วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เห็นชอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น 24,994 ล้านบาท สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรและเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้ “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” ต่อ นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้
ผลการดำเนินงาน ณ เดือนสิงหาคม มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,850,000 คนซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น การฝึกอบรมปรับเปลี่ยนอาชีพ การเสริมสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกทางการเกษตรไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำชลประทาน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรและพัฒนาภาคเกษตรสู่ความยั่งยืนต่อไป
การปฏิรูปโครงสร้างภาคการผลิต จัดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม มีความคืบหน้า ดังนี้ (1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชน มีการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว 824 แห่ง พัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทานเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวม 193 รายการ (2) การปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ลดพื้นที่ปลูกยางพารา และพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่แทนอาชีพสวนยางมีพื้นที่สวนยางของเกษตรกร 11,559 ราย โค่นต้นยางแล้ว 61,500 ไร่ (3) พัฒนาการผลิตพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ โดยสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น เครื่องเกี่ยวนวดข้าวชุดปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์การแปรรูป รวม 24 เครื่อง/ชุด และพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่เกษตรกร 1,049 ราย (4) แก้ไขปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ด้วยการจัดฝึกอบรม 1,620,571 รายจัดทำแผนตามความต้องการของชุมชนและมีโครงการได้รับอนุมัติ รวม 4,833 โครงการชุมชน รับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Young Smart Farmer (YSF) จำนวน 3,623 ราย มีผู้ผ่านฝึกอบรม 2,739 ราย และบางหลักสูตรมีผู้เข้าฝึกอบรมเกินเป้าหมาย (5) บริหารจัดการสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์การรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร และแปรรูป ราว 157 สหกรณ์ เช่น โครงการเพิ่มศักยภาพและการแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร 61 สหกรณ์ โดยจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 136 รายการ เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 132 รายการ รับซื้อและส่งมอบยางตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานรัฐ รวม 3,952 ตันนำยางพารามาใช้ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนคันคลอง จำนวน 340 ตัน เป็นต้น นอกจากนั้นได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางพาราจำนวน371 แห่ง โดยมีวงเงินกู้สามารถสนับสนุนเกษตรกรได้อีกกว่า 8,500 ล้านบาท
สำหรับแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตอบรมเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้รับความรู้และมีทักษะอาชีพด้านการเกษตร
เพิ่มขึ้น มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 183,827 รายโดยได้รับการอบรมแล้ว 130,821 ราย เกษตรกรและประชาชนมีรายได้จากการพัฒนาระบบชลประทาน 8,930 คน รายได้เฉลี่ย 12,716 บาทต่อคน จากการร่วมทำงานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงการคลัง การดำเนินงานโครงการ สามารถดำเนินงานไปได้กว่า ร้อยละ 80คาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณจะเบิกจ่ายได้ร้อยละ 74เพื่อให้โครงการสัมฤทธิผลเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในทางตรงที่เกษตรกร จากการรับจ้างเป็นแรงงานและค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรม รวมทั้งผลประโยชน์ทางอ้อมที่เกษตรกรจะได้รับจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางการเกษตรต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี