วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
จากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานของประเทศไทยในปัจจุบัน มีผู้ป่วยจำนวนถึง 5 ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานหากดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ ก็มักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งภัยเงียบที่น่ากลัวของผู้ป่วยเบาหวาน คือภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา พบว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยศูนย์เสียการมองเห็นเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาสามารถป้องกันได้ ถ้าวินิจฉัยได้เร็ว ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องได้รับการคัดกรองตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
นายแพทย์ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข แพทย์เชี่ยวชาญโรคจอประสาทตา โรงพยาบาลราชวิถีให้ข้อมูลว่า ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา คือระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สูงผิดปกติและส่งผลข้างเคียงต่อจอประสาทตา หากตรวจพบช้า หรือรักษาช้า รุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น โดยภาวะเบาหวานขึ้นตานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ถึงร้อยละ 30-40 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงที่จะมีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา คือ
การเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานและขาดการตรวจหาภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยมี่มีไขมันในเลือดสูง
อาการที่บ่งบอกถึงโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาระยะแรกส่วนมากจะไม่แสดงอาการตามัว และไม่เจ็บปวดทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่ามีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา แต่หากปล่อยไว้จนมีโปรตีนรั่วเข้าไปในจอประสาทตา อาจทำให้มองเห็น ผิดปกติ เห็นภาพไม่ชัดเจน และเริ่มมีเลือดออกจะบดบังการมองเห็น และถ้าหากบดบังการมองเห็นทั้งหมด ผู้ป่วยจะมีภาวะตาบอดในที่สุด จึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน หมั่นตรวจคัดกรองหาภาวะเบาหวานขึ้นตา เป็นประจำทุกปี การตรวจก็ไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อน หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะหยอดตาขยายม่านตา และรอจนม่านตาขยาย และแพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจไปที่จอตา หากตรวจพบมีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาในระยะที่ยังไม่รุนแรง แพทย์ก็จะทำการรักษาโดยการคุมเบาหวาน คุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงจนเป็นอันตรายต่อดวงตา ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่ทำการรักษาได้ง่ายที่สุด
แต่หากมีภาวะที่เสี่ยงต่อตาบอด เช่น โปรตีนรั่วเข้าไปในจอตามากแล้ว หรือมีเส้นเลือดผิดปกติมีเลือดออกในตา มีพังผืดบนจอตา จอตาหลุดลอกก็จะมีการรักษาอยู่ 3 วิธีคือ 1.การรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ คือการใช้แสงเลเซอร์เพื่อปิดเส้นเลือดรอยรั่วที่จอประสาทตา จะทำให้ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดขึ้น ซึ่งอาการข้างเคียงอาจทำให้ผู้ป่วยมีการมองเห็นที่แคบลงและความสามารถในการมองเห็นในที่มืดลดลง 2.การรักษาด้วยการฉีดยาเข้าในตา ซึ่งเป็นการรักษาที่นับเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือจะทำให้จุดมองภาพชัดที่บวมยุบลงได้เร็ว การมองเห็นกลับมาฟื้นตัวเร็ว แต่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง 3.การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้เมื่อมีเลือดออกในน้ำวุ้นตาเรื้อรัง มีพังผืดบนจอตา จอตาหลุดลอก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีใด หลังการรักษาผู้ป่วยต้องดูแลตัวเอง โดยการควบคุมเบาหวานไม่ให้มีน้ำตาลในเลือดสูงต้องมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการหลังการรักษาตามที่แพทย์นัด
ทั้งนี้ ในแต่ละปีศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถี ได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตามากกว่า 100,000 ราย ซึ่งศูนย์จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี อบรมสร้างจักษุแพทย์ไปช่วยดูแลสุขภาพตาประชาชนทั่วประเทศ และยังเป็นศูนย์รักษาโรคตาที่ทันสมัย โดยมีอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาครบทุกสาขาโดยภายในอาคารศูนย์การแพทย์ที่จะเปิดให้บริการในกลางปี 2562 นี้ จะเปิดศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center) ทางจอประสาทตา และเป็นศูนย์รับส่งต่อสำหรับโรคตาที่มีความยากซับซ้อน ของกระทรวงสาธารณสุข มีซึ่งยังมีความต้องการงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์การรักษาที่ทันสมัย ครบครัน เพื่อประโยชน์ในการรักษา จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถี โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-3548108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน http://www.rajavithi.go.th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี