วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย
รมช.ศึกษาธิการลงพื้นที่มอบนโยบายและติดตามผลดำเนินงาน“โรงเรียนร่วมพัฒนา” หรือ “Partnership School” ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนการศึกษาไทย โดยมีซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทยหนึ่งใน 12 องค์กรภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคส่วนต่างๆ ในการบริหารจัดการ พัฒนา และสนับสนุนการศึกษาไทย โดยระยะแรกได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่อง 50 แห่ง ใน 30 จังหวัด ก่อนขยายผลไปสู่โรงเรียนต้นแบบอีก 30,000 แห่งทั่วประเทศ
เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางลงพื้นที่มอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน “โรงเรียนร่วมพัฒนา” หรือ “Partnership School” โรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร)จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงรายซึ่งซีพี ออลล์ให้การสนับสนุน โดยย้ำกับหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ในพื้นที่ว่าโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ได้ผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 โรงเรียนร่วมพัฒนาระยะแรกของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ที่จะมีการบริหารจัดการและกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่สร้างอนาคตเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้ด้านวิชาการ และวิชาชีพควบคู่กันไป
.jpg)
ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมโรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย
“โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นหนึ่งในนโยบายปฏิรูปการศึกษาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะ 20 ปีของรัฐบาล โดยมีหลักการสำคัญคือ การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษา ซึ่งเชื่อว่าพลังจากภายนอกจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการบริหารงานในแนวทางใหม่ๆที่จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ที่ดี สร้างเด็กไทยตอบโจทย์ยุค 4.0 พร้อมพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯกล่าว
ด้าน ธานินทร์ บูรณมานิตกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่าซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นภารกิจหลักเพื่อตอบแทนสังคมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องด้วยการก่อตั้งสถาบันการศึกษาเพื่อสังคม 2 แห่ง คือ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) พร้อมศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ 20 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยใช้ระบบการเรียนการสอนภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริง (Work-based Education) เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความพร้อมในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “สร้างเยาวชนสู่มืออาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนสำหรับอนาคตให้มีทักษะการใช้ชีวิตอย่างรอบด้านและเป็นคนดี-คนเก่งของสังคม”
.jpg)
ธานินทร์ บูรณมานิต
โดยการขับเคลื่อนโครงการระยะแรกซีพี ออลล์ ได้เข้าไปร่วมวางแผนผ่านการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ครู ผู้ปกครอง เกิดเป็นแผนงานและเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทของโรงเรียน แต่มีรูปแบบการขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกันคือนำ “Business Model Canvas” ซึ่งเป็นเครื่องมือออกแบบโมเดลธุรกิจ มาปรับใช้กับการบริหารงานการศึกษา พร้อมเน้นย้ำการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาการเรียนการสอน 2.ด้านการพัฒนาครูและบุคลากร 3.ด้านการพัฒนากิจกรรมเสริมทักษะอาชีพ 4.ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ 5.ด้านอาคารสถานที่ ภายใต้กรอบการเสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21
สำหรับหนึ่งในโรงเรียนร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร) จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานจากโรงเรียนขนาดเล็กสู่โรงเรียนคุณภาพขนาดกลาง สร้างการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนร่วมกับชุมชนที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและเชื่อมโยงเข้าสู่การเรียนเชิงวิชาการให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
.jpg)
โรงเรียนวัดนาคู (จันทศึกษาคาร) จ.พระนครศรีอยุธยา
ส่วน โรงเรียนอนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย เน้นย้ำการดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนโรงเรียนจากขนาดกลางไปสู่โรงเรียนคุณภาพขนาดใหญ่ผ่าน “โครงการยุวเกษตรกรรม” พร้อมเชื่อมโยงไปสู่การบูรณาการการเรียนรู้แบบข้ามกลุ่มสาระ ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) เช่น สร้างการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี