วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จทรงเยี่ยมราษฎร จ.น่าน
พร้อมมอบเงินสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยอินโดนีเซีย
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาองค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดน่าน ทรงเปิดสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อการเตือนภัย ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทลื้อ บ้านร้องแง ต.วรนคร อ.ปัว ทอดพระเนตรพื้นที่ต้นแบบการฟื้นฟูเขาหัวโล้น ณ บ้านดงผาปูน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ และทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนสันติสุขพิทยาคม ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน
สำหรับสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติเพื่อการเตือนภัย ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทลื้อบ้านร้องแง ต.วรนคร อ.ปัว แห่งนี้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมด้านการเฝ้าระวังป้องกันภัยพิบัติ เพื่อเป็นการป้องกันและลดความสูญเสีย ความเดือดร้อน และความยากลำบากของราษฎรอันอาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเห็นว่าพื้นที่ อ.ปัว เป็นหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดน่านที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเบบินคา และเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติจากอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก จึงทรงรับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นเครือข่ายด้านการเฝ้าระวังภัยของมูลนิธิฯ และร่วมกันจัดสร้างสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเตือนภัยแห่งนี้ขึ้น และจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสร้างสถานีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติในพื้นที่ป่าต้นน้ำของจังหวัดน่าน ให้ครอบคลุมเพียงพอต่อการเตือนภัยน้ำหลากและดินถล่มต่อไป
.jpg)
ทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอรับเสด็จ
จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทอดพระเนตร “ลำเหมืองฮ่องแง” หมู่บ้านร้องแง ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทลื้อ เดิมประสบปัญหาน้ำหลากน้ำแล้ง มานานกว่า 40 ปี ระบบลำเหมืองส่งน้ำเสื่อมสภาพ หลังจากน้ำท่วมในปี 2552 ชุมชนได้ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในการปรับปรุงลำเหมืองฮ่องแง ให้เป็นคลองเปิดระบายน้ำท่วมหลาก และปรับปรุงลำเหมืองต่างๆ เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตรตามความลาดชัน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ทำกิน สามารถบรรเทาปัญหาน้ำหลากน้ำแล้ง พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 900 ไร่ นอกจากนี้ชุมชนยังปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูกจากพืชเชิงเดี่ยว มาทำการเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ เกิดความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ จะนำต้นแบบความสำเร็จนี้ไปขยายผลกับชุมชนบ้านใหม่ภูคา ต.ภูคา อ.ปัว เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและทำการเกษตรของชุมชนต่อไป
.jpg)
ต่อมา เสด็จไปยังบ้านดงผาปูน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ ทอดพระเนตรพื้นที่ต้นแบบการฟื้นฟูเขาหัวโล้น โดยในปี 2554 ชุมชนได้ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำรวจ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนพัฒนา แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคและการเกษตรได้ และดำเนินการฟื้นฟูเขาหัวโล้นด้วยการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ปลูกกล้วยเสริมพื้นที่ต้นน้ำและเขาหัวโล้น ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง รวมทั้งขยายแนวคิดและวิธีการดำเนินงานไปยังชุมชนบ้านนาบงที่อยู่ติดกันในการดำเนินงานสร้างต้นแบบการฟื้นเขาหัวโล้น พื้นที่กว่า 1,200 ไร่ เป็นตัวอย่างชุมชนที่เข้มแข็งในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและฟื้นฟูแหล่งน้ำแบบพึ่งพาตนเอง จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนสันติสุขพิทยาคม ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทาง
การเกษตรและปศุสัตว์ของราษฎรได้รับความเสียหายมากที่สุดในจังหวัดน่าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 3 ตำบล 31 หมู่บ้าน กว่า 1,550 ครัวเรือน บ้านพักอาศัยเสียหาย 18 หลัง พื้นที่ทำการเกษตรเสียหายกว่า 3,700 ไร่ และบ่อปลาราษฎรเสียหาย 280 บ่อ นับได้ว่าเป็นพายุโซนร้อนที่สร้างความเสียหายให้แก่จังหวัดน่านรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
ความทราบถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร
ผู้ประสบภัย และมีพระเมตตาประทานถุงยังชีพของมูลนิธิฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรและพระภิกษุในพื้นที่ อ.สันติสุข จำนวนทั้งสิ้น 540 ถุง และมอบเงินช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายสิ้นเชิง 1 ราย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิฯ จัดหาพันธุ์ปลาและอาหารสัตว์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูชีวิตแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพหลักในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย
การนี้ ได้เสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบภัย พร้อมทั้งประทานหญ้าแห้งอัดก้อนและพันธุ์ปลานิล ปลายี่สก และปลานวลจันทร์ ชนิดละ 2,000 ตัว เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยให้สามารถเลี้ยงชีพ
ต่อไป แล้วจึงเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านป่านอ้อย ต.ป่าแลวหลวง อ.สันติสุข ที่ได้ประทานความช่วยเหลือจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก บ้านพังเสียหาย จำนวน 3 ราย
นับเป็นพระกรุณาและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร ในพื้นที่ ต.วรนคร อ.ปัว, ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข เป็นล้นพ้น
ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยผู้ประสบภัยอินโดนีเซีย โดยมี ฯพณฯ อะฮ์มัด รุซดี ออท. อินโดนีเซีย รับมอบ
อนึ่ง ในวันที่ 10 ตุลาคม 2561 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบเงินสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิสาธารณรัฐอินโดนีเซีย จำนวน 2,000,000 บาท ในการนี้ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผู้จัดการมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนในการมอบเงิน โดยมี ฯพณฯ อะฮ์มัด รุซดี (H.E. Mr.Ahmad Rusdi) เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนรับเงินบริจาค ณ สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์นายกกิตติมศักดิ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานมูลนิธิฯ ได้ประทานแนวพระดำริในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ คือ แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทยเท่านั้น หากเกิดเหตุอุทกภัยร้ายแรงในต่างประเทศ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ก็พร้อมจะช่วยเหลือด้วยเช่นกัน ด้วยทรงตระหนักดีว่าการร่วมมือร่วมใจจากหลายๆ ฝ่ายตามความสามารถของแต่ละคนจะช่วยบรรเทาความสูญเสีย และฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้ดีกว่า การทำงานเพียงลำพัง ดังนั้น การส่งมอบ “น้ำใจ”ในครั้งนี้ จะเป็นกำลังใจให้ประชาชนชาวอินโดนีเซียลุกขึ้นได้อีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี