แก้ปัญหาสายตาด้วยเทคโนโลยีลดความเสี่ยงโควิด-19

แก้ปัญหาสายตาด้วยเทคโนโลยีลดความเสี่ยงโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

จักษุแพทย์แนะคนที่มีปัญหาสายตาผิดปกติ รักษาได้ด้วยเทคโนโลยี ไม่ต้องใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ COVID-19 จากการสัมผัสดวงตาเป็นประจำ

 


 

แพทย์หญิงอารีนันท์ วิสมิตะนันท์ จักษุแพทย์ประจำศูนย์ตา โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า การระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 เป็นเรื่องที่ทุกควรควรตระหนักให้มาก โดยเฉพาะการล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้าของตัวเอง รวมทั้งก่อนใส่แว่นตาและคอนแทคเลนส์ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยในการแก้ปัญหาภาวะสายตาผิดปกติหลากหลายวิธี เพื่อลดปัญหาการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ เทคโนโลยีการรักษาความผิดปกติของสายตาที่สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการสวมแว่นตา หรือ ใส่คอนแทคเลนส์ ประกอบด้วย 1)การทำพีอาร์เค (PRK: Photorefractive Keratectomy) การรักษาภาวะสายตาผิดปกติแบบไม่ตัดแยกชั้นกระจกตา เหมาะกับผู้ที่มีตาแห้ง หรือกระจกตาบาง โดยจักษุแพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นบนด้วยอุปกรณ์หรือสารเคมี แล้วใช้เครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ยิงเลเซอร์ความเร็วสูงเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา จากนั้นปิดแผลด้วยคอนแทคเลนส์ เมื่อผิวกระจกตาด้านบนปิดสนิทดังเดิมจึงนำคอนแทคเลนส์ออก

2)การทำเลสิก (LASIK : Laser In-Situ Keratomileusis) คือการรักษาภาวะสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยแยกชั้นกระจกตาด้านบนขึ้นด้วยเครื่อง Microkeratome จากนั้นใช้เครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาในชั้น แล้วจึงปิดผิวกระจกตาลง สุดท้ายคือการทำ เฟมโตเลสิก (Femto LASIK : Femtosecond - LASIK) หรือเลสิกแบบไร้ใบมีด เป็นเทคโนโลยีการทำเลสิกที่ใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่แยกชั้นกระจกตาด้วยเฟมโตเซคเคิลเลเซอร์ ปรับความโค้งกระจกตาด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ปลอดภัยและสบายตามากขึ้น อีกทั้งยังทำให้แผลหายเร็ว ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น

การรักษาภาวะผิดปกติของสายตาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของจักษุแพทย์เท่านั้น เพราะการรักษาแต่ละแบบจะมีข้อจำกัดแตกต่างกัน อย่างวิธีพีอาร์เคเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติไม่เกิน 500 แต่จะเจ็บแผลหลังรับการรักษาประมาณ 3 วัน เมื่อเปิดแผลแล้วการมองเห็นจะยังเป็นภาพมัว 2 สัปดาห์ ก่อนจะค่อยๆ ชัดขึ้นภายใน 1 เดือน ในขณะที่การทำเลสิกและเฟมโตเลสิก สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติในวันถัดไปหลังเข้ารับการรักษา แต่เลสิกจะไม่เหมาะกับผู้ที่กระจกตาบาง กระจกตามีขนาดหรือความโค้งผิดปกติ รวมถึงคนที่ดวงตาเล็กเกินไป

 

 

อย่างไรตาม การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์นั้น ไม่สามารถคงสภาวะสายตาให้เป็นปกติได้ตลอดไป เพราะสายตาจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกตามอายุที่มากขึ้นแต่ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจกระตุ้นให้สายตาผิดปกติก่อนวัยอันควร นั่นคือการใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลต มากเกินไป ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ หรือปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสม เช่น พักสายตาจากการจ้องจอทุกๆ 15 นาที เพื่อป้องกันดวงตาอ่อนล้า ตามัว และสายตาผิดปกติ

นอกจากนี้ ควรสังเกตตัวเองเป็นประจำ หากมีอาการตาล้าปวดเบ้าตา ตามัวเฉียบพลัน เคืองตา ตาแห้ง หรือมีน้ำตาไหลมากขึ้น ค่าสายตาคลาดเคลื่อนหรือระดับสายตาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความดันตาสูงผิดปกติ เห็นจุดดำตรงกลางหรือมีเงามืดในลานสายตา ตลอดจนเห็นแสงสว่างหรือจุดดำลอยไปมาตามการกลอกตา ควรต้องรีบพบแพทย์เพราะอาการเหล่านี้อาจนำไปสู่โรคต่างๆ สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ดังนั้น การพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ1 ครั้ง จะช่วยคัดกรองและป้องกันปัญหาโรคทางตาได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top