วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
สร้างพลังการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เดินหน้าการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม และเสริมพลังให้กับผู้หญิงในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างแนวทางปรับปรุงกฎหมายการพัฒนางานวิจัยและศักยภาพผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาความรุนแรงและไม่เท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงและเด็กหญิง นำมาสู่การพัฒนาสังคมที่เป็นธรรมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ทั้ง 17 ประการ
กิตติภูมิ เนียมหอม รักษาการหัวหน้ากลุ่มโครงการส่งเสริมสิทธิผู้หญิงและเด็ก กล่าวว่า สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิง เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรม การมีธรรมาภิบาลและกฎหมายสิทธิมนุษยชน นำไปสู่การพัฒนาสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังTIJ และ UN Women ได้มีแผนงานสนับสนุนผลสัมฤทธิ์เหล่านี้ โดยในปี 2561-2562 จะมุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างเครื่องมือทางกฎหมาย สร้างความเข้าใจความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะและการพัฒนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานสร้างการตระหนักรู้และเสริมสร้างทัศนคติของคนในสังคมผ่านรูปแบบความร่วมมือใหม่ๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน
ที่ผ่านมา UN Women ได้ดำเนินงานผลักดันสิทธิและความเสมอภาคทางเพศในประเทศไทยและภูมิภาคแปซิฟิกมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมความยุติธรรมทางอาญา และสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่าน SpeakUpSpeakOut แคมเปญ และ HeforShe แคมเปญ อีกทั้ง ได้มีการขยายความร่วมมือกับศาลครอบครัวกลางและเยาวชนแห่งประเทศไทยจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานในการคุ้มครองผู้เสียหายและผู้กระทำผิดหญิง
นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา (2561) TIJ และ UN Women ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและจัดโปรแกรมพัฒนาผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนงานวิจัยต่างๆ ที่ตีแผ่ข้อมูลเชิงลึกของสถานการณ์ความไม่เสมอภาคและความรุนแรงทางเพศในระดับประเทศ อาทิ รายงานการศึกษาเรื่อง คดีข่มขืน ความเข้าใจเรื่องการตอบสนองของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต่อความรุนแรงทางเพศในไทยและเวียดนาม ซึ่งชี้ว่าผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศต้องเผชิญแนวปฏิบัติทางกฎหมาย ทัศนคติทั่วไปเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ เป็นผลให้เกิดการยอมความหรือล้มคดี ซึ่งผลจากการศึกษานี้นำมาสู่แนวทางปรับปรุงกรอบกฎหมายต่อไป
ความร่วมมืออย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วนในสังคม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรของสหประชาชาติทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ในการค้นหาแนวทางปรับปรุงข้อกฎหมายและการปฏิบัติต่อผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนสร้างบรรทัดฐานทางสังคม เพื่อยกระดับสิทธิและการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิงในประเทศไทย เป็นการยุติอาชญากรรมและพฤติกรรมลอยนวลของผู้กระทำรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้น อันจะนำมาสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี