วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
โรคลิ้นหัวใจเสื่อมในผู้สูงวัย รักษาได้ด้วยเทคนิค TAVI ผ่าตัดแผลเล็ก

โรคลิ้นหัวใจเสื่อมในผู้สูงวัย รักษาได้ด้วยเทคนิค TAVI ผ่าตัดแผลเล็ก

วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : ผู้สูงวัย โรคลิ้นหัวใจเสื่อม
  •  

ความผิดปกติของลิ้นหัวใจเอออร์ติก มักพบในผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมตามวัย เช่น ลิ้นหัวใจแข็งไม่ยืดหยุ่น มีไขมัน หินปูนเกาะทำให้หัวใจเปิดหรือปิดไม่สนิท ส่งผลให้เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบ เกิดอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ เจ็บหน้าอก อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

นายแพทย์อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นลิ้นหัวใจจะเริ่มแข็งตัวเพิ่มขึ้น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด ผนังหัวใจหนาตัวซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 3% ของคนไข้ที่มีอายุ 80 ปี จะเริ่มมีลิ้นหัวใจผิดปกติทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ตามสถิติผู้ชายมักจะเป็นมากกว่า 60% ผู้หญิง 40% หากคนไข้มีอายุ 80 ปีขึ้นไป และสภาพร่างกายไม่แข็งแรงพอที่ใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าอก เพราะฟื้นตัวช้า แพทย์จะใช้เทคนิค TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implanation) ซึ่งเริ่มจากประเทศฝรั่งเศส หรือเรียกอีกแบบว่า TAVR (TranscatheterAortic Valve Replacement) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เหมาะกับคนไข้ที่มีลิ้นหัวใจกั้นระหว่างหัวใจช่องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือที่เรียกว่า ลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic Valve)


ข้อดีของการใช้เทคนิค TAVI&TAVR เพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ด้วยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ข้อดีคือคนไข้เสียเลือดน้อย สามารถฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้รวดเร็วส่วนใหญ่ 2-3 วันสามารถกลับบ้านได้ ขณะที่คนไข้ผ่าตัดแบบเปิดหน้าอกต้องพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 7-10 วัน ระหว่างที่ผ่าตัดคนไข้จะอยู่ในอาการสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะไม่ต้องดมยาสลบแค่ใช้ยาชา ทำให้ฟื้นเร็ว ลดความเสี่ยงจากการดมยาโดยไม่จำเป็น ต้องใช้ใจปอดกับหัวใจเทียมเหมือนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบเปิดหน้าอก

นายแพทย์ระพินทร์ กุกเรยา อายุรแพทย์หัวใจและมัณฑนากรหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพกล่าวเพิ่มเติมว่า หลักการของ TAVI เป็นการใช้ลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อยึดติดอยู่กับขดลวดพิเศษ ซึ่งสามารถม้วนให้เล็กเพื่อเข้าไปอยู่ในท่อเล็กประมาณ 8-10 มิลลิเมตรของระบบนำส่ง จากนั้นก็สอดระบบนำส่งไปตามหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบไปยอดของหัวใจห้องล่างซ้าย ไปจนถึงตำแหน่งของลิ้นหัวใจเอออร์ติก จากนั้นจึงทำการปล่อยตัวลิ้นหัวใจที่ม้วนอยู่ออกมาจากระบบนำส่ง ซึ่งจะทำให้ลิ้นหัวใจกางออก กลายเป็นลิ้นหัวใจใหม่ โดยที่คนไข้จะมีแผลเล็กๆ บริเวณขาหนีบ หรือบริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือด้านบนของหน้าอกข้างขวา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใส่ขดลวดพิเศษ

ทั้งนี้ การใส่ขดลวดพิเศษ สามารถใส่ได้หลายทาง คือ 1.ส่วนใหญ่ใส่จากทางขาหนีบ 80% 2.ทางไหล่สามารถใส่ทางเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นแขน 3.ใส่ทางขวาของหน้าอกผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ออกมา จากหัวใจ และ 4.ใส่ทางแผลเล็ก บริเวณยอดหัวใจ เหตุผลที่ส่วนใหญ่เลือกใส่ขาหนีบ เพราะเส้นเลือดมีขนาดใหญ่ ยกเว้นว่าเส้นเลือดที่ขาหนีบของคนไข้มีขนาดเล็กหรือเส้นเลือดอุดตันเข้าไม่ได้ถึงจะเลือกไปทำที่ตำแหน่งอื่นแทน โดยใช้ระยะเวลาการทำ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าผ่าตัดเปิดต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง

นอกจากนั้น การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้ทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจ แพทย์สวนหลอดเลือด วิสัญญีแพทย์ แพทย์ทางอัลตราซาวนด์ และบุคลากรทางห้องสวนหัวใจ ประมาณ 6-7 คน และใช้ห้องผ่าตัดไฮบริด (Hybrid OR) ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของห้องสวนหัวใจและห้องผ่าตัดหัวใจและเส้นเลือดมารวมกันไว้ในห้องเดียวเพื่อใช้ในการผ่าตัดร่วมกับการสวนหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์ที่สามารถปรับมุมและเคลื่อนตัวได้ 360 องศา พร้อมระบบการนำภาพเอกซเรย์แบบ Flex move Heart Navigator และ Software Heart Navigator ซึ่งสามารถถ่ายภาพหัวใจได้ทุกมุมอย่างละเอียด เพื่อให้แพทย์กำหนดและชี้จุดในการผ่าตัดหรือทำหัตถการปลอดภัยมากขึ้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาแทรกซ้อนเกิดขึ้นจากการสวนหัวใจ หรือระหว่างใส่ขดลวดเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ ก็สามารถทำการผ่าตัดได้ทันที โดยไม่ต้องย้ายเตียงหรือย้ายห้อง

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการทำ TAVI&TAVR คือกลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อหรือมีแบคทีเรียอยู่ในกระแสเลือด คนไข้ที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คนไข้ที่มีลิ่มเลือดอยู่ในหัวใจคนไข้ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเร็วมากๆ คนไข้ที่เพิ่งเป็นอัมพาตมาใหม่ๆ เพราะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด คนไข้ที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ และเมื่อผ่าตัดเสร็จหลังพักฟื้นประมาณ 3 เดือนคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาการเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอกหายไป มีแค่ช่วง 3 เดือนแรกที่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ไม่ออกกำลังกายหรือทำอะไรที่หักโหมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไข้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.1719

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ภูมิใจไทยปกป้องสถาบัน 'อนุทิน'ยันไม่แตะหมวด 1-2 หนุนเพิ่มโทษคอร์รัปชัน

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

'เลขาฯภูมิใจไทย'แจงครหา'บ้านใหญ่' ในมุมมองคือพลังที่มีศักยภาพ ทำงานเพื่อประชาชน

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved