วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เห็นชอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 24,994 ล้านบาท สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร และเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ต่อนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ เดือนสิงหาคม มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,850,000 คน
การปฏิรูปโครงสร้างภาคการผลิต จัดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม มีความคืบหน้า ดังนี้ (1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชน มีการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว 824 แห่ง (2) การปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ลดพื้นที่ปลูกยางพารา และพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่แทนอาชีพสวนยางมีพื้นที่สวนยางของเกษตรกร 11,559 ราย โค่นต้นยางแล้ว 61,500 ไร่ (3) พัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่เกษตรกร 1,049 ราย
(4) แก้ไขปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร มีการฝึกอบรม 1,620,571 ราย (5) บริหารจัดการสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์การรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร และแปรรูป ราว 157 สหกรณ์
สำหรับแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตอบรมเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้รับความรู้และมีทักษะอาชีพด้านการเกษตรเพิ่มขึ้น มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 183,827 ราย ได้รับการอบรมแล้ว 130,821 ราย เกษตรกรและประชาชนมีรายได้จากการพัฒนาระบบชลประทาน 8,930 คน รายได้เฉลี่ย 12,716 บาทต่อคน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี