วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัทในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมมือกับ สำนักข่าวเอพี เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้การหยุดยั้งข่าวปลอม (Fake News) ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก จัดงานSTOP “FAKE NEWS” ข่าวจริงหรือข่าวปลอมคิดก่อนกด งานสัมมนาและเวิร์กช็อปที่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย แก้ปัญหาการแพร่กระจายของข่าวปลอมและข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องโดยบริษัท LINE ประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้คร่ำหวอดในด้านสื่อสารมวลชน
งาน STOP “FAKE NEWS” ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด จัดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขอนแก่นจังหวัดขอนแก่น โดยมี ดร.สมศักดิ์ จังตระกุลผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน ร่วมด้วย วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์,อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ บรรณาธิการเว็บไซต์ 77 ข่าวเด็ด, ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กอล์ฟ-กิตติพัทธ์ชลารักษ์ จากรายการ “เทย เที่ยว ไทย” มาช่วยชี้เป้าให้ผู้ผลิตสื่อและผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะของข่าวปลอม และวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ นำไปสู่วิธีการรับสื่อและค้นหาข้อมูลในโลกดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอวิธีป้องกันและทางแก้ไขที่เหมาะสมเมื่อต้องเจอกับข่าวปลอมเข้าอย่างจัง ซึ่งได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ร่วมงาน ทั้งนักเรียน นักศึกษาคณาจารย์ และผู้ที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชนทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายให้ทุกคนในสังคมตื่นตัวกับการป้องกันการแพร่กระจายข่าวปลอม รู้จักความร้ายกาจ เข้าใจพฤติกรรม มีสติรับสาร และเท่าทันวิจารณญาณของตนเองให้ “คิดก่อนกด” ทุกครั้ง
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท LINE ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า ในขณะที่ไลน์มีช่องทาง LINE TODAY รวบรวมคอนเทนต์จากแหล่งน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้อย่างวางใจ แต่ขณะเดียวกันแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคน ในระยะเวลาที่คิดเป็นหนึ่งในสามของการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนไทย มีการแชร์ข้อมูลนับพันล้านครั้งต่อวัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจเป็นช่องทางในการส่งต่อข่าวปลอมด้วยเช่นกัน ซึ่งเรารับรู้และเฝ้าติดตามถึงปัญหาสังคมที่เกิดจากข่าวปลอมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เริ่มวางแผนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ ประกอบกับ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัท ในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีได้ประกาศแคมเปญเพื่อสังคมทั่วโลก ในชื่อ STOP “FAKE NEWS” โดยร่วมมือกับสำนักข่าวเอพี (The Associated Press-AP) เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ไทยเป็นที่แรก จึงเป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของ LINE ประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนและเป็นผู้สร้างความตระหนักรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงทั้งหลาย โดยเฉพาะกระตุ้นให้คิดอย่างรอบคอบ และข้อมูลนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ต้องชัวร์ก่อนถึงจะแชร์ออกไปได้นำไปสู่การเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนนิเวศข้อมูลข่าวสารคุณภาพของประเทศ

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ซีอีโอ ไลน์ ประเทศไทย
ทั้งนี้ เวิร์กช็อป STOP “FAKE NEWS ชี้ให้ทุกคนเห็นว่าปัญหาข่าวปลอมในไทยเป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดตั้งศูนย์สกัดกั้นข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์) ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวว่า ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการกระตุ้นให้สังคมมีจิตสำนึกและคิดวิเคราะห์ในการรับสาร และจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรและประชาชน ซึ่งมีแผนในการใช้แพลตฟอร์ม LINE Official Account จัดตั้งกลุ่มเพื่อมอนิเตอร์ข่าวปลอมนั้น จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เสพข่าวจากการแชร์ข่าวปลอมออกไป เป็นการแชร์เนื้อหาว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอม ทั้งยังช่วยสานต่อสู่การแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่กันในอนาคต
จากนั้นก็มาถึงการให้ความรู้ความเข้าใจปัญหาเฟคนิวส์ในระดับโลก ซึ่ง ทาแมร์ฟาคาฮานี Deputy Director Global News Coordination สำนักข่าวเอพี ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงจากการสำรวจ พบครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสอบถามพร้อมที่จะส่งต่อข้อมูลทันทีโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน รวมทั้งยังกระตุ้นให้สื่อคำนึงถึงจรรยาบรรณ ยึดมั่นและรับผิดชอบต่อวิชาชีพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนด้วยวิธีต่างๆ อาทิ สืบค้นจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือแม้แต่จากบุคคลเจ้าของเรื่องหรือที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอข่าวสารข้อมูลนั้นสู่สาธารณชน ส่วนสถานการณ์ในไทยนั้น กนกพร ประสิทธิ์ผลผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อใหม่ ไทยพีบีเอส ได้ชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลของการสร้าง Fake News และลักษณะต่างๆ ของข่าวปลอม ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นจากคน 4 กลุ่ม1.นักเลงคีย์บอร์ด โพสต์เพื่อความสนุกส่วนตัวคึกคะนอง 2.กลุ่มหวังเงินจากการโฆษณา สร้างโพสต์หวังยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดคนติดตามเพิ่มขึ้น 3.กลุ่มสร้างความเกลียดชัง จึงสร้างข้อความดูหมิ่น ยุยงในทางลบ 4.กลุ่มหลอกลวง สร้างข้อมูลเท็จ เพื่อหลอกขายสินค้าหรือฉ้อโกง รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เช่น การสังเกตลักษณะเว็บไซต์เบื้องต้น จากชื่อ โลโก้โฆษณา ฟ้อนต์ เป็นต้น พร้อมกระตุ้นให้สังคมเกิดDigital Literacy อย่างจริงจังอีกด้วย
สำหรับการรับมือกับข่าวปลอมนั้น จำเป็นต้องเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุ รู้เขารู้เราให้ได้เสียก่อน ซึ่ง Fake News จะมีอิทธิพลกับเราก็ต่อเมื่อตรงจริตหรือตรงกับชุดความเชื่อ
ของเราอยู่แล้ว ดังนั้น ทุกคนควรจะรู้เท่าทัน ปล่อยวางหรือวางตำแหน่งตัวเองเป็นบุคคลที่ 3 ของข่าวที่กำลังเสพ ก็จะทำให้เรารับมือกับข่าวปลอมนั้นได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งการมีบุคคลที่น่าเชื่อถือปรากฏอยู่ในข่าว ก็ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจในทันที เพราะด้วยเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลง ตัดต่อ แต่งภาพและเนื้อหา ให้กลายเป็นอีกเรื่องได้ พร้อมสรุปถึงการยึดหลักการ SPOT ในการตรวจสอบนั่นคือแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ (Source) ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงความถูกต้อง (Profit) ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อเกินจริง (Over) และต้องถูกที่ถูกเวลา (Time & Place)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี