วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เสด็จแทนพระองค์ในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ งานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2562 แห่งชาติมี ศ.กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, การุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา เฝ้าฯ รับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เสด็จแทนพระองค์ในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยมี ศ.กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย การุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ สันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ภายในพิธี ศ.กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ได้กราบทูลรายงานกิจการลูกเสือในรอบปีว่า การดำเนินงานกิจการลูกเสือสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้ดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ ข้อบังคับ นโยบายของคณะลูกเสือ รัฐบาล กระทวงศึกษาธิการทุกประการ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชน และให้เกิดความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์รู้จักบำเพ็ญประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคมส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีต่อไปในอนาคต จากนั้น การุณ สกุลประดิษฐ์ปลัดกระทรวงการศึกษาธิการ ได้กราบทูลเบิกผู้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญประจำปี 2562 จำนวน 6 ราย ในจำนวนนี้เป็นเหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 2 จำนวน 2 ราย และลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 3จำนวน 4 ราย และ ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นตัวแทนนำกล่าวคำปฏิญาณของลูกเสือในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี พระราชทานพระโอวาท อวยพรกิจการลูกเสือ เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อบ้านเมืองสืบไป และมีการเดินสวนสนามของเหล่าลูกเสือ โดยมีวงปี่สก๊อตวชิราวุธวิทยาลัย เป็นหน่วยดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
คณะลูกเสือแห่งชาติ (The NationalScout Organization of Thailand; NSOT) เป็นองค์การที่ดูแลเกี่ยวกับการลูกเสือในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2454 และได้เข้าร่วมสมัชชาลูกเสือโลก เมื่อ พ.ศ. 2465 ในปี พ.ศ. 2553 คณะลูกเสือแห่งชาติ มีสมาชิกกว่า 1,360,869 คน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระชนมพรรษาได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงทราบเรื่องการสู้รบเพื่อรักษาเมืองมาฟิคิง (Mafeking) ของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell) ซึ่งได้ตั้งกองทหารเด็กเป็นหน่วยสอดแนมช่วยรบในการรบกับพวกบัวร์ (Boar) จนประสบผลสำเร็จ และได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 เมื่อพระองค์เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ก็ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า (Wild Tiger Corps) ขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกหัดให้ข้าราชการและพลเรือนได้เรียนรู้วิชาทหาร เพื่อเป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง รู้จักระเบียบวินัย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ก็ได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ด้วยทรงมีพระราชปรารภว่า เมื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่า เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เห็นควรที่จะมีการฝึกเด็กชายปฐมวัยให้มีความรู้ทางเสือป่าด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่และประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง จากนั้น ทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย ในปัจจุบัน)และจัดตั้งกองลูกเสือตามโรงเรียนต่างๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น รวมทั้งพระราชทาน คำขวัญให้ลูกเสือว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นลูกเสือไทยคนแรก คือ ชัพน์ บุนนาค ซึ่งต่อมา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “นายลิขิตสารสนอง”
กิจการลูกเสือไทยยังคงได้รับการสืบสานให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับนับจนปัจจุบัน โดยมี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ และ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์คณะลูกเสือแห่งชาติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี