เปิดโครงการ‘มูลนิธิรามาธิบดีฯ รวมพลัง Super App เพื่อนักสู้ชุดขาว’  ผนึกกำลัง 4 ซูเปอร์แอปชั้นนำ สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สู้โควิด-19

เปิดโครงการ‘มูลนิธิรามาธิบดีฯ รวมพลัง Super App เพื่อนักสู้ชุดขาว’ ผนึกกำลัง 4 ซูเปอร์แอปชั้นนำ สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สู้โควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมด้วย แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand), เจดี เซ็นทรัล (JD Central), ลาซาด้า (Lazada), และ ช้อปปี้ (Shopee) เปิดโครงการ “มูลนิธิรามาธิบดีฯ รวมพลัง Super App เพื่อนักสู้ชุดขาว” ครั้งแรกของการประกาศความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่าง 4 ซูเปอร์แอป (Super App) ชั้นนำของประเทศไทย ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงบน “วัฒนธรรมแห่งการให้” เปิดช่องทางบริจาคบนแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้และยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนมากขึ้นอย่างทวีคูณ แม้ในตอนนี้สถานการณ์เรื่องทรัพยากรดีขึ้น แต่ก็ยากที่จะคาดเดาว่าสถานการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรมูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถรับมือกับความจำเป็นเร่งด่วนและเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที


มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในฐานะองค์กรการกุศล มีพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางการระดมทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตระหนักถึงความสำคัญของการ “ให้” ของทุกภาคส่วนในสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงบน “วัฒนธรรมแห่งการให้” ในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยต่างก็ต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนมากขึ้นทวีคูณ โครงการ “มูลนิธิรามาธิบดีฯรวมพลัง Super App เพื่อนักสู้ชุดขาว”จึงถือกำเนิดขึ้น

นางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มซูเปอร์แอป (Super App) ด้วยปัจจุบันวิถีชีวิตของคนก็กำลังปรับตัวสู่สังคมดิจิทัลโลกออนไลน์มากขึ้น ยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่พวกเราทุกคนสามารถช่วยหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อได้ด้วยมาตรการ “การรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)” และ “การกักตัวในที่พักอาศัย (Self-Quarantine)” จึงทำให้เกิดเป็นแนวคิดในการผสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมทุนและเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลสำคัญในช่วงเวลาฉุกเฉินที่สามารถเข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ได้ง่ายและรวดเร็ว”

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา แกร็บ ได้ริเริ่มและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ “แกร็บแคร์”(GrabCares) เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม ซึ่งรวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ โดยเราได้ร่วมสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการบริจาคเพื่อสมทบทุนใน “โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19” ผ่าน GrabPay Wallet และการใช้คะแนน GrabRewards นอกจากนี้ เรายังได้มอบส่วนลดค่าส่งเมื่อสั่งอาหารผ่าน GrabFood ให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรค ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐ7 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม จนถึง 30มิถุนายน 2563 รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 3 ล้านบาทรวมถึงการสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐในการจัดส่งยาผ่าน GrabExpress ให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน ทั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและแบ่งเบาภาระของคุณหมอ พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่ได้อุทิศแรงกายแรงใจในการป้องกันโรคและรักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถในภาวะวิกฤติโควิด19 ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้”

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เจดีเซ็นทรัล ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มพร้อมเว้นค่าธรรมเนียม และสิทธิพิเศษ อีกมากมายเพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ และเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม นอกจากนี้ยังได้มีการเชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ผ่านแคมเปญ“โครงการ#เจดีเซ็นทรัลจอยจากใจ” เริ่มต้นเดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป เจดีเซ็นทรัล ก็เตรียมที่จะให้การสนับสนุนด้านการบริจาคและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือนักสู้เสื้อขาวผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ และโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ด้วยการเปลี่ยนเจดีพ้อยท์ เป็นเงินบริจาค และการบริจาคผ่านคูปองที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มเจดีเซ็นทรัล นอกจากนี้ เรายังพร้อมเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนโครงการระดมทุนหรือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในยามฉุกเฉินต่อไปด้วย”

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม

นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้าจำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ลาซาด้าพร้อมร่วมสนับสนุนและร่วมส่งกำลังใจให้กับนักสู้ชุดขาว บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานแถวหน้าทุกท่าน ผ่านการเปิดช่องทางการบริจาคออนไลน์เพื่อสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในรูปแบบของ Digital Giving Platform เพื่อช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ และผู้ด้อยโอกาส โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ผ่าน LazadaForGood ให้ทุกใจได้ทำดีบนแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ เรายังตระหนักถึงผู้ยากไร้ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ โดยมีการผนึกกำลังกับแบรนด์ที่เข้าร่วมโครงการ LazadaForGood เพื่อนำยอดขายส่วนหนึ่งสมทบทุนบริจาคเงินหรือร่วมบริจาคสินค้าอุปโภคบริโภค และเรายังมีโครงการ #LazHappyHeart ที่นำการติดทุกแฮชแท็กมานับเป็นหนึ่งสินค้าอุปโภค-บริโภคที่เราจะนำไปบริจาคให้ผู้ยากไร้อีกด้วย”

นางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า“ช้อปปี้มีพันธกิจหลักที่เรามุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึงภาคส่วนสังคมในทุกๆ สถานการณ์ เราจึงดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจสู้สถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคออนไลน์กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ใน “โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19” ของมูลนิธิฯ ได้โดยตรง ผ่านการซื้อคูปองบริจาคที่ร้านค้า Official Store ของมูลนิธิรามาธิบดีฯบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ นอกจากนี้ ยังได้จัดแคมเปญ ShopeeForHeroes มอบคูปองแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการจับจ่ายในแพลตฟอร์มของช้อปปี้ แทนคำขอบคุณในความเสียสละและการอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่อต่อสู้กับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้”

ผู้ที่สนใจร่วมบริจาคสมทบทุนในโครงการฯ สามารถบริจาคผ่านแอพพลิเคชั่นของ แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand),เจดี เซ็นทรัล (JD Central), ลาซาด้า(Lazada), และ ช้อปปี้ (Shopee) และช่องทางการบริจาคของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ผ่าน E-Banking ตามรายละเอียดดังนี้ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 879-2-00448-3 /ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 026-3-05216-3 / ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 090-3-50015-5และบริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111

 

รวิศรา จิราธิวัฒน์
รวิศรา จิราธิวัฒน์
ภารดี สินธวณรงค์
ภารดี สินธวณรงค์
สุชญา ปาลีวงศ์
สุชญา ปาลีวงศ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top