วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อเด็กๆ ก้าวสู่วัยอยากรู้อยากเห็น ก็มักจะอยากลองสัมผัสสิ่งรอบตัวด้วยการนำสิ่งของใส่ปาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของเล่น ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จึงอาจจะเป็นช่องทางหนึ่งที่นำไปสู่การติดเชื้อไวรัสโรต้าอันเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ ป่วยเป็นโรคท้องร่วงแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
กรุงเทพมหานครตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ จึงได้เปิดให้บริการหยอดวัคซีนไวรัสโรต้าในเด็กไทยอายุ 2 เดือน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคอุจจาระร่วง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข สังกัดสำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง
ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานในการให้บริการวัคซีนไวรัสโรต้าในศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) ในการพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งความปลอดภัย ปลอดโรคคนเมือง เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ รวมทั้งพัฒนาและขับเคลื่อนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ครอบคลุมทุกมิติทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะในมิติของการส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนที่มักพบบ่อยในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี เช่น โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการหยอดวัคซีน
สำหรับสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในกรุงเทพมหานคร ปี 2561 พบว่า มีผู้ป่วยเด็กแรกเกิดถึงอายุ 4 ปี จำนวนประมาณ17,000 คน ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคอุจจาระร่วงมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าถึงร้อยละ 43 การศึกษาของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ พบว่าในผู้ป่วย 1 ราย มีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลสูงถึง4,300 บาท ซึ่งหากมีการให้บริการวัคซีนไวรัสโรต้าเป็นระยะเวลา 5 ปีในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคต้นทุนรวมทั้งหมดของการเจ็บป่วยของกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนมีมูลค่า727 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มได้รับวัคซีนจะมีมูลค่าลดลงเหลือ 228 ล้านบาท และจำนวนการตายที่ปรับลดลง ของกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน มีจำนวน 20.52 ราย และกลุ่มที่ได้รับวัคซีนมีจำนวน 7.02 ราย และทำให้หลีกเลี่ยงการตายได้ 13.5 ราย ทั้งนี้ วิธีการป้องกันเด็กจากเชื้อไวรัสโรต้าที่สำคัญคือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การสร้างสุขอนามัยที่ดีการรักษาความสะอาด การล้างมือ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันได้อย่างครบถ้วน การรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าจึงเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันอันตรายจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็ก โดยหลายประเทศได้บรรจุวัคซีนชนิดนี้ไว้ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเรียบร้อยแล้ว สำหรับประเทศไทย อยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันให้บรรจุวัคซีนไวรัสโรต้าในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐาน
กรุงเทพมหานคร ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญต่อการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กไทยให้สามารถเข้าถึงวัคซีนที่เป็นประโยชน์ ได้รับการป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า จึงมอบให้สำนักอนามัยดำเนินโครงการดังกล่าว นำร่องโดยใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานครในการให้บริการหยอดวัคซีนไวรัสโรต้าแก่เด็กไทยอายุ 2 เดือนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยผู้ปกครองสามารถนำบุตรหลานมารับบริการหยอดวัคซีนไวรัสโรต้าได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่15 มกราคม 2562 เป็นต้นไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร.02-2032887-9ในวันและเวลาราชการ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี