วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
“ครั้งแรกที่เราไปเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ประชาชนมากมายแช่น้ำยืนรอเฝ้า เราได้รับเงิน 20 บาทที่เปียกโชกจากชาวบ้าน เขาบอกว่าขอถวายสำหรับช่วยเหลือประชาชน เราก็ถามว่าทำไมไม่เก็บไว้ช่วยเหลือตัวเอง เขาก็ยืนยันคำเดิม นี่จึงเป็น 20 บาทแรกที่เราได้มาสำหรับมูลนิธิฯ” พระดำรัสของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงเป็นประธานมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติรุนแรง อันได้แก่การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยเหลือผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมาของมูลนิธิฯ เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วย “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤติที่เกิดขึ้นไปได้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ รับสั่งเกี่ยวกับถุงยังชีพพระราชทานไว้ว่า“...ของที่บรรจุในถุงยังชีพพระราชทานนั้นเกินจำนวนที่จัดได้ แต่ห้ามขาด” ด้วยทรงห่วงใยและเข้าพระทัยในวัตถุประสงค์หลักของถุงยังชีพที่พระราชทานแก่ผู้ประสบอุทกภัย
ภายในถุงยังชีพพระราชทานจึงประกอบไปด้วยสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและมีความเหมาะสมกับผู้รับ เช่น ถุงยังชีพสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องบรรจุข้าวเหนียวแทนข้าวสาร หรือถุงยังชีพสำหรับพระภิกษุสงฆ์ต้องบรรจุผ้าสบง จีวรไว้ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี บ่อยครั้งที่ทั้งสองพระองค์เป็นผู้คัดเลือกสิ่งของและร่วมบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง
“เราทำเองหมดทุกอย่าง ทั้งแพ็กถุงแบกข้าวสาร ทำกับข้าว ทำมามากกว่า 20 ปีเราทั้งสองแม่ลูกสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ไม่ว่าจะเดิน นั่งเรือ ก็ทำทุกอย่าง ถุงหนักเท่าไรก็ไม่หวั่น ขอแค่ประชาชนดีขึ้น” จากพระดำรัสของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นี้เองถุงยังชีพพระราชทานจึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ

“อาหาร” คือ หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญมากต่อผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอาหารปรุงสดใหม่ เพราะนอกเหนือจากขวัญและกำลังใจแล้ว การช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพปรุงสดใหม่ยังช่วยเสริมสร้างพลังในการขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤติไปได้ และพร้อมที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข “โรงครัวพระราชทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” จึงได้เกิดขึ้น เป็นรถทรงสูงที่สามารถนำไปจอดในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ โดยประชาชนทั่วไปมักจะเรียกว่า “รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” โดยอาหารสำหรับผู้ประสบอุทกภัยจะเป็นเมนูที่ทุกคนสามารถรับประทานได้อิ่มท้อง ปรุงสุกได้รวดเร็ว และที่สำคัญต้องมีรสชาติอร่อย เช่น ข้าวผัด ผัดกะเพรา และข้าวเหนียวไก่ทอดสูตรประทาน ซึ่งทุกครั้งที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปทรงเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พระองค์ทรงประกอบอาหารปรุงสุกด้วยพระองค์เอง เพื่อแจกจ่ายให้ลำเลียงไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงมีรับสั่งถึงการปรุงอาหารเพื่อผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะเมนู “ไก่ทอดสูตรประทาน” ว่า “จากประสบการณ์ที่เคยนำรถโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุต่างๆ นั้น เราผ่านการลองผิดลองถูกในการปรุงอาหารในการแจกคนมาหลายครั้ง และสุดท้ายก็ทำให้รู้ว่าข้าวเหนียวไก่ รับประทานง่ายและเสียยาก อีกทั้งไก่เป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัยและทุกเชื้อชาติศาสนา ที่สำคัญสามารถเก็บไว้ได้นาน...”
นับเป็นเวลา 24 ปี ที่ทรงมีพระกรุณาธิคุณที่ประทานแด่พสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำพระทัยเห็นใจผู้เดือดร้อนทั้งทางกายและทางใจตั้งแต่ปีพ.ศ.2538 ที่เกิดอุทกภัยที่มีผู้เดือดร้อนทั้งทางกายและใจเป็นจำนวนมาก ถึงขั้นเกิดความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลาย ไม่มีผู้ใดจะขจัดปัดเป่าได้

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้เสด็จออกเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีในครั้งนั้น ความขัดแย้งความเดือดร้อนได้พลันมลายเมื่อได้ประสบกับพระจริยวัตร ที่ทรงรับฟังความเดือดร้อนเสมือนเป็น “เพื่อนพึ่งพาในยามยาก”
จากนั้นทรงทราบว่าประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจะคิดถึงพระองค์ น้ำพระทัยของพระองค์ท่านทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ จึงทรงโปรดให้จัดถุงยังชีพส่งออกไปเยี่ยมผู้เดือดร้อนอยู่เนืองนิจ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ภายใต้โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก และประชาชนมีความประสงค์จะร่วมเป็นเพื่อนพึ่งพาในยามยากโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นจำนวนมาก จึงทรงมีพระดำริให้จัดตั้งมูลนิธิ “อาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก” เพื่อจัดถุงยังชีพ
ด้วยพระเมตตาจึงมีการขยายขอบเขตงานจากอุทกภัย รวมไปถึงภัยที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น สึนามิ ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ประทานทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ที่อยู่อาศัย และอาชีพ โดยทรงร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการมูลนิธิฯ ทรงควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือมีหลายครั้งที่ทรงพระประชวรขณะทรงงานช่วยเหลือและปฏิบัติพระภารกิจของมูลนิธิฯ เช่น การหารายได้เข้ามูลนิธิฯโดยทรงทำตับบดสูตรฝีพระหัตถ์จำหน่ายในงานเพื่อนพึ่ง“ภาฯ” ทรงควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ให้ได้ขนาดความสด เข้าเกณฑ์ทั่วไปและเกณฑ์ฮาลาล ขั้นตอน การบดการปรุง ทรงชิมทุกรุ่น บางครั้งไม่บรรทม 2-3 วันติดกัน
สำหรับสิ่งของในถุงยังชีพทั้งของราษฎรและของพระภิกษุ ก็ทรงมีพระดำริทุกรายการและทรงจัดซื้อด้วยพระองค์เอง ทรงจัดระบบการจัดลงถุง การจัดส่งจะได้ไม่มีความผิดพลาดเรื่องการหมดอายุ การบุบสลาย และต้องให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอย่างรวดเร็ว เสมอการให้มีการส่งมอบด้วยผู้แทนพระองค์ หรือผู้แทนมูลนิธิฯหรือข้าราชบริพารในพระองค์ ทรงรับฟังข่าวอุทกภัยอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระดำริให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ตรงกับความต้องการเสมอไม่ว่าจะเป็นการเตือนภัยการอพยพหลบภัย การฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูอาชีพและทรงนำเอาสินค้าที่ได้รับการส่งเสริมจากมูลนิธิฯมาจำหน่ายที่ร้านมูลนิธิฯ และในงานออกร้าน เพื่อให้มีช่องทางการจัดจำหน่ายช่วยให้การประกอบอาชีพยืนอยู่ได้ด้วยตนเองในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี