วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เปิดอบรมหลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต”
สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งโลกด้วยเทคโนโลยี่ที่เกิดขึ้นมากมาย จนมีมนุษย์หุ่นยนต์หรือเอไอ(AI) เข้ามาช่วยทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งโลกตระหนักคือ เรื่องการให้ความสำคัญกับต่อต้านคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ร่วมกับ สถาบันประเทศไทยต่อต้านการทุจริต แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดอบรมหลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต”
โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานเปิดพร้อมด้วยอาจารย์ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกรรมการป.ป.ช., ดร.อุทิศ ขาวเธียร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต สว., พล.อ.ธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ เลขาธิการมูลนิธิฯ และ สมยศ สมวิวัฒน์ชัยอดีตสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ร่วมบรรยาย
ทั้งนี้ หลักสูตร “ผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต” คับคั่งไปด้วยบุคคลหลากหลายวงการเข้าร่วมการอบรม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน นักธุรกิจ สภาวิชาชีพบัญชี อดีตข้าราชการ คณาจารย์
จากมหาวิทยาลัยจากภาครัฐ อาทินายสมชาย พหุลรัตน์ ผู้บริหารภาคธุรกิจและนักวิชาการอิสระ, พ.ต.อ.สุรโชคเจษฎาเดช, พ.ต.อ.ชนะ สุวรรณโกมล, ดร.ศรีชาติ นามบุรี, ชวนา วิวัฒน์พนชาติและ อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร อาจารย์ด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และนักวิจัยฯ และ สุวิมล กฤตยาเกียรติ ฯลฯ ซึ่ง ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ได้กล่าวเปิดการอบรครั้งนี้ว่า ผู้นำยุคใหม่ ต้องเป็นคนดีมีศีลธรรม ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ ความดี วางตนอยู่ในกรอบศีลธรรม รู้จักรับผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องสร้างพื้นที่ให้คนดีมากขึ้น ขณะเดียวกันพวกโกงก็ต้องไม่มีที่ยืน”
นายสมชาย พหุลรัตน์ ตัวแทนจากภาคธุรกิจ-นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ถ้าเราจะเป็นผู้นำยุคใหม่ในยุคต่อจากนี้ไป จะ 4.0 หรือไปถึง 5.0 เราควรจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กร ต่อสังคมและประเทศชาติ ผู้นำยุคใหม่จะต้องมีความซื่อสัตย์ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมาก หรือถ้าเราจะเข้าสู่การเมือง ก็ต้องพร้อมเสียสละ เป็นจิตอาสาที่จะทำงานและรับใช้ประเทศชาติ ที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติติดตัวเลยว่าเราจะต้องซื่อสัตย์ สุจริตและโปร่งใส ผู้นำยุคใหม่จะต้องเป็นผู้นำทางสังคมหรือประเทศชาติที่แสดงออกให้เห็นตัวตนอย่างชัดเจน เราจะต้องซื่อสัตย์มีคุณธรรมและกล้าประกาศว่าเราจะต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ตนจะเน้นย้ำกับเยาวชนเสมอเมื่อบรรยายให้กับเยาวชนในโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพ-วัฒนธรรมฯ จงทำความดีแม้ไม่มีใครเห็น และต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ตั้งแต่เด็กๆ ยกตัวอย่าง อ.ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีต กก.ป.ป.ช.สนทนาในรายการ “ที่นี่..สุวรรณภูมิ”ตอนหนึ่งว่า..เราจะต้องทำให้เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทยให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลยนั่นแหละ เพราะฉะนั้นจะต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วน
.jpg)
(ซ้าย) สมชาย พหุลรัตน์, อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร, อ.ประสาท พงษ์ศิวาภัย
ด้าน อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทรอาจารย์ด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำเสนอบทความเรื่องนี้ว่า สถานการณ์การคอร์รัปชั่นในประเทศไทยจากการสำรวจของTransparency International ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 96 ในปี 2017 คะแนนความโปร่งใส่ 37 เต็ม 100 เท่ากับอินโดนีเซีย และจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า การจ่ายสินบนใต้โต๊ะในปี 2560 อยู่ระดับ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประเทศ แม้จะมีการปลอบใจว่าตัวเลขนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขสินบนนี้สูงเกือบหนึ่งในสามของงบประมาณประเทศ ซึ่งเงินจำนวนเหล่านี้ไปเข้าพกเข้าห่อบุคคลผู้ทุจริต แทนที่จะนำไปพัฒนาประเทศ ทำให้รายจ่ายรัฐสูงกว่าความเป็นจริง ประชาชนได้รับการบริการสาธารณะที่ไม่มีคุณภาพ เพราะต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นสินบน คุณภาพชีวิตคนในประเทศตกต่ำ ขัดขวางการพัฒนาประเทศและสังคมอาจนำไปสู่ความล่มจมของประเทศ ประการสำคัญ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถลดความอยากมี อยากได้อันเป็นเหตุใหญ่ของการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ การทุจริตคอร์รัปชั่นแม้จะไม่หายไปจากสังคมไทย แต่ย่อมลดความรุนแรงลงไปได้ ทุกฝ่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการคอร์รัปชั่นจะไม่เป็นวัฒนธรรมของคนในชาติเกาะกินประเทศ นำไปสู่รัฐที่ล่มสลายในที่สุด
นอกจากนี้ ในการสัมมนาผู้นำยุคใหม่ โปร่งใส ต้านภัยทุจริต ยังได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ประเด็นหนึ่งคือ การปลูกจิตสำนึกให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความเลวร้ายของการทุจริตคอร์รัปชั่น การมีส่วนรวมของประชาชนในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น การมีกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพฯลฯ ทั้งนี้ ผู้นำยุคใหม่ต้องเป็นตัวอย่างที่วางตนในกรอบศีลธรรมรู้ผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง จะสามารถกำจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ สำหรับผู้นำข้าราชการและนักการเมืองนั้น ต้องทำหน้าที่อย่างมือสะอาดผู้นำธุรกิจต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์จากการคอร์รัปชั่นมากกว่า ความเสียหายต่อสังคมและประเทศ
ติดตามเรื่องราวภาคประชาชนในการมีส่วนรวมกับการตรวจสอบทุจริตอย่างไรกับ อาจารย์ประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกก.ป.ป.ช. ได้ในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคนนี้ เวลา 20.09-21.00 น. ชมสด Live พร้อมช่องทีวีทางมือถือทุกเครือข่ายที่ www.สุวรรณภูมิ.ทีวี.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี