ถ้าเจตนาเราหรือสิ่งที่เราทำมันหยั่งลึกลงไปแล้ว จากวันนั้นก็เกิดแรงบันดาลใจ ให้ได้คิดว่าแม้เราไม่ได้เรียนโบราณคดีมาแต่ถ้าเราสนใจซะอย่างและมีความมุ่งมั่นพอ อ่านหนังสือ พูดคุยพบปะผู้คน แลกเปลี่ยนทัศนคติเยอะๆ ก็สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ ผมจึงตั้งใจทำงานด้านนี้มาโดยตลอด

หลังจากนั้นผมก็ได้รับโอกาสดีๆให้มาผลิตรายการสารคดีให้บริษัทเอกชน จนทำให้ได้รับรางวัล เมขลาทองคำ โทรทัศน์ทองคำ มันทำให้เราได้เรียนรู้งานในอีกแบบหนึ่ง จนวันหนึ่งในปี 2544 ในขณะที่ขับรถ มีรายการหนึ่งตอน 6 โมงเย็น เป็นข่าวหลังเคารพธงชาติ เปิดมาเราได้ยินเสียงพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ว่า “ทุกวันนี้ประเทศไทยจะไม่เป็นประเทศไทย เพราะคนต่างจังหวัดเก่ง มีความรู้ความสามารถหนีเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯหมด แล้วกรุงเทพฯ ก็รวมคนอยู่ทั้งหมด จึงไม่ใช่ประเทศไทย ทำไมไม่มีคนที่มีความรู้ความสามารถกลับไปพัฒนากลับไปช่วยบ้านเกิดของตัวเอง” พอเราฟังจบก็ตัดสินใจเขียนจดหมายลาออกกลับบ้านทันทีที่สิงห์บุรีทันที

พอเรากลับบ้านที่สิงห์บุรี ปีนั้นก็เริ่มจากการขี่มอเตอร์ไซค์ไปดูสถานที่ที่เราเคยไปเมื่อครั้งเด็กๆ ว่ายังอยู่ดีและได้รับการบูรณะแล้วหรือยัง และเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านชุมชนบริเวณแถวๆ นั้นว่าคิดเห็นเช่นไร ซึ่งการทำงานของผมเองจะใช้ชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง แล้วดูว่าเขามีทัศนคติอย่างไรและเริ่มทำกิจกรรมสร้างกลุ่มเยาวชนในชุมชนนั้นๆ ให้ช่วยกันดูแลโบราณสถานในท้องถิ่น และให้ความรู้เขา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชุมชนสามารถสานต่อทันที ให้คนในชุมชนเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ให้เขาผูกพัน ให้เขาเห็นประโยชน์และบอกเขาว่า เราเป็นเยาวชนที่อยู่ที่นี่ ต่อไปในอนาคตเราจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องดูแลและรักษามันไว้ให้ถึงลูกหลานของเรา อย่างนั้นอย่าทอดทิ้ง”

ติดตามเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784ทางดิจิทัลทีวี) หรือ True Visions 8ชมรายการย้อนหลังได้ที่youtubeผู้หญิงแนวหน้าbyคุณแหน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม

อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ

หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ

FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved