วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
24 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค.63 เว็บไซต์เดลี่เมล และเดอะซัน ของต่างประเทศได้รายงานว่า แพทย์หญิง แคลร์ เกรเนดาแพทย์หญิงรักษาอาการ หรือแพทย์ GP อายุ 60 ปี ได้เล่าถึงอาการป่วยจากการติดโควิด-19 และสามารถต่อสู้จนหายเป็นปกติว่า ขณะที่เธอติดโควิด-19 มีอาการต่างจากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าสาเหตุเกิดจากการเดินทางข้ามเขตเวลา เพราะเธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 3 วันก่อนที่เธอจะรู้สึกไม่สบาย เธอได้ออกจากนิวยอร์กกลับมาลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตอนนั้นเธอรู้สึกโล่งทันทีที่หนีไวรัสโควิด-19 มาได้ เพราะทางการนิวยอร์กได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรับมือโควิด-19 พอดี
แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันเธอก็รู้สึกเหนื่อย และเริ่มมีอาการไอแห้งๆ และเริ่มมีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง แถมหมดแรงขนาดที่ว่าไม่มีแรงพอจะเก็บธนบัตรที่ตกอยู่ตรงหน้าเธอได้ ซึ่งตอนที่เธอรู้สึกเจ็บคออย่างหนักและมีไข้สูง เธอเริ่มฉุกคิดว่า ตัวเองอาจติดโควิด-19 แต่น่าแปลกใจที่เธอไม่รู้สึกกลัว ขณะที่ตัวเองก็ไม่มีประวัติมีปัญหาสุขภาพมาก่อน ฉันแข็งแรงและเป็นคนเดินเยอะ
.jpg)
แพทย์หญิง เล่าอีกว่า เธอไปตรวจสุขภาพที่โรงบาลแห่งหนึ่ง โดยเธอไข้สูงต้องนอนอยู่บนเตียง 6 วัน แต่ไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงอะไรเลย เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำลังทำในสิ่งที่สามารถต่อสู้กับโควิด-19 ได้ และเข้าใจดีว่าทำไมคนถึงกังวลกับโควิด-19 แต่คนติดโควิด-19 ส่วนใหญ่จะหายได้อย่างเธอ โดยแพทย์หญิง แคลร์ เกรเนดา กล่าวพร้อมกับบอกวิธีที่เธอใช้ต่อสู้กับโควิด-19 คือการกินพาราเซตามอล ทุกๆ 8 ชั่วโมง กินซุปไก่ และดื่มน้ำมะนาว
โดยตอนที่โรงพยาบาลโทรมาแจ้งผลการตรวจว่าเธอติดโควิด-19 นั้น ไข้ของเธอก็ได้เริ่มลดลง อาการไอก็เริ่มหายไป รู้สึกดีขึ้น และไม่ต้องกินพาราเซตามอลอีก ซึ่งเธอเริ่มทานอาหารได้อีกครั้ง แม้จะกินได้ไม่เยอะ
.jpg)
แพทย์หญิง เล่าต่อว่า ตอนที่จาก โควิด-19 เธอกับสามีของเธอ เซอร์ ไซมอน เวสซีลีย์ อดีตประธาน Royal College of Psychiatrists ได้ใช้วิธีป้องกันการติด โควิด-19 ด้วยการแยกห้องนอน และไม่ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ภาชนะที่ใช้ทานอาหารก็นำไปล้างในเครื่องล้างจานโดยทันที ซึ่งจนถึงขณะนี้สามีก็ไม่ได้แสดงอาการแต่อย่างใด ถึงจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน โดยเขาใช้เพียงผ้าพันคอของทีมฟุตบอลทีมรักพันรอบใบหน้า ปิดปากปิดจมูกเท่านั้นเองแพทย์หญิงเผยว่า
ในฐานะที่เธอเป็นแพทย์มา 35 ปี ได้เห็นเรื่องราวที่น่ากลัวบางอย่าง รวมทั้งการระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความหวั่นวิตกให้แก่คนในสังคมมากกว่า แถมยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า และการที่เธอออกมาเล่าประสบการณ์จากการติด โควิด-19 นั้น ก็เพราะต้องการให้ผู้คนนั้นลดความตื่นตระหนกและโควิด-19 ไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องกลัวมากที่สุด
ขอบคุณที่มาจาก เดลี่เมล เดอะซัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี