วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ยุคที่วิถีชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ ผู้คนต้องพึ่งอาหารจานด่วน ขาดการออกกำลังกายหรือเสพติดเครื่องดื่มและขนมหวาน จนมีปัญหาสุขภาพตามมา หนึ่งในนั้นก็คือโรคอ้วน เพราะมีงานวิจัยรองรับแล้วว่ายิ่งน้ำหนักเกิน ยิ่งอันตราย เพราะความอ้วน เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ตามมา ทั้งไขมันสูงคอเรสเตอรอลสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ปัญหาข้อเข่า ที่รับน้ำหนักมากเกินไปนั่นเอง
นายแพทย์บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า หากน้ำหนักเกินมาตรฐานโดยเอาความสูงและน้ำหนักมาหารกันจนได้ค่า BMI เกิน 23-29 ถือว่าเป็นโรคอ้วน แต่ถ้าหากเกินกว่า 30 ถือว่ากำลังอยู่ในภาวะโรคอ้วนที่มีระดับความรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการอ้วนเรื้อรังสะสมมานานปี ยากที่จะสามารถลดน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง หากคุณอ้วนสะสมมาหลายปีในระดับ 24 กิโลกรัมขึ้นไปนั้น การลดน้ำหนักจึงเป็นเรื่องยากและอาจจะ
ล้มเลิกเพราะท้อถอยหมดกำลังใจไปเสียก่อน
“อย่าเพิ่งหมดกำลังใจถ้าคุณน้ำหนักมากเกินไป จริงๆ ในทางการแพทย์มีตัวช่วยในเรื่องนี้ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล วิธีดังกล่าวก็คือ การใส่ลูกบอลลูนเข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อให้บอลลูนไปแชร์พื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น จากที่เคยทานข้าว 2 จาน ก็จะเหลือครึ่งจาน ซึ่งเป็นการรักษาที่ทันสมัยในต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ใช้กันแพร่หลายมา 10 กว่าปีแล้ว รวมทั้งที่โรงพยาบาลเวชธานี ได้ทำการรักษาด้วยการใส่บอลลูนเพื่อลดน้ำหนักมาประมาณ 5 ปี มีผู้มาใช้บริการเกินกว่า 400 ราย ซึ่งทั้งหมดได้ผลดี ไม่ต้องมีการผ่าตัดให้เสียเลือดเนื้อหรือเปิดแผลแต่อย่างใด ใช้วิธีการส่องกล้องแล้วนำบอลลูนเข้าไปทางปาก แต่ต้องนอนพักรอดูอาการที่โรงพยาบาลประมาณ 2 วัน เพื่อดูว่ามีการแพ้หรือไม่ ก่อนส่องกล้องจะให้ทานยาเคลือบกระเพาะลดกรด หลังบอลลูนเข้าไปที่กระเพาะเรียบร้อย รอดูว่ามีการแพ้คลื่นไส้อาเจียนหรือไม่ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีอาการเพียงเล็กน้อย 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ โดยบอลลูนสามารถปรับขนาดเล็กใหญ่ได้”
ทั้งนี้ หลังจากส่องกล้องในระยะ5-7 วันแรก จะแนะนำให้คนไข้รับประทานอาหารเหลวๆ ก่อนเพื่อให้ย่อยง่าย หลังจากนั้นจึงรับประทานอาหารได้ตามปกติ สำหรับคนไข้ที่จะมาลดน้ำหนักด้วยวิธีดังกล่าวส่วนใหญ่จะต้องมีน้ำหนักเกินน้ำหนักที่พอเหมาะ 20 กิโลกรัมขึ้นไป และมีความพยายามที่จะลดน้ำหนักด้วยตนเองมาหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับบอลลูนนี้ทางโรงพยาบาลได้นำเข้าจากต่างประเทศ ทำจากซิลิโคนเพื่อใช้รักษาทางการแพทย์เท่านั้น อายุการใช้งาน 1 ปี จะต้องมาส่องกล้องนำออกมาเมื่อครบกำหนด และส่วนใหญ่ผู้ที่รักษาด้วยวิธีการนี้ได้ผลแบบยั่งยืน
“คือแน่นอนว่าหลังจากที่นำเอาบอลลูนออกแล้ว คนไข้จะมีน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 3-5 กิโลกรัม และในที่สุดน้ำหนัก
ก็จะคงที่ เนื่องจากเริ่มเคยชินกับการกินที่น้อยลง เพราะกระเพาะหดตัว ถ้ากลับไปรับประทานเยอะๆ อีก จะรู้สึกอึดอัด ทนไม่ได้ จุกง่ายถ้ากินเยอะ ที่สำคัญคือคนไข้ไม่อยากกลับไปอ้วนอีก เพราะตอนที่อ้วนก่อนใส่บอลลูน ร่างกายจะมีโรคติดตัวมาทั้ง เบาหวาน ไขมัน ความดันโลหิต ปวดข้อปวดเข่า คนไข้จึงไม่อยากกลับไปทรมานเช่นนั้นอีก อาจมีการเผลอทานมากขึ้น พอเกินจากที่เคยลด 3-4 กิโลกรัม คนไข้จะเริ่มซีเรียส และมาตั้งใจคุมน้ำหนักให้เกือบคงที่ เหมือนตอนที่มีบอลลูนอยู่ในกระเพาะ
ในส่วนของผู้ที่จะรักษาด้วยวิธีนี้ ไม่มีข้อจำกัดใดๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ออกกำลังกายได้ ว่ายน้ำได้ ดำน้ำได้ ขึ้นเครื่องบินได้ อายุ 20-70 ปี สามารถใช้วิธีการนี้ได้ ส่วนใหญ่ที่เข้ามารักษากับคุณหมอจะเป็นวัย30 ปีขึ้นไป ยกเว้นเฉพาะคนที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารและผู้ที่ตั้งครรภ์เท่านั้น”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี