วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
จันทิรา ยิมเรวัตวิวัฒน์รัตน์, อภิชาติ โตดิลกเวชช์, มีชัย วีระไวทยะ และ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ร่วมยินดีกับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งสามสาขา
คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จัดประกวดออกแบบสินค้า “ผ้าขาวม้าทอมือ” ในหัวข้อ “นวอัตลักษณ์” ภายใต้โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ประจำปี 2561” โดยมี บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ เพื่อเปลี่ยนมุมมองของคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม Young Designer ให้หันมาเลือกผ้าขาวม้าทอมือของชุมชนเป็นวัตถุดิบในการออกแบบ และสร้างสรรค์การพัฒนาสินค้าต่างๆ เป็นการทอมือ ทอใจ ช่วยชุมชน ล่าสุดโครงการฯ ได้จัดงานประกาศผลการตัดสินการประกวดออกแบบสินค้า “ผ้าขาวม้าทอมือ” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณเวทีกลาง งานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี 2561 ศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี
การประกาศผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก จันทิรา ยิมเรวัตวิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, อภิชาติ โตดิลกเวชช์อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ, มีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงคณะกรรมการโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ร่วมงานพร้อมชมแฟชั่นโชว์ชุดผ้าขาวม้าสาขาออกแบบแฟชั่นสุดตระการตาและนิทรรศการผลงานการประกวดออกแบบสินค้าผ้าขาวม้าทอมือ ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาออกแบบแฟชั่นสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอสาขาออกแบบลายผ้า ที่บริเวณบูธ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย)
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ชนะการประกวด และชื่นชมน้องๆ Young Designer ที่มีความคิดสร้างสรรค์ นำเอาแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ใช้ และออกแบบผ้าขาวม้าทอมือให้มีความสวยงาม ทั้ง 3 สาขา คือ แฟชั่น เคหะสิ่งทอ และลายผ้า ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในเบื้องต้น แต่การทำงานต่อไปของโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย คือการทำให้ชิ้นงานต่างๆ ของผ้าขาวม้าทอมือ ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และปลุกกระแสให้คนไทยหันกลับมาใช้ผ้าขาวม้าทอมือเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าต่อไป”
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเฟ้นหา “ทายาทผ้าขาวม้าไทย”ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาสินค้าผ้าขาวม้าในระยะยาว เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชุมชนและหันกลับมาสนใจอาชีพการผลิตสินค้าผ้าขาวม้าให้เป็นทางเลือกหนึ่งของชีวิต ที่สามารถสร้างรายได้อย่างพอเพียง โดยไม่ต้องละทิ้งบ้านเกิด รวมถึงร่วมกันพัฒนาหัตถกรรมนี้ให้เป็นสินค้าร่วมสมัยระดับสากล ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ค้นพบทายาทผ้าขาวม้าไทย จากชุมชนต่างๆ แล้ว15 ราย และมีแผนงานในการสื่อสารเรื่องราว แรงบันดาลใจ ปณิธาน และความมุ่งมั่นของคนกลุ่มนี้ให้เป็นที่รับรู้ของสังคม เพื่อสร้างแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ในชุมชนอื่นๆ ต่อไป
น.ส.คุณัญญา เครือจันทร์ จากบริษัท รมริน แอท ลีฟวิ่ง จำกัด ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาออกแบบเคหะสิ่งทอ เจ้าของ ผลงาน “บรรจง จรต” ที่ถูกออกแบบเป็นที่นั่งพักคอย เผยถึงไอเดียของชิ้นงานที่สามารถแยกเป็นชิ้นต่างๆ ว่า“สำหรับผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนกว่าที่ผลงานนี้จะออกมาสำเร็จ เริ่มตั้งแต่ออกแบบ นำแบบไปคุยกับช่าง ทุกขั้นตอนที่ช่างผลิต เราต้องเข้าไปดูหมดทุกขั้นตอนส่วนการต่อยอดนั้นมองว่าผ้าขาวม้าปกติจะนิ่ม เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้มันอยู่ตัว ทำให้มันเย็บได้ โดยยังคงความสวยงามของผ้าเหมือนเดิม ส่วนตัวอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่รักในเรื่องแฟชั่น อยากให้หันมาสนใจในเรื่องของการอนุรักษ์ผ้าไทย ผ้าขาวม้าทอมือ”
ด้าน น.ส.ณัฐติรัตน์ เกียรติสุตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาออกแบบลายผ้า เจ้าของ ผลงาน “ผ้าขาวม้ามัดย้อม” เผยว่า “แนวคิดที่มาจากหัวข้อ นวอัตลักษณ์ ซึ่ง นว แปลว่า ใหม่ ส่วน อัตลักษณ์ คือความเป็นเอกลักษณ์ ตนจึงเลือกนำวิธีการมัดย้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้มากในผ้าพื้นเมืองของประเทศไทย แต่ลองเปลี่ยนใช้วิธีที่แตกต่างในการมัดย้อม สำหรับผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำไม่นาน เพราะถ้าลังเล ก็จะใช้เวลาทำนาน ต้องเผื่อระยะเวลาในการดำเนินงานตามแบบ เพราะกลัวจะส่งผลงานไม่ทันทำให้เราต้องตัดสินใจไปเลยตั้งแต่ต้นเลยว่า ถ้าไม่มีสีนี้เราจะใช้สีอะไรแทน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมการจะใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่การหาแรงบันดาลใจ หาข้อมูลจริงมาทำ สำหรับผลงานก็เตรียมที่จะต่อยอดในด้านลายผ้าไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆทั้งเสื้อผ้า วัสดุต่างๆ อยากที่จะยกลายผ้านี้ไว้ให้กับชุมชนต่อยอดทำงาน”
ปิดท้ายที่ นายธีรวัฒน์ จันทร์เส็ง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาออกแบบแฟชั่น เจ้าของ ผลงาน “Automobile Irresistible” เผยว่า “รูปแบบของชิ้นงาน คืออยากให้เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส เลยเลือกเสื้อผ้าแบบ Unisex ใส่ได้ทั้งชายและหญิง คอนเซ็ปต์ของผลงานได้แนวคิวจากรถยนต์มาผสมผสานกับเสื้อผ้า โดยมีวัตถุดิบหลัก คือผ้าขาวม้านำผ้าขาวม้ามาตัดต่อให้เกิดเป็นรูปแบบลายที่เป็นกราฟิกมากขึ้น เพื่อให้เกิดความแตกต่างที่ทุกคนเคยเห็นมา อยากเชิญชวนคนไทยหันมาสนใจผ้าขาวม้า เพราะทุกวันนี้วิวัฒนาการของผ้าขาวม้าได้มีการพัฒนา มีลวดลายที่สวยงามมากขึ้น มีรูปแบบที่แปลกใหม่มากขึ้นครับ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี