วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ส่งมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นชันคุณภาพให้กับกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการปลูกตามมาตรฐาน Organic farming หรือ GAP (Good Agricultural Practice) 5 กลุ่ม เพื่อให้ได้วัตถุดิบขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ไม่น้อยกว่า 9% ตามข้อกำหนดต่อไป ทั้งนี้ สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลสามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน โดยใช้บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อม และยังทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ เพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟน โดยไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหาร
นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ประธานกรรมการการกำกับดูแลกิจการที่ดี องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้ส่งมอบต้นพันธุ์ขมิ้นชันที่ดีมีคุณภาพให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม ซึ่งทาง อภ.ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนาและการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยใช้เทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร รวมถึงมีการพัฒนาเป็นสารกึ่งสังเคราะห์และสารสังเคราะห์นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรด้วยกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต ทำให้ผู้บริโภคได้รับสาระสำคัญจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอในการเสริมสร้างดูแลรักษาสุขภาพ โดยมีการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย
.jpg)
สารสกัดขมิ้นชัน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่องค์การฯได้ทำการวิจัยสารสกัดจากขมิ้นชันที่มีเคอร์คูมินอยด์สูง ผ่านการควบคุมคุณภาพ และทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของประเทศไทย สำหรับใช้บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งวัตถุดิบขมิ้นชัน
ที่มีคุณภาพและมีสารสำคัญเคอคูมินอยด์ สูงกว่า 9% ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งที่ผ่านมาวัตถุดิบขมิ้นชันค่อนข้างจัดซื้อจัดหายากและมีปริมาณไม่เพียงพอ การมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์จนได้มีคุณภาพให้กับเกษตรกร ทั้ง 5 กลุ่มในครั้งนี้ เพื่อนำไปปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม คือในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2562 ที่จะถึงนี้ ซึ่งการปลูกต้องใช้เวลาปลูกประมาณ 8-9 เดือน จึงได้ขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% ตามข้อกำหนด จะทำให้ปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันคุณภาพ เพื่อผลิตสารสกัดขมิ้นชันของ อภ.จะหมดไป และจะสามารถขยายวัตถุดิบขมิ้นชัน ได้ถึงจำนวน 45 ตัน/ปี คิดเป็นเงินที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งสิ้นประมาณ 5.4 ล้านบาทซึ่งปริมาณวัตถุดิบขมิ้นชันจำนวนดังกล่าวจะทำให้ อภ.สามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล แอนติออกซ์ ได้จำนวนทั้งสิ้น 170,000 ขวด ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบันอย่างแน่นอน
ด้าน นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากการที่ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล แอนติออกซ์ ของ อภ.ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาที่พัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของประเทศไทย และได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ประจำปี 2561 โดยสารสกัดขมิ้นชันแคปซูลสามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน โดยใช้บรรเทาอาการ
ปวดในโรคข้อเข่าเสื่อม และยังทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อความฝืดข้อ เพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟน โดยไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล มีความต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง อภ.ยังมีแผนเตรียมการขยายตลาดสู่ต่างประเทศด้วย
.jpg)
เนื่องจากการจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันจากแหล่งเดิมที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ อภ.ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีปริมาณสารสำคัญ เคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่า 9% ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ อภ.ได้อย่างเพียงพอ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกและจัดหาวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีคุณภาพเพื่อผลิตสารสกัดขมิ้นชันขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา อภ.ได้มีการลงนามสัญญาจะซื้อจะขายขมิ้นชันคุณภาพที่มีสารสำคัญเคอคูมินอยด์สูงกว่า 9% กับกลุ่มเกษตรกร ที่มีศักยภาพในการปลูกตามมาตรฐาน Organic farming หรือ GAP (Good Agricultural Practice) จำนวน 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวิชาชีพเกษตรอินทรีย์ ไร่ทหารสานประชา อ.ลพบุรี จ.ลพบุรี 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเพาะเห็ดอินทรีย์บ้านสวนมะเดื่อ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 3.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์สมุนไพรไทย อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 4.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรักษ์ อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ 5.คุณวิวัฒน์ ดางิดิง อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยเกษตรกรทั้ง 5 กลุ่มจะได้รับมอบเหง้าพันธุ์ขมิ้นชันที่มีคุณภาพและมีปริมาณสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ไม่น้อยกว่า 9% จากองค์การฯ ซึ่งเป็นเหง้าพันธุ์ขมิ้นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ โดย ดร.วิเชียร กีรตินิจกาลนักพัฒนาสายพันธุ์พืชชั้นแนวหน้าของประเทศไทย เป็นเหง้าพันธุ์สำหรับการเริ่มต้นการปลูกให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,500 กิโลกรัม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี