วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด มีไขมันอิ่มตัวสูง กากใยน้อย ชอบดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักเพิกเฉยไม่ระมัดระวังต่อการใช้ชีวิต เพราะคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องไกลตัว
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นชนิดมะเร็งอันดับ 3 ที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดยอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ของทั้งเพศชายและหญิงอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ส่วนมากพบในผู้มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เริ่มต้นจากการเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กในลำไส้ใหญ่ และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปี กว่า
ติ่งเนื้อขนาดจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ยังเปรียบดั่งภัยเงียบคุกคามร่างกาย เนื่องจากระยะแรกของโรคมักไม่มีอาการแสดง จะมีอาการก็ต่อเมื่อลุกลามรุนแรงแล้ว

นพ.ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่
l การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดกากใยน้อย ประเภทปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม และของหมักดอง
l การดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
l ขาดการออกกำลังกาย หรือนั่งอยู่กับที่นานๆ
l มีปัญหาระบบขับถ่าย เช่น ลำไส้อักเสบ ท้องผูกเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน
l อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
l มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งชนิดต่างๆ
l เคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือเคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ ชนิดAdenomatous Polyps

ส่วนอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งเป็นอาการจากโรคเฉพาะที่ เช่น อุจจาระเป็นเลือดสด ท้องผูกเรื้อรัง หรือปวดแน่นท้องจากลำไส้อุดตัน อาการจากที่โรคแพร่กระจายไป ตับ เป็นตำแหน่งที่มะเร็งลำไส้กระจายไปได้มากที่สุด เมื่อมีก้อนที่ตับมากอาจปวดท้องที่บริเวณตับ ใต้ชายโครงด้านขวา หรือช่องท้องด้านขวาบนได้ และอาจส่งผลให้การทำงานของตับลดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง
สำหรับการรักษา คุณหมอบอกว่า ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโอกาสหายขาด หากสามารถผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้ ไม่ว่าจะเป็นก้อนที่ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง หรือก้อนที่กระจายไปที่ตับ นอกจากนี้ยังสามารถให้เคมีบำบัด ร่วมกับยามุ่งเป้า เพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง จนสามารถผ่าตัดก้อนทั้งหมดออกได้
วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด คือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่Colonoscopy ซึ่งนอกจากส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยแล้ว ยังสามารถตัดติ่งเนื้อที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งในอนาคตออกไปได้อีกด้วย
นอกจากนี้คุณหมอยังแนะว่า ควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่หากมีคนครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ ในอายุที่น้อยกว่า 55 ปี ควรส่องกล้องตรวจลำไส้เร็วกว่าอายุของผู้ที่เป็นมะเร็ง 5 ปี เช่น มีญาติสายตรงในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตอนอายุ 49 ปี จึงควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ครั้งแรก เมื่ออายุ 44 ปี เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี