วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
ทีมคณะแพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญอันดับแรกของการเสียชีวิต ซึ่งสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 16 กันยายน 2561 พบมีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน อัตราการเสียชีวิต 20,855 คน ส่วนใหญ่พบในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีผู้ป่วยอยู่ราว 305,667 คนและเสียชีวิต 18,256 คน
ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อม ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อมีบุคคลที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่รอดของพวกเขาจึงขึ้นอยู่กับการได้รับ CPR จากคนใกล้เคียงเนื่องจากแพทย์ต้องใช้เวลาจนกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดกิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” เพื่อฝึกอบรมให้น้องๆ เยาวชนในระดับอุดมศึกษาได้ตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานด้วยวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR) และการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายสังคมแห่งการช่วยชีวิต ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
.jpg)
แพทย์หญิง พรรณอร เฉลิมดำริชัย
สำหรับกิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” ซึ่งเป็นกิจกรรมฝึกอบรมการช่วยชีวิตพื้นฐานด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ให้กับเยาวชนในระดับอุดมศึกษา โดยวิธีช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนั้น เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการปั๊มหัวใจ หรือ CPR (CardiopulmonaryResuscitation) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยหมดสติและมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งโดยส่วนมากเราจะพบในกรณีฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุ การออกกำลังกายหนักเกินไป การตกใจหรือพบเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้หัวใจเกิดการทำงานผิดปกติ การสูญเสียเลือดมาก เลือดมาเลี้ยงหัวใจไม่ทัน ทางเดินหายใจอุดกั้น รวมทั้งอาจเกิดจากการได้รับยาเกินขนาดหรือแพ้ยา ซึ่งสถิติจากสมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association: AHA) พบว่าการทำ CPR อย่างถูกวิธีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต (Survival Rate) ได้ถึง 3 เท่า
.jpg)
เครื่อง AED
แพทย์หญิง พรรณอรเฉลิมดำริชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น เราทุกคนเจออยู่แล้วแทบจะทุกอาทิตย์ในข่าว ดังนั้น การมีความรู้เรื่องการทำ CPR จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยมีหลักฐานออกมาชัดเจนว่า ประชาชนในประเทศที่มีความรู้เรื่องการกู้ชีพเบื้องต้น จะมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าในประเทศที่ประชาชนยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งในต่างประเทศก็มีการตื่นตัวกันมานาน และในประเทศไทย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีบุคลากรทางการแพทย์ได้จัดทำการสอน CPR ขึ้น ทั้งในภาคส่วนของรัฐบาลและเอกชน เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทุกคน และในอนาคตก็อยากที่จะให้บรรจุในหลักสูตรการเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เพื่อให้ทุกคนมีความรู้พื้นฐานในการกู้ชีพเบื้องต้น รวมทั้งถ้าในประเทศของเรามีเครื่อง AED ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ติดตั้งในทุกๆ ที่ ที่เป็นสาธารณะหรือแหล่งชุมชนห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งมวลชน หรือแม้กระทั่งสถานศึกษา และองค์กรใหญ่ๆ ทุกองค์กร ก็จะเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยจนกว่าจะถึงโรงพยาบาลมากขึ้นได้”
.jpg)
กิจกรรม “CPR 4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH”
สำหรับกิจกรรม “4 นาทีทอง… สติต้องพร้อม 2 แขนต้อง PUSH” ตามหลักแล้วหากสมองคนเราขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเกินกว่า 4 นาที จะมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองบางส่วนไปอย่างถาวร แม้หัวใจจะสามารถกลับมาเต้นใหม่ได้ในภายหลังแต่สมองส่วนที่เสียหายไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้สมบูรณ์ดังเดิมอีก ดังนั้นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า “CPR” จึงถือเป็นหนึ่งวิธีการที่จะยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้เป็นอย่างดี โดยอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันจะพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจมาก่อน หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจวายเฉียบพลัน หากสามารถรู้ถึงวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธี จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยรอดชีวิต ลดการบาดเจ็บได้อีก และการช่วยฟื้นคืนชีพจะได้ผลดี และหากให้ได้ผลดีจะต้องทำควบคู่กับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED ก็จะเพิ่มโอกาสรอดได้ถึง ร้อยละ 45
นอกจากนี้ คุณหมอยังได้แนะ 5 ขั้นตอนเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล ว่า 1.ประเมินสถานการณ์และแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินให้เร็วที่สุด (Early Access) 2.ทำการนวดหัวใจที่มีคุณภาพอย่างทันท่วงที (EarlyCPR) 3.ใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า ให้เร็วที่สุด(Early Defibrillation) 4.การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงอย่างมีคุณภาพ (Effective Advanced LifeSupport) และ 5.การดูแลหลังการช่วยฟื้นคืนชีพ (Post-Cardiac Arrest Care)
ซึ่งหากทำให้ถูกต้องและเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของคนที่เรารักหรือคนรอบข้างได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี