วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดอาคารเรือนนอน “สุขเขษม” และอาคาร “เกษตรเมธี” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการภายในอาคาร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเรือนนอน “สุขเขษม” และอาคาร “เกษตรเมธี” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อคณะกรรมการดำเนินงานโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ นำโดย สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนฯ พร้อมด้วยคณะอาจารย์ นักเรียน และพสกนิกรชาวจังหวัดลำพูนอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดลำพูน, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เฝ้าฯรับเสด็จ ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดลำพูน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา เดิมชื่อโรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มี สายสม วงศาสุลักษณ์ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับคณะกรรมการก่อตั้งมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การอุปการะเด็กหญิงกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละประมาณ 18 ล้านบาท งบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือเป็นค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนมาโดยตลอด เมื่อเริ่มก่อตั้งโรงเรียน มีอาคารจำนวน 3 หลัง ประกอบด้วยอาคาร “รวม...ร่วมน้ำใจ”, อาคารเรือนนอน“Spansion” และอาคารเรือนรับรองสำหรับครูและอาสาสมัคร ในปีพ.ศ.2546 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้โรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา” ปัจจุบันมีอาคารเรียน 2 หลัง, อาคารเรือนนอน 3 หลัง, อาคารเรือนรับรองสำหรับครูและอาสาสมัคร1 หลัง, อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา, อาคารหอสมุดดรุณปัญญา, อาคารหอศิลป์ดรุณนิรมิต เป็นอาคารใช้แสดงผลงานนักเรียนและมีศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน, อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ “ศิลป์สิริ” เป็นอาคารสำหรับการทำงานฝีมือของนักเรียน และอาคารโรงยิมเฉลิมพระเกียรติ สำหรับการฝึกซ้อมกีฬาประเภทต่างๆและเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนอยู่ในพระราชูปถัมภ์ โดยใช้คำว่า “ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี” ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนด้านวิชาการตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับการฝึกอบรมด้านอาชีพให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ เช่น การทำขนม,การทอผ้า, การประดิษฐ์ดอกไม้, การร้อยมาลัย, การทำพานพุ่ม, งานเซรามิก, งานเสริมสวย และยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำเกษตรผสมผสาน, การปลูกผักอินทรีย์, การปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์, การปลูกพืชสมุนไพร, การเลี้ยงหมู, การเลี้ยงไก่ไข่, การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ, การเลี้ยงปลาดุก และการเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้น นอกจากจะได้รับการฝึกอบรมด้านงานอาชีพแล้ว นักเรียนบางกลุ่มยังมีความสนใจในการเล่นกีฬาและทำการฝึกซ้อมจนสามารถสร้างชื่อเสียงทางด้านกีฬาให้กับโรงเรียน อาทิ เรือพาย, กรีฑา, เทควันโด,ซอฟท์บอล, คาราเต้โด, วอลเลย์บอลและเซปักตะกร้อ ซึ่งนักเรียนได้เข้าเป็นตัวแทนนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติและได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติในกีฬาเรือพายและกีฬาซอฟท์บอล ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 414 คน จากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทำให้อาคารเรือนนอนทั้ง 3 หลัง ไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนนักเรียนได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีการสร้างอาคารเรือนนอนหลังใหม่ขึ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น เป็นเงิน 7,713,000 บาท ทางโรงเรียนจึงได้ของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเพื่อสนับสนุนการสร้างโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นเงิน 5,399,100 บาท ทางโรงเรียนจึงต้องจัดหางบประมาณจากผู้มีจิตเมตตาเพิ่มอีกจำนวน 2,313,900 บาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อ “อาคารสุขเขษม” อีกทั้งโรงเรียนยังได้จัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร โดยฝึกให้นักเรียนทำการเกษตรตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้จัดสร้างอาคารขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ให้กับเด็กเยาวชนและผู้ที่สนใจ จัดให้มีนิทรรศการด้านการเกษตรอินทรีย์, การสาธิตฐานการเรียนรู้กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังให้บริการในการใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการด้านการเกษตรอินทรีย์ และได้รับความกรุณาจาก เฉิดโฉม จันทราทิพย์ บริจาคเงินค่าก่อสร้าง จำนวน 3,300,000 บาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อ “อาคารเกษตรเมธี” อีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี